
พักสั้นๆ แล้วค่อยขึ้นต่อ
อรลักษณ์ วงศ์มาศา & นักวิเคราะห์อนุพันธ์ & บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)ตลาดหุ้นไทยในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทะลุทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่ปี 2556 และแกว่งตัวขึ้นแรงต่อเนื่อง เราคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีน่าจะยังมีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดีขึ้น เห็นได้จากตัวเลขส่งออกเดือน ส.ค.ที่เพิ่งประกาศมาออกมาเพิ่มขึ้น 13.2% เทียบกับปีก่อน ถือว่าขยายตัวดีมาก
อรลักษณ์ วงศ์มาศา & นักวิเคราะห์อนุพันธ์ & บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)
ตลาดหุ้นไทยในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทะลุทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่ปี 2556 และแกว่งตัวขึ้นแรงต่อเนื่อง เราคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีน่าจะยังมีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดีขึ้น เห็นได้จากตัวเลขส่งออกเดือน ส.ค.ที่เพิ่งประกาศมาออกมาเพิ่มขึ้น 13.2% เทียบกับปีก่อน ถือว่าขยายตัวดีมาก
ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ KGI คาดว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีไทยปีนี้ที่ระดับ 3.8% และปีหน้าขึ้นสู่ระดับ 4.2% แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีจะฟื้นตัวขึ้น โดยได้ตัวหนุนทั้งจากการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งกำลังซื้อผู้บริโภคน่าจะฟื้นตัวขึ้นด้วยเช่นกัน หนุนให้กำไรของบริษัท จดทะเบียน (บจ.) ในช่วงครึ่งปีหลัง ฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับสัญญาณบวกจากยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาเป็นซื้อสุทธิ ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.รวมกว่า 9,200 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาปรับขึ้นเพียง 7.5% น้อยกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค เช่น ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ขึ้น 21.0% มาเลเซียและอินโดนีเซียขึ้น 11.6%
ทั้งนี้ KGI ปรับเป้าหมายดัชนี หุ้นไทย (SET) ในปีนี้ขึ้นจากเดิม 1,650 จุด โดยหันมาใช้เป้าหมายใหม่ที่ 1,710 จุด นอกจากนี้ยังคาดว่าเป้าหมายดัชนี SET ในปีหน้าน่าจะอยู่ในช่วง 1,730-1,790 จุด โดยอิงจากระดับอัตราส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ที่ระดับ 15.4-15.9 เท่า โดยให้เป้าหมายของดัชนี SET ในปีหน้าอยู่ที่ 1,790 จุด หากธนาคารกลางสหรัฐไม่รีบร้อนในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าและเศรษฐกิจไทย ฟื้นตัวเป็นไปอย่างที่คาดการณ์ อย่างไรก็ตามในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นร้อนแรงเกินไป หากนับตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.ที่เป็นช่วงเริ่มปรับขึ้นในรอบนี้ถึงจุดสูงสุดในวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ 1,678 จุด ปรับขึ้นเกือบ 7% ทำให้อาจมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง กดดันให้ชะลอลงในช่วงสั้นๆ ซึ่งมองเป็นจังหวะซื้อในช่วงชะลอลง
ด้านปัจจัยภายนอก หลังจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกหนึ่งครั้งในปีนี้และอีก 3 ครั้งในปีหน้า หนุนให้ทิศทางดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นมาในระยะสั้น อย่างไรก็ตามคาดว่าตลาดได้รับรู้ประเด็นนี้ไปบ้างแล้ว และอาจเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรออกมา จะทำให้ทิศทางดอลลาร์ในที่สุดแล้วน่าจะยังอ่อนค่าลงได้ โดยเฉพาะในช่วงใกล้การประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในระหว่างวันที่ 26 ต.ค.นี้ คาดว่าหลังการประชุมน่าจะมีการส่งสัญญาณในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ รวมทั้งธนาคารกลางยุโรปอาจจะมี การลดปริมาณการซื้อตราสารหนี้ ในเร็วๆ นี้ ด้านสถานการณ์การเมืองระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ แม้ว่าจะมีการพูดจาตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ รวมทั้งมีการทดลองยิงอาวุธอย่างต่อเนื่องจากเกาหลีเหนือ แต่คาดว่าในที่สุดสถานการณ์จะไม่บานปลายจนเกิดความรุนแรงระหว่างประเทศ
ด้านทิศทางราคาน้ำมัน เนื่องจากรายงานสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ออกมาปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปีนี้และปีหน้าขึ้น รวมทั้งปริมาณผลิตน้ำมันจากโอเปกเดือน ส.ค. ปรับลดลงจากปัญหาความไม่สงบในลิเบีย ประกอบกับพายุเฮอริเคน ฮาร์วี่ย์ที่พัดถล่มสหรัฐกดดันให้ปริมาณผลิตน้ำมันสหรัฐชะลอลงชั่วคราว ส่งผลให้เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ทิศทางราคา น้ำมันเบรนต์ปรับขึ้นแรงกว่า 7% ประเมินทิศทางน้ำมันในเดือน ต.ค.อาจจะมีสลับชะลอลงเป็นระยะ โดยราคาน้ำมันเบรนต์อาจแกว่งตัวในกรอบ 53-58 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากปริมาณผลิตน้ำมัน สหรัฐได้ฟื้นตัวขึ้น หลังจากโรงกลั่น น้ำมันสหรัฐกลับมาเดินเครื่องผลิตได้อีกครั้ง รวมทั้งปริมาณผลิตน้ำมันจากลิเบียเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น
กลยุทธ์การลงทุนเดือน ต.ค. คาดแนวโน้มยังคงแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่ระยะสั้นอาจมีพักตัวบ้างสั้นๆ จากช่วงที่ผ่านปรับขึ้นแรงและเร็วเกินไป มองจังหวะลงมาเป็นจังหวะเหมาะสมในการเข้าซื้อสัญญาซื้อขาย SET50 ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ประเมินแนวรับที่บริเวณ 1,050/1,035 จุด แนะนำเปิด Long ในสัญญา S50Z17 ที่บริเวณแนวรับ 1,050/1,035 จุด และรอปิดสถานะเมื่อดีดฟื้นขึ้นไปแนวต้าน 1,080/1,100 จุด แต่หากผิดคาดหลุดต่ำกว่าแนวรับ 1,035 จุด แนะนำให้พิจารณาตัดขาดทุนออกไปก่อน และรอดูสถานการณ์เพื่อเข้าซื้อที่แนวรับ ถัดไปที่ 1,020/1,000 จุด
สำหรับกลยุทธ์ทองคำ หลังการประชุมเฟดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทิศทางทองคำถูกขายทำกำไรกดดันให้ปรับลงแรง คาดว่าทองคำโลกอาจปรับ ลงได้บ้างในระยะสั้น แต่จำกัดและ ไม่มากนัก โดยแนะนำซื้อ โดยเปิด Long สัญญา GF10V17 เมื่อชะลอลงมาแนวรับบาทละ 20,100/19,800 บาท เพื่อรอขายในช่วงปรับขึ้นไปใกล้แนวต้าน 20,500/20,700 บาท โดยให้ตัดขาดทุนหากหลุดต่ำกว่า 19,800 บาท







