
จับวิกฤตมาเป็นโอกาส ‘เชิดชัยกรุ๊ป’ รุกธุรกิจรถสนามบิน
"เชิดชัยกรุ๊ป" ธุรกิจเดินรถรายใหญ่ซึ่งปักหลักมากว่า 30 ปี จากอู่ซ่อมรถเล็กๆ
โดย ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ
"เชิดชัยกรุ๊ป" ธุรกิจเดินรถรายใหญ่ซึ่งปักหลักมากว่า 30 ปี จากอู่ซ่อมรถเล็กๆ พัฒนามาจนกลายเป็นอู่ต่อรถทัวร์ อีกทั้งยังมีรถทัวร์ให้บริการอีกมากกว่า 1,000 คัน ภายใต้การบริหารของ "เจ๊เกียว" หรือ สุจินดา เชิดชัย
แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในปัจจุบัน ทางเลือกในการเดินทางมีมากขึ้น โดยเฉพาะราคาค่าตั๋วเครื่องบิน "โลว์คอสต์" ที่ลดลงมากจนทำให้ผู้โดยสารเปลี่ยนไปใช้บริการมากขึ้น ส่งผลกระทบให้ธุรกิจเดินรถของเชิดชัยกรุ๊ปต้องปรับตัว ทายาทรุ่นที่ 2 ของ "เครือเชิดชัย" จึงมองถึงช่องทางการทำธุรกิจใหม่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ "บริษัท เชิดชัย คอร์ปอเรชั่น" ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 ที่แม้จะอยู่ในธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้าและคนโดยสาร แต่กลุ่มเป้าหมายไม่ใช่ผู้โดยสารทั่วไปเหมือนดังแต่ก่อน หากแต่เป็นการรับส่งผู้โดยสารให้กับสนามบินและสายการบินต่างๆ
ล่าสุด 31 ส.ค.ที่ผ่านมา สายการบินแห่งชาติลาว ที่มีรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ถือหุ้นใหญ่ ได้รับมอบรถที่จะใช้ขนส่ง ผู้โดยสารภายในสนามบิน จำนวน 2 คัน จากบริษัท เชิดชัย คอร์ปอเรชั่น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะตลอด 2 ปีที่ดำเนินกิจการรับส่งผู้โดยสารในนาม บริษัท เชิดชัย คอร์ปอเรชั่น มีให้บริการถึง 8 สนามบินหลักในประเทศไทย และ 3 สนามบินในต่างประเทศ รวมเป็น 11 สนามบิน มีสายการบินที่ให้บริการทั้ง การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส รวมถึงกลุ่มสายการบินพันธมิตร มีรถรวมแล้วกว่า 80 คัน
ยุทธนา ศรสงคราม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและฝ่ายปฏิบัติการสนามบิน บริษัท เชิดชัย คอร์ปอเรชั่น บอกว่า ธุรกิจใหม่ที่ว่านี้ เริ่มต้นจาก สุรวุฒิ เชิดชัย ทายาทรุ่นที่ 2 ของตระกูลเชิดชัย เห็นโอกาสจากการเติบโตของสายการบินโลว์คอสต์ที่ขยายเที่ยวบินมากมาย ขณะที่สนามบินในหัวเมืองต่างๆ แบบที่มีสะพานเทียบเครื่องบินหรืองวงช้าง นั้นปรับปรุงขยายรองรับผู้โดยสารไม่ทัน จำเป็นต้องมีรถบริการรับผู้โดยสาร จากอาคารผู้โดยสารไปส่งยังเครื่องบิน
"จุดนี้เกิดเป็นช่องทางการทำธุรกิจใหม่ นอกจากจะขายรถให้กับสนามบินรวมถึงสายการบินต่างๆ แบบขายขาดแล้ว ยังมีการให้บริการซ่อมบำรุงต่างๆ ที่มีประจำอยู่ในแต่ละสนามบินที่รถของบริษัทให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง"
ยุทธนา บอกว่า ธุรกิจนี้คู่แข่งค่อนข้างน้อย เพราะถูกจำกัดด้วยเทคโนโลยีและความปลอดภัยที่จะต้องถูกควบคุมภายในสนามบินตามหลักสากล จึงยังไม่ค่อยมีใครเข้ามาทำ ขณะที่เชิดชัยกรุ๊ปมีความได้เปรียบเป็นอู่ประกอบรถยนต์ เทคโนโลยี ชิ้นส่วนต่างๆ แทบทุกอย่างสามารถผลิตขึ้นได้เอง มีเพียงแค่เครื่องยนต์กับเกียร์เท่านั้นที่ต้องนำเข้า จึงสามารถที่จะลดต้นทุนการผลิตได้ และเรื่องนโยบายภาครัฐที่มีการส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกหลังเปิดประชาคมอาเซียน เรื่องของ เออีซี ทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มของเออีซีถอยไปจากภูมิภาค ขณะที่เชิดชัยฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตในกลุ่มประเทศนี้ได้รับการยกเว้น
"สิ่งที่เราเน้นคือเรื่องการให้บริการ การซ่อมบำรุง มีช่างประจำทุกสนามบินที่มีรถให้บริการ 24 ชั่วโมง เพราะธุรกิจนี้ต้องจัดการตลอด ห้ามหยุด ไม่เหมือนการเดินรถที่ยังสามารถมีช่วงหยุดพักได้" ยุทธนา กล่าว
2 ปีที่ให้บริการเชิดชัย คอร์ปอเรชั่นเติบโตถึง 200% มีสัดส่วนของรถที่สนามบินและสายการบินต่างๆ ซื้อขาด 60% การบริการรับส่งภายในสนามบินรวมถึงซ่อมบำรุงอยู่ที่ 40%
"ในช่วงไฮซีซั่นมีนักท่องเที่ยว มีคนเดินทางมาก ต้องใช้รถหลายคัน ใช้ช่างอยู่ประจำในการดูแลหลายคน เราก็มีบริการย้ายทั้งรถทั้งช่างไปรองรับที่สนามบินต่างๆ เช่น ไฮซีซั่น ภูเก็ตเริ่มก่อน ต่อจากภูเก็ตก็เป็นไฮซีซั่นที่เชียงใหม่ เราก็มีบริการ ย้ายรถและช่างจากภูเก็ตไปบริการที่เชียงใหม่ให้ด้วย"
สำหรับอนาคตนั้น ยังมีเทคโนโลยีที่ทางบริษัทจะนำไปใช้ในสนามบินและสายการบินต่างๆ อีกหลายอย่าง แต่ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อน
"เท่าที่พอจะเปิดเผยได้ก็คือว่า บริษัท เชิดชัย คอร์ปอเรชั่น สามารถที่จะผลิตได้เองในประเทศ ไม่ต้องนำเข้าเทคโนโลยีจากยุโรปดังที่สนามบินหรือสายการบินต่างๆ ใช้กันอยู่ในเวลานี้"
ธุรกิจใหม่ของเชิดชัยกรุ๊ป ที่จับเอาวิกฤตจากสายการบินโลว์คอสต์ที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจเดินรถ มาสร้างโอกาสใหม่ โดยเข้าไปใช้ประโยชน์จากธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์เสียเอง จึงน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง







