posttoday
วัยทองกำลังมา จะรับมืออย่างไรดี?

วัยทองกำลังมา จะรับมืออย่างไรดี?

21 กันยายน 2560

เรื่อง พุสดีตอนเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากเด็กน้อยเข้าสู่วัยรุ่นหลายคนเรียกว่า เป็นวัยว้าวุ่น ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่าน แต่พอเปลี่ยนผ่านจากวัยผู้ใหญ่เข้าสู่วัย 40 ปลายๆ หลายคนกลับเรียกติดปากว่า เป็นวัยทอง หรือวัยฮอร์โมนใกล้หมด ทำให้อาการแปรปรวน หงุดหงิดง่าย ร่างกายที่เคยแข็งแรง เริ่มนับถอยหลัง

เรื่อง พุสดี

ตอนเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากเด็กน้อยเข้าสู่วัยรุ่นหลายคนเรียกว่า เป็นวัยว้าวุ่น ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่าน แต่พอเปลี่ยนผ่านจากวัยผู้ใหญ่เข้าสู่วัย 40 ปลายๆ หลายคนกลับเรียกติดปากว่า เป็นวัยทอง หรือวัยฮอร์โมนใกล้หมด ทำให้อาการแปรปรวน หงุดหงิดง่าย ร่างกายที่เคยแข็งแรง เริ่มนับถอยหลัง

แน่นอนว่าถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากเข้าสู่วัยทอง แต่กลไกธรรมชาติใครก็ไม่อาจฝืน สิ่งที่ดีที่สุดคือ รู้ให้เท่าทันและรับมืออย่างถูกวิธี

เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการทำความเข้าใจก่อนว่า วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนคืออะไร ข้อมูลจากศูนย์สูติ-นรีเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า วัยทองมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับฮอร์โมน ผู้หญิงในร่างกาย ซึ่งมีส่วนสำคัญในทุกช่วงอายุของผู้หญิง โดยปกติร่างกายจะเริ่มสร้างฮอร์โมนในเด็กผู้หญิงตั้งแต่อายุ 7-8 ปี และเริ่มมีประจำเดือนตอนอายุ 12 ปี ทั้งนี้ ใจแต่ละคนอาจเร็วหรือช้าต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและพันธุกรรม แต่หากพบว่าเด็กมีประจำเดือนก่อนอายุ 8 ปี ถือว่าเป็นสาวก่อนวัย ซึ่งควรได้รับการดูแลและแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เริ่มตั้งแต่อายุ 15 ปี จนถึง 44 ปีนั้น ช่วงอายุนี้ฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายมีค่อนข้างสมดุล ตราบจนเมื่อหลักไมล์อายุแตะ 45-55 ปี ฮอร์โมนในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รังไข่จะหยุดทำงาน และไม่มีการตกไข่อีกต่อไป ทำให้ไม่มีประจำเดือนและไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงที่มีชื่อว่า เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจากรังไข่อีกต่อไป เป็นผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุล เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจตามมา อาการของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นรู้จักกันโดยทั่วไปว่า "เลือดจะไปลมจะมา" ในช่วงวัยนี้เองหลายคนเรียกติดปากว่า "วัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน" โดยเฉลี่ยจะพบในผู้หญิงอายุ 50 ปี

จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังเคาต์ดาวน์ก้าวสู่วัยทอง เช็กลิสต์ง่ายๆ คือ 1.ประจำเดือนมาน้อยวันและไม่สม่ำเสมอ 2.มีอาการร้อนวูบวาบตามร่างกาย โดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย เหนื่อยง่าย ใจสั่นมีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน บางคนมีอาการหนาวสั่นโดยไม่มีสาเหตุ 3.ผิวหนังจะบางลง แห้งและเกิดเป็นแผลได้ง่าย มีอาการคันตามผิวหนัง และผิวหนังเกิดผื่นแพ้ง่าย 4.เส้นผมจะหยาบแห้งและบางลง หลุดร่วงได้ง่าย ไม่ดกดำเป็นเงางาม 5.ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือปวดตามข้อและกระดูก 6.มีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว เครียดง่าย หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ โกรธง่าย ใจน้อย ควบคุมอารมณ์ได้ยาก บางคนหลงลืมง่าย เวียนศีรษะ ซึมเศร้า 7.นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ 8.ช่องคลอดขาดความชุ่มชื้น น้ำหล่อลื่นน้อยลง เกิดความเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ 9.ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ 10.กระดูกจะบางและเปราะง่าย เวลาหกล้มกระดูกจะหักได้ง่ายขึ้น

เมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวเองเข้าข่ายกำลังเข้าสู่วัยทอง ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลเกินไป แค่เริ่มดูแลตัวเองอย่างถูกต้องและเหมาะสม ก็ช่วยให้ผ่านวัยทองไปได้อย่างไม่มีปัญหา

1.อาหาร สตรีวัยทองควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเน้นการกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต พืชตระกูลถั่ว เต้าหู้ งาดำ ปลาเล็กปลาน้อยที่สามารถกิน พร้อมก้าง ผักใบเขียว เป็นต้น แคลเซียมที่รับเข้าไปจะเป็นตัวเสริมสร้างกระดูกเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน นอกจากนี้ควรควบคุมระดับไขมันในเส้นเลือดโดยงดอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง และเลือกกินอาหาร ที่ย่อยง่าย

2.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดิน การวิ่งเหยาะๆ เต้นรำ รำมวยจีน เต้นแอโรบิก เป็นต้น

3.ฝึกการควบคุมอารมณ์ให้มีความคิดในทางบวก และทำจิตใจให้แจ่มใสเบิกบาน

4.ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง ตรวจเช็กความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน ตรวจภายในเช็กมะเร็งปากมดลูก ตรวจหามะเร็งเต้านม (Mammography) และตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก (Bone Mineral Density) รวมทั้งการตรวจระดับของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับวัยทอง

5.ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณารับฮอร์โมนทดแทน ในกรณีที่สตรีวัยทองมีอาการต่างๆ มาก หรือตรวจพบความผิดปกติ เช่น กระดูกบาง หรือกระดูกพรุน และมีความจำเป็นจะต้องได้รับฮอร์โมนเพิ่มเติม แพทย์จะพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทนตามความเหมาะสม

การให้ฮอร์โมนทดแทนในที่นี่หมายถึง คือ การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดสกัดจากธรรมชาติ (Bio-identical Hormone) ที่มีโครงสร้างเดียวกับฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกาย การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้นอาจให้ร่วมกับฮอร์โมนเพศหญิงอีกตัวหนึ่งคือ ฮอร์โมน โปรเจสเตอโรน ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับฮอร์โมนเพศตามธรรมชาติ

ประโยชน์ของการให้ฮอร์โมนทดแทน คือ 1.ช่วยลดการซึมเศร้า เหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ 2.ทำให้ผิวหนังเต่งตึงและชุ่มชื้น ลดอาการผิวหนังอักเสบ ผมจะหนาและดกดำขึ้น 3.ช่วยเพิ่มระดับของความจำ มีสมาธิมากขึ้น 4.เพิ่มความหนาแน่นของกระดูกเมื่อได้รับร่วมกับแคลเซียมและมีการออกกำลังกายที่เหมาะสมร่วมกัน

ผลของการได้ฮอร์โมนทดแทนจะแตกต่างกันไปในสตรีวัยทองแต่ละคน ซึ่งมีปัจจัยทางด้านสุขภาพที่แตกต่างกัน n

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน