posttoday
ยกเครื่องคุมแบงก์

ยกเครื่องคุมแบงก์

01 ตุลาคม 2560

ธปท.เตรียมออกมาตรการคุมเข้มสถาบันการเงินใหม่อีก จ่อออกเกณฑ์ควบคุมสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารเพิ่ม

ธปท.เตรียมออกมาตรการคุมเข้มสถาบันการเงินใหม่อีก จ่อออกเกณฑ์ควบคุมสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารเพิ่ม

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในปีหน้า ไทยเข้าโครงการ Financial Sector Assess ment Program หรือ FSAP ทำให้ ธปท.จะต้องมาเอกซเรย์การกำกับดูแลสถาบันการเงินใหม่ทั้งหมด ให้เทียบกับมาตรฐานสากล ช่วงนี้ก็เป็นโอกาสที่เหมาะกับการปรับปรุง เพราะบางเรื่องก็เกี่ยวกับกระบวนการผ่านกฎหมาย รวมทั้งธนาคารพาณิชย์มีฐานะแข็งแรง

ทั้งนี้ จะใช้มาตรฐานการกำกับของบาเซิล 3 เป็นแนวทาง แต่จะเลือกทำเฉพาะที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยนโยบายที่จะ ทำเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ คือ การออกเกณฑ์คุมการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องใหม่ จากเดิมกำหนดแค่ให้ธนาคารดำรงเงินสดและพันธบัตรที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้รวดเร็ว ต้องมี สินทรัพย์ที่มีคุณภาพดี ดูสัดส่วนสินเชื่อต่อ เงินฝาก จะเปลี่ยนเป็นการควบคุมที่ละเอียดขึ้น เช่น การปล่อยสินเชื่อจะต้องสอดคล้องกับ ทิศทางเงินฝาก ส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Stable Funding Ratio หรือ NSFR) เพื่อรองรับวิกฤต สภาพคล่องในช่วง 1 ปี ให้ธนาคารมีแหล่งเงิน ที่มั่นคงสอดคล้องกับปริมาณการลงทุนและ การปล่อยสินเชื่อที่ไม่สามารถดึงสภาพคล่อง กลับมาได้ ซึ่งคาดว่าจะนำมาใช้ปลายปีนี้หรือ ต้นปีหน้า

"ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ออกเกณฑ์ด้านเงิน กองทุน โดยประกาศเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงินที่มีนัยต่อระบบออกมาแล้ว และแยก มาตรการกำกับด้านสภาพคล่องออกมา ยอมรับว่าเกณฑ์ใหม่ของ ธปท. ทำให้ต้นทุน สถาบันการเงินเพิ่มบ้าง แต่จากการติดตามข้อมูลพบว่าธนาคารพาณิชย์ยังมีความสามารถ แบกรับต้นทุนเพิ่มได้" ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

นายวิรไท กล่าวว่า เกณฑ์ NSFR จะพัฒนาให้สอดคล้องกับพัฒนาการของตลาดการเงิน ตราสารหนี้ประเภทต่างๆ รวมถึงเงินฝากที่มีหลากหลายมากขึ้น ซึ่งไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ ธปท.รับฟังความเห็นและหารือกับธนาคารก่อนเสมอ การเตรียมสภาพคล่องกับเงินกองทุนควรครอบคลุมทั้งสองด้าน เพราะเงินทุนจะดี แต่สภาพคล่องไม่ดีก็อาจะเป็นปัญหาได้ และเห็นว่าควรจะรีบทำในช่วงที่สถาบันการเงินมีเงินกองทุนแข็งแกร่ง

นายวิรไท กล่าวอีกว่า การเชื่อมโยงทาง เศรษฐกิจตลาดเงินตลาดทุนจะเข้มข้นขึ้น ความ ผันผวนก็จะสูงขึ้น ดังนั้นต้องทำให้สถาบันการเงินและระบบเข้มแข็ง สามารถทนทาน ขณะนี้อันดับความแข็งแกร่งของธนาคารพาณิชย์ไทยขยับจากอันดับที่ 34 เป็นอันดับ ที่ 32 ของโลก ถือว่าสถาบันการเงินไทยมีความแข็งแรงมากขึ้นเมื่อเทียบกับระดับสากล

ด้านการดูแลระบบเศรษฐกิจนั้น ได้มี การแก้ไข พ.ร.บ.ธปท. บทเฉพาะกาล มาตรา 19 ในการคืนอำนาจให้แก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ซึ่งเป็นการสร้างระบบเพื่อที่จะรองรับและเตรียมพร้อมที่จะรับมือหากเกิดปัญหา และจะกำหนดหน้าที่และขั้นตอนการทำงานให้ชัดเจนมากขึ้น โดยหลักการเมื่อมีปัญหาต้องให้สถาบันการเงินดูแลซึ่งกันและกัน คือต้องมาแชร์ความเสียหายกันตามกำหนดเพดานเก็บเงินไว้ที่ 1%

"นี่เป็นการเตรียมการกำหนดหน้าที่ของแต่ละคนให้ชัดไว้ก่อน ว่าเกิดวิกฤตจะได้ทำหน้าที่เพื่อให้ปัญหารุนแรง คือ ถ้าสถาบันการเงินที่มีนัยในเชิงระบบเมื่อเกิดปัญหากฎหมายก็ให้กองทุนฟื้นฟูฯ ธปท. จัดทำแผนผ่านคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา และให้กองทุนฟื้นฟูฯ เป็นแขนขาใน การช่วยเพิ่มทุนหรือให้สินเชื่อ หรืออื่นๆ ตามแผนเหมือนการอัดฉีด เหล่านี้เป็นตัวอย่างของการทำเรือชูชีพเพื่อรองรับอนาคต" ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI