posttoday
ธุรกิจห่วงนโยบายไม่ต่อเนื่อง

ธุรกิจห่วงนโยบายไม่ต่อเนื่อง

27 กันยายน 2560

เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานคณะอนุกรรมการด้านการจัดการข้อมูลและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดย WEF ภายใต้รายงาน Global Competitive Report (GCR) ประจำปี 2560 ประเทศไทยมีคะแนน 4.72 คะแนน ดีขึ้นกว่าปี 2559 ทั้งด้านอันดับและคะแนน กล่าวคืออันดับดีขึ้น 2 อันดับ จาก 34 ในปี 2559 เป็น 32 ในปีนี้ และคะแนนดีขึ้นจาก 4.64 ในปี 2559 เป็น 4.72 คะแนน ซึ่งผลการสำรวจในปีนี้ สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐ และสิงคโปร์ ครองอันดับที่ 1, 2 และ 3 ตามลำดับ

เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานคณะอนุกรรมการด้านการจัดการข้อมูลและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดย WEF ภายใต้รายงาน Global Competitive Report (GCR) ประจำปี 2560 ประเทศไทยมีคะแนน 4.72 คะแนน ดีขึ้นกว่าปี 2559 ทั้งด้านอันดับและคะแนน กล่าวคืออันดับดีขึ้น 2 อันดับ จาก 34 ในปี 2559 เป็น 32 ในปีนี้ และคะแนนดีขึ้นจาก 4.64 ในปี 2559 เป็น 4.72 คะแนน ซึ่งผลการสำรวจในปีนี้ สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐ และสิงคโปร์ ครองอันดับที่ 1, 2 และ 3 ตามลำดับ

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มประเทศในอาเซียน ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่ในปีนี้ประเทศเพื่อนบ้านที่มีคะแนนน้อยกว่าประเทศไทย เช่น อินโดนีเซีย บรูไน และเวียดนาม มีคะแนนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าประเทศเหล่านี้มีความตื่นตัว และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่สามารถอยู่นิ่งได้ เพราะหากอยู่เฉยๆ อันดับก็ตกได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบคะแนน 12 เสาหลักของผลสำรวจของประเทศไทยในปี 2560 จะเห็นว่าใน 12 เสาหลัก ประเทศไทยมีคะแนนดีขึ้น 8 เสาหลัก เท่าเดิม 4 เสาหลัก และไม่มีเสาหลักใดที่มีคะแนนลดลงเลย และเมื่อพิจารณาเทียบอันดับแล้ว ประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นก้าวกระโดดถึง 6 อันดับในเสาหลัก ได้แก่ ด้านสถาบัน (Institutions) เสาหลักเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และด้านประสิทธิภาพแรงงาน (Labor Market Efficiency) ขณะที่เสาหลักที่มีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เสาหลักด้านนวัตกรรม (Innovation) ส่วนด้านเศรษฐกิจมหภาค (Macro economic Environment) ประเทศไทยมีอันดับที่ 9 จาก 137 ประเทศ ซึ่งปรับดีขึ้น 4 อันดับจากปี 2559

ส่วนด้านที่ยังคงมีคะแนนอยู่ในระดับต่ำหรือในระดับเฝ้าระวัง ได้แก่ เสาหลักด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Health and primary education) ซึ่งถือว่ายังคงต้องมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการพัฒนาทรัพยากรและทุนมนุษย์

"ไทยยังคงต้องก้าวข้ามความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาทุนมนุษย์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันให้เกิดการร่วมมือทั้งรัฐและเอกชน ช่วยกันขับเคลื่อนให้ตรงตามแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้โมเมนตัมที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลบวกต่อเนื่องในระยะยาว" เทวินทร์ กล่าว

สุริยนต์ ธัญกิจจานุกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ในเรื่องของเศรษฐกิจมหภาคที่ปรับตัวดีขึ้นมาจากการทำงานของภาครัฐ ทั้งการบริหารจัดการอัตราเงินเฟ้อ สร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง โครงการเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการรับรู้ของภาคธุรกิจ ส่วนเรื่องนวัตกรรมที่ผ่านมารัฐบาลได้เริ่มโครงการที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้ไปมาก เช่น การอบรมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือการจัดตั้งเมืองนวัตกรรมอาหาร ถือเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมขึ้นในประเทศ ซึ่งจะเห็นผลในระยะยาวต่อไป

ขณะที่การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจในปีนี้ ไทยได้รับการจัดอันดับดีขึ้นจากอันดับที่ 113 มาเป็นอันดับที่ 109 แต่ยังเป็นอันดับที่ล้าหลังอยู่มาก ระยะเวลาการเริ่มต้นธุรกิจของไทยอยู่ที่ 25 วัน ดีขึ้นจากปีที่แล้วที่ 27 วัน และในปี 2561 ได้ตั้งเป้าหมายปรับปรุงแก้ไขให้เหลือเพียง 2.5 วัน ถ้าทำได้จะทำให้คะแนนของไทยในปีหน้าจะดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากรายงานของเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม (ดับเบิ้ลยูอีเอฟ) เผยว่า เมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกแล้ว ไทยยังมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคดังกล่าว โดยในหมู่ประเทศอาเซียนมีเพียงสิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้นที่มีคะแนนมากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค

ในด้านความกังวลในการทำธุรกิจ พบว่า ธุรกิจกังวลต่อความต่อเนื่องของนโยบายไทยมากขึ้นจนมาอยู่เป็นอันดับ 3 ในปีนี้ แทนการคอร์รัปชั่นเมื่อปีก่อน โดยมีคะแนนที่ย่ำแย่ลงในส่วนดังกล่าว จาก 9.9 จุด เป็น 12 จุด ส่วนเสาหลักด้านการสาธารณสุขและการศึกษาไทยอันดับร่วงลงไปจาก 86 เป็น 90

สำหรับดัชนีศักยภาพการแข่งขันโลกประจำปี 2560-2561 โดยสวิตเซอร์แลนด์ยังคงครองอันดับ 1 ขณะที่สหรัฐอันดับดีขึ้นแซงหน้าสิงคโปร์ขึ้นมาอยู่เป็นที่ 2 ส่วนสิงคโปร์ตกไปอยู่เป็นอันดับ 3 ตามมาด้วย เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ฮ่องกง สวีเดน สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ตามลำดับ ด้านจีนดีขึ้น 1 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 27

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?