posttoday
สิทธิชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้างกรณีเกษียณ ลูกจ้างควรทราบ นายจ้างควรรู้

สิทธิชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้างกรณีเกษียณ ลูกจ้างควรทราบ นายจ้างควรรู้

26 กันยายน 2560

โดย...พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน FINNOMENA Insign

โดย...พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน FINNOMENA Insign

ว่าด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2540 นั้น ได้มีการกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้างในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่มีความผิด กฎหมายดังกล่าวได้มีการประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2540 และจนถึงปัจจุบันไม่ได้มีการแก้ไขอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเร็วๆ นี้ภาครัฐได้มีการเล็งเห็นถึงสภาพทางสังคมและเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงไปและแตกต่างจากแต่ก่อนอย่างสิ้นเชิง เช่น ในด้านของประชากรศาสตร์ของประเทศนั้น จะเห็นว่า อีก 15 ปีข้างหน้า คนไทยอายุเกิน 60 ปี จะมีมากถึง 1 ใน 4 ของประเทศ ทำให้มีการผลักดันการแก้กฎหมายดังกล่าวให้สะท้อนสภาพทางสังคมและเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

โดยได้มีการแก้กฎหมายให้ถือว่า การเกษียณอายุ เป็นการเลิกจ้างตามมาตรา 118 วรรค 2 เพื่อให้ถือว่าการเกษียณอายุคือการเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่มีความผิด และกำหนดอายุของการเกษียณอายุไว้ที่ 60 ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ หากไม่มีการระบุอายุเกษียณไว้ในสัญญาการจ้างงานระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ให้ใช้เกณฑ์อายุครบเกษียณที่ 60 ปี จะได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างงานทันที หลังจากนั้นอาจทำสัญญาฉบับใหม่ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างที่แตกต่างจากเดิมก็ได้ ถือเป็นการปฏิรูปครั้งสำคัญในกฎหมายคุ้มครองแรงงานรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งแต่ละปีจะมีลูกจ้างที่ครบกำหนดเกษียณอายุประมาณ 3-4 แสนราย

หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา โดยทางแพ่งโทษปรับสูงสุดตามค่าชดเชยที่ค้างรวมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี หรือคิดเงินเพิ่มร้อยละ 15 ตามยอดเงินผิดนัดชำระ 7 วัน สำหรับโทษทางอาญาจำคุกสูงสุด 6 เดือน หรือทั้งจำและปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

กฎหมายฉบับใหม่นี้จึงเป็นประโยชน์กับลูกจ้าง โดยเฉพาะกับสถานประกอบการขนาดเล็กที่ไม่ได้ระบุอายุเกษียณไว้ในสัญญาจ้างงาน และไม่มีนโยบายการจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้างเกษียณอายุที่ถือเป็นการเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ซึ่งน่าจะมีเกือบ 1 แสนบริษัท ที่มีลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกว่า 6.5 แสนคน ในสถานประกอบการขนาดเล็ก

สำหรับในมุมของนายจ้างนั้น ก็คงจะต้องมีการเตรียมตัวจ่ายผลประโยชน์พนักงานเหล่านี้ในอนาคต คาดการณ์ได้ยากว่าบริษัทควรตั้งสำรองในเวลานี้เป็นจำนวนเท่าไร อาจจะต้องอาศัยการคาดเดาในอนาคตว่าลูกจ้างแต่ละคนจะมีเงินเดือนเท่าไรในตอนที่แต่ละคนจะเกษียณ และจะมีโอกาสทำงานอยู่กับบริษัทจนถึงเกษียณเป็นจำนวนเท่าไร รวมถึงหลักการในการตั้งเป็นเงินสำรองด้วย ซึ่งหลักการเหล่านี้จะเป็นหลักการคนละแบบกับการตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

การคำนวณเงินสำรองสำหรับค่าชดเชยจากการเกษียณ (ซึ่งเท่ากับเลิกจ้าง) เป็นการการันตีผลประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับตอนที่ทำงานจนถึงอายุเกษียณ ซึ่งหลักการตั้งเงินสำรองจะเหมือนกับหลักการเดียวกับแบบประกันชีวิต ที่การันตีผลประโยชน์ให้ในอนาคตที่ระบุไว้ ซึ่งหลักการที่ว่านี้จะอาศัยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยในการคำนวณเพื่อตั้งสำรองให้เหมาะสมและไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

ดังนั้น ในทางบัญชีแล้ว นายจ้างก็ควรจะรับรู้ภาระผูกพันของผลประโยชน์พนักงานเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นหนี้สิน และทยอยตั้งเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละปีไว้ด้วย นึกเสียว่าบริษัทกำลังจ่ายเบี้ยประกันให้กับตัวบริษัทเองเพื่อเก็บเงินก้อนนี้ไว้จ่ายลูกจ้างในยามที่เขาเกษียณไป

สรุปคือ ตอนนี้กฎหมายได้กำหนดว่า “การเกษียณ” เท่ากับเลิกจ้าง ซึ่งนายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชย พร้อมกำหนดอายุเกษียณเป็น 60 ปี ซึ่งนายจ้างก็ไม่ควรชะล่าใจ ตอนนี้ต้องเตรียมตัวคำนวณภาระผูกพันจากผลประโยชน์พนักงานเหล่านี้ ให้ตั้งเงินสำรองรับรู้เป็นภาระหนี้สินของบริษัทและทยอยรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละปีเอาไว้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมที่สูงอายุ ถึงเวลานั้น ถ้าไม่ตั้งสำรองให้ดี แล้วมารอรับรู้เป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายในตอนที่แต่ละคนเกษียณ มันก็เหมือนระเบิดเวลาของบริษัทดีๆ นี่เอง แล้วในเวลานั้นบริษัทอาจจะมีเงินไม่พอจ่ายให้พนักงานก็ได้ (ดังเช่น บริษัทรถยนต์ชื่อดัง General Motors (GM) ในอเมริกา ที่คำนวณการตั้งสำรองไม่เพียงพอ ไม่มีเงินจ่ายให้กับพนักงานเมื่อยามเกษียณ เรียกง่ายๆ ว่าบริษัทมีกำไรเท่าไร ก็ไม่เพียงพอกับการจ่ายเงินก้อนให้กับมนุษย์เงินเดือนที่เกษียณไปในแต่ละปี ที่พรั่งพรูกันเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งต้องยื่นล้มละลายในปี ค.ศ. 2009 และยังเป็นคดีฟ้องร้องกันจนถึงทุกวันนี้)

สำหรับอัตราค่าชดเชยตามอายุงาน คือ อายุงานมากกว่า 10 ปี ได้รับการชดเชย 10 เดือน หรือ 300 วัน หากทำงาน 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี ได้รับการชดเชย 8 เดือน อายุงาน 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี จะได้รับค่าชดเชย 6 เดือน ทำงาน 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี จะได้ค่าชดเชย 3 เดือน และทำงาน 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี ได้รับค่าชดเชย 1 เดือน อีกทั้งตอนนี้ยังมีประเด็นในการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เพิ่มเติมในประเด็นที่ว่าถ้าทำงานเกิน 20 ปี จะได้เงินชดเชย 400 วัน (13.3 เดือน) ที่กำลังจะตามมา ซึ่งลูกจ้างก็ต้องรอฟังข่าวดีกันเร็วๆ นี้

ข่าวล่าสุด

LIVE ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เชลซี พบ แมนซิตี้ เอฟเอคัพ วันนี้ 16 พ.ค.69

LIVE ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เชลซี พบ แมนซิตี้ เอฟเอคัพ วันนี้ 16 พ.ค.69