
เร่งเครื่องคอนเทนต์ รับเทคโนโลยีวีอาร์
ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญเรื่องของเทคโนโลยีวีอาร์ (Virtual Reality) เออาร์(Augmented Reality) และเอไอ (Artificial Intelligence) ที่นักวิชาการหลายคนคาดว่าจะเข้ามาเปลี่ยนโลกนั้น ด้านความพร้อมของอุปกรณ์ใช้งานดูเหมือนจะแซงหน้าคอนเทนต์สำหรับใช้งานไปเสียแล้ว
ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
เรื่องของเทคโนโลยีวีอาร์ (Virtual Reality) เออาร์(Augmented Reality) และเอไอ (Artificial Intelligence) ที่นักวิชาการหลายคนคาดว่าจะเข้ามาเปลี่ยนโลกนั้น ด้านความพร้อมของอุปกรณ์ใช้งานดูเหมือนจะแซงหน้าคอนเทนต์สำหรับใช้งานไปเสียแล้ว
วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า ซัมซุงมีสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีวีอาร์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว จะเห็นได้จากกล้องซัมซุง เกียร์ วีอาร์ ที่ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนแฟล็กชิป ทั้งรุ่นโน้ต 5 เอส 6 เอส 7 และจะมีวีอาร์รุ่นใหม่ที่รองรับรุ่นโน้ต 8 ออกมาในอนาคต ชี้ให้เห็นว่าบริษัทมีความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ใช้งานเทคโนโลยีนี้แล้ว แต่คอนเทนต์ที่จะใช้งานกลับยังน้อยมาก
"ต้องรอดูกลยุทธ์ของเฟซบุ๊กว่าจะเดินหน้าเรื่อง 360 อย่างไร เพราะกูเกิลเองก็มีคอนเทนต์รองรับแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าซัมซุงก็มีดีไวซ์ที่พร้อมแล้วเช่นกัน" วิชัย กล่าว
เทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้จำนวนข้อมูลค่อนข้างมากในการอัพโหลดขึ้นระบบและเปิดใช้งาน ซึ่งเหมาะกับธุรกิจประเภทอสังหาริมทรัพย์ การศึกษา เกมมิ่งและโรงแรม ที่ต้องการเห็นข้อมูลแบบรอบด้าน แต่การลงทุนคอนเทนต์เหล่านี้ต้องอยู่ที่วิสัยทัศน์ของผู้บริหารในการเตรียมพร้อมรับเทคโนโลยีดังกล่าว
ด้าน จิรยศ เทพพิพิธ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท อินโฟเฟด กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมวีอาร์ นอกจากช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานแล้ว ยังเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ ซึ่งตลาดวีอาร์ของไทยแม้ภาพรวมจะช้าแต่ถือว่ายังโตเร็วกว่าต่างประเทศ เพราะคนไทยไวในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่
สำหรับมูลค่าตลาดวีอาร์ทั่วโลกปีนี้อยู่ที่ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปีที่แล้วอยู่ที่ 1,800 ล้านดอลลาร์ คาดว่าปีหน้าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า ซึ่งในไทยก็ไม่น่าจะต่างกันมากนัก และยังไม่ค่อยมีการนำมาปรับใช้ในเชิงธุรกิจ ทำให้คู่แข่งกลายเป็นพาร์ตเนอร์ เพราะต่างคนก็เร่งสร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อเป็นประสบการณ์ให้ลูกค้ารู้จักและใช้งานกันมากขึ้น
ขณะที่การใช้งานวีอาร์ในไทยส่วนใหญ่จะเป็นคอนเทนต์ด้านเกม เพื่อให้เทคโนโลยีนี้สามารถเดินหน้าได้ บริษัทได้เข้าไปพูดคุยกับองค์กรขนาดใหญ่มากขึ้นในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก ในการถ่ายภาพ 360 องศา แต่ด้วยความที่เทคโนโลยีนี้ยังใหม่ ทำให้ต้นทุนในการผลิตอยู่ที่หลักแสน เชื่อว่าหากมีการใช้งานมากขึ้นน่าจะลดลงได้
ทั้งนี้ บริษัทจะเร่งทำตลาดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการศึกษา เพื่อให้วีอาร์เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปมากขึ้น เช่น การถ่ายทำห้องตัวอย่างแบบ 360 องศา ให้ลูกค้าสามารถเห็นห้องจริงได้โดยไม่ต้องเดินทาง เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายและตัดสินใจซื้อขายได้เร็วขึ้น
พร้อมกันนี้ยังร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการผลิตคอนเทนต์ที่ผสมผสานแบบจำลองเข้ากับรายละเอียดของสถานที่นั้นๆ เพื่อสนับสนุนในการสร้างวิสาหกิจและสตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งมีการคุยกับพาร์ตเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ คาดว่าแผนธุรกิจที่วางไว้จะช่วยให้บริษัทมีรายได้แตะ 100 ล้านบาทในปีหน้า
ก่อนหน้านี้ ดีป้า เคยแถลงมูลค่าตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยปีนี้ อยู่ที่ 1.27 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% จากปีที่ผ่านมา คาดว่าจะเป็นโอกาสของผู้ผลิตหากมีการสนับสนุนคนไทยให้เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ได้เอง
ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รอง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า กล่าวว่า ดีป้ามองการพัฒนาคนดิจิทัลที่มีคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรม ต้องยอมรับว่าผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีวีอาร์ในไทยยังมีน้อย ทั้งที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาททั้งในภาครัฐและเอกชนมากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น ดีป้าจึงพยายามเฟ้นหา ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในเชิงคอนเทนต์ และผลักดันให้มีการฝึกอบรมจากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ เพื่อให้คนไทยมีความสามารถและมีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ
นอกจากนี้ ดีป้ายังได้จัดโครงการกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ Visual Interactive Storytelling Workshops and Internship" เปิดรับเด็กนักเรียนนักศึกษาที่มีความสนใจในการพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์ ผ่านเว็บไซต์ www.VRInventors.depa.or.th เพื่อคัดเลือก 80 คนเข้าอบรม และคัดเหลือ 5 ทีมสุดท้าย ที่จะได้ไปเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ผลิตจริงในต่างประเทศ
การเร่งผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ ผลิตคอนเทนต์รับเทรนด์วีอาร์มากขึ้น จะช่วยให้รูปแบบการใช้งานสื่อต่างไปจากเดิม เชื่อว่าในอนาคตคนไทยจะได้รับชมรายการทีวีแบบ 360 องศาก็เป็นได้ n







