posttoday
ประโยชน์ร่วมกัน

ประโยชน์ร่วมกัน

01 ตุลาคม 2560

การยอมรับประเทศไทยในระดับนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้นหลังรัฐประหาร 2557

การยอมรับประเทศไทยในระดับนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้นหลังรัฐประหาร 2557 จากการที่ประเทศใหญ่ของโลกสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ไปเจรจาร่วมระหว่างวันที่ 2-4 ต.ค.นี้ นับว่าช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ไทยได้อีกระดับหนึ่ง ซึ่งในการเจรจาความร่วมมือเรื่องต่างๆ ทั้งการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจการลงทุนการค้าเป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายต่างต่อรองเพื่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายตนมากที่สุด และเรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่ดีได้หากข้อตกลงเกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ประโยชน์ที่ไทยได้รับการยอมรับที่มากขึ้น ต้องแลกไปกับความเสียเปรียบจากประเทศเจรจาที่ใหญ่กว่าอย่างสหรัฐ มาบีบให้ต้องยอมรับบางเรื่องอย่างที่มีการหวั่นเกรงกัน เช่น ทางสหรัฐจะดึงไทยเข้าไปเป็นฝ่ายร่วมต้านเกาหลีเหนือ การกดดันให้ไทยต้องเปิดกว้างขึ้นเพื่อยอมรับธุรกิจดิจิทัลสตาร์ทอัพ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โอเวอร์ เดอะ ท็อป (Over-The-Top) หรือโอทีที ที่จะเข้ามา โดยไม่ให้วางกรอบในการกำกับดูแลการขอใบอนุญาต การเก็บภาษีเงินได้จากสตาร์ทอัพโซเชียลต่างๆ

รวมทั้งเรื่องที่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับสุกร สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ หวั่นเกรงโดยได้รวบรวมข้อคิดเห็นทำเป็นจดหมายเปิดผนึกยื่นต่อนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ และสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เพื่อคัดค้านการนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในจากสหรัฐ เนื่องจากการเลี้ยงหมูของสหรัฐมีการใช้สารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) รวมถึงขอให้ยกเลิกการนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐ เพราะหากมีการนำเข้าหมูจากสหรัฐ จะเกิดผลกระทบทุกมิติทั้งซัพพลายเชนเกี่ยวกับสุกรตั้งแต่เกษตรกรผู้ค้ารวมมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ไม่นับอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง

ทั้งนี้ เพราะมีเหตุให้น่ากังวลตั้งแต่ข้อตกลงล่วงหน้าที่จะมีการเซ็นบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding หรือ MOU) เกิดการยืดเยื้อก่อนสรุปเบื้องต้นว่า จะมีการเซ็นประมาณ 3 เรื่อง ได้แก่ การลงนามเพื่อสานต่อการลงทุนกับพันธมิตรในมลรัฐโอไฮโอ สหรัฐ กับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC และอีก 2 รายใหญ่ที่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร คาดว่าจะสรุปได้ก่อนการเดินทาง

ท่ามกลางของธรรมเนียมการพบกันระหว่างสองผู้นำ ซึ่งจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐที่มีมาอย่างยาวนาน การหารือร่วมกันเช่น การขยายความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ โดยไทยอาจมีการหยิบยกและเชิญชวนฝ่ายสหรัฐให้เข้ามาร่วมลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่ไทยกำลังดำเนินการ

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงหวังว่าการกระชับความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยมิตรภาพและความร่วมมือที่เกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายโดยไม่มีการซ่อนดาบไว้ในรอยยิ้ม หากการได้รับการยอมรับจากยักษ์ใหญ่สหรัฐครั้งนี้จะมีแรงกดดันไหนที่บีบมาในฝ่ายรัฐ ก็อยากให้นำข้อกดดันดังกล่าวมาหารือกันเพื่อที่จะเตรียมรับมือกับมาตรการต่างๆ ที่สหรัฐจะเพิ่มเข้ามา ตามมาดของประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้ที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับการเจรจาต่อรองให้ได้ผลชอบกระทำกับหลายประเทศ

งานนี้เชื่อว่ารัฐบาลจะเล่นเกมระหว่างประเทศเป็นสามารถรักษาสมดุลการเมือง เศรษฐกิจได้ตามแนวทางที่ประเทศไทยมีการวางท่าทีมาโดยตลอดในกิจการระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นจากผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาจเอาผลประโยชน์ของประเทศไทยไปแลกเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

กรณีนี้อย่าถือว่าเป็นการระแวงเลยขอให้ถือเป็นการระวังป้องปรามไว้ก่อนแก้ เพราะหากพลาดพลังเรื่องไหนมา เช่น ธุรกิจดิจิทัล กิจการเกี่ยวกับสุกร ความเสียหายจะเกิดขึ้นจะกระทบทั้งจำนวนผู้เดือดร้อนและมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาล เนื่องจากลีลาของประธานาธิบดีสหรัฐอย่างทรัมป์คนนี้สุดคาดเดาจริงๆ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI