posttoday
คสช. ปฏิรูป หรือปฏิกิริยา

คสช. ปฏิรูป หรือปฏิกิริยา

24 กันยายน 2560

ประชา หุตานุวัตรผมช่วยงานการปฏิรูปการศึกษาของเทศบาลนครขอนแก่นอยู่หลายปี ถือได้ว่าเป็นการริเริ่มจากท้องถิ่นโดยตรงตั้งแต่นายกเทศมนตรีคนก่อน ผู้ตั้งใจทำอย่างมีคุณภาพ โดยอาศัยคนที่รู้จริงจากหลายฝ่ายทั่วประเทศเข้าไปช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ประชา หุตานุวัตร

ผมช่วยงานการปฏิรูปการศึกษาของเทศบาลนครขอนแก่นอยู่หลายปี ถือได้ว่าเป็นการริเริ่มจากท้องถิ่นโดยตรงตั้งแต่นายกเทศมนตรีคนก่อน ผู้ตั้งใจทำอย่างมีคุณภาพ โดยอาศัยคนที่รู้จริงจากหลายฝ่ายทั่วประเทศเข้าไปช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

เสียดายที่นายกเทศมนตรีคนปัจจุบันไม่ได้เอาจริงในเรื่องนี้ ความพยายามนี้จึงแผ่วไป แต่สิ่งที่ริเริ่มไว้ก็ ไม่ได้สูญเปล่า ยังมีผู้บริหารและครูหลายโรงเรียน หลายท่านที่พยายาม ทำอย่างต่อเนื่อง

เมื่อต้นเดือน มิ.ย.ศกนี้ ผมได้รับเชิญให้ไปเสริมงานบางอย่างที่ต่อเนื่องมา ทำให้รู้ว่า คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 รวบอำนาจการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนในเขตเทศบาลกลับมาอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็น การถอยกลับไปสู่ความล้าหลังก้าวใหญ่

ผมเข้าใจว่าการรวบอำนาจกลับสู่ส่วนกลางคงทำกันเงียบๆ อีกหลายอย่าง โดยที่ประชาชนทั่วไปไม่ได้รู้เห็นด้วย เรื่องนี้เป็นอันตรายร้ายแรงต่อบ้านเมืองในระยะยาวครับ

เราต้องไม่ลืมว่าปัญหาสามจังหวัดภาคใต้กับชาวมุสลิมนั้น แก่นของปัญหาในทางการเมืองก็คือการที่รัฐบาลจากกรุงเทพฯ ส่งผู้ว่าราชการและข้าราชการระดับผู้ใหญ่ไปปกครองคนต่างวัฒนธรรม โดยที่คนเหล่านี้ไม่ได้เข้าใจวัฒนธรรมนั้นๆ ที่ร้ายกว่านั้นคือ ไปดูถูกดูหมิ่นศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น

ทักษิณ ชินวัตร นั้นทำทั้งโทษและคุณให้กับบ้านเมืองเราสมัยเมื่อเขามีอำนาจ แต่สิ่งหนึ่งที่จะเป็นตราบาปติดไปกับชีวประวัติทางการเมืองของเขา ก็คือ ในฐานะนายกรัฐมนตรี เขาพูดว่าโรงเรียนปอเนาะเป็นแหล่งเพาะโจร แม้เขาจะพ้นอำนาจไปแล้ว รัฐบาลยุค ต่อมายังไม่มีใครขอโทษชาวมุสลิมกันเลย

ข้อดีที่สุดของนายกรัฐมนตรีคนนี้ ก็คือเป็นคนปากเสีย ทำให้โทษสมบัติของเขาทำร้ายประเทศไทยไม่ได้นานนัก

ประเด็นสำคัญก็คือเรื่องการ กระจายอำนาจ ที่เป็นส่วนสำคัญของรัฐเสรีนิยมสมัยใหม่ ความทันสมัยทำให้รัฐสมัยใหม่มีอำนาจมากมายมหาศาล เมื่ออำนาจกระจุกตัวอยู่ที่ใด ย่อมก่อให้เกิดความฉ้อฉลต่างๆ ได้มาก พระพุทธเจ้าทรงตระหนักเรื่องนี้มากว่าสองพันปีแล้ว ท่านจึงไม่แต่งตั้งผู้ใดขึ้นมาเป็นประมุขสงฆ์แทนท่าน แต่ทรงมอบอำนาจการตัดสินใจให้คณะสงฆ์ที่กระจายอำนาจอย่างเต็มที่

เมื่อสองสามร้อยปีมานี้เอง นักคิดฝรั่งยุคที่กำลังก่อเกิดรัฐประชาชาติแบบปัจจุบันก็เห็นเช่นเดียวกันจนถึงกับพูดว่า รัฐบาลคือสิ่งชั่วร้ายที่จำเป็น

ชั่วร้ายก็เพราะรัฐบาลต้องมีอำนาจ และอำนาจเป็นที่มาของความฉ้อฉล ยิ่งอำนาจมาก ความฉ้อฉลก็ยิ่งมาก แต่ก็จำเป็น เพราะถ้าปราศจากรัฐบาล ความวุ่นวายก็จะเกิดขึ้น

ฉะนั้นหลักการสำคัญที่เป็นหัวใจของรัฐสมัยใหม่ที่จะลดความฉ้อฉลลง ก็คือ การกระจายอำนาจหลายๆ รูปแบบมาก เช่น การแยกอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการออกจากกัน การมีสองสภา การมีพรรคการเมืองหลายพรรค และที่สำคัญก็คือ มีระบบการปกครองท้องถิ่นที่เข้มแข็ง นอกเหนือจากการมีเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน และ โดยเฉพาะของสื่อมวลชนต่างๆ

รัฐบาลทักษิณได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง (ความยุติธรรมทางสังคม) และสิ่งที่ถูกใจประชาชน (หาคะแนนนิยม) ทำให้ได้รับการยอมรับมาก จึงมีอำนาจมาก และเกิดความฉ้อฉลมาก (โดยเฉพาะผ่านโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ) และแล้วการยอมรับก็เริ่มเสื่อมลง

รัฐบาล คสช.ก็เช่นกัน ได้กระทำหลายอย่างที่ถูกต้อง (นำระบบระเบียบบางอย่างกลับมาสู่สังคม และสร้างความเป็นธรรมทางสังคมในบางกรณี) และสิ่งที่ถูกใจประชาชน (หาคะแนนนิยม) และได้รับการยอมรับมากระยะหนึ่ง จึงมีอำนาจอยู่ได้ พร้อมกับอำนาจจากปากกระบอกปืน จึงทำให้มีอำนาจมากกว่า และก็เป็นไปได้ว่าเกิดความฉ้อฉลมากกว่าด้วย (โดยเฉพาะผ่านโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ เช่นกัน) และการยอมรับก็เริ่มเสื่อมลงเช่นเดียวกัน

ข้อแตกต่างก็คือ รัฐบาลอย่างหลังมีอำนาจล้นฟ้า รวมทั้งออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองไว้ล่วงหน้าทุกอย่าง พร้อมทั้งปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก ความฉ้อฉลจึงยังถูกปิดบังไว้

แต่ทั้งสองระบบยังคงปกครองประเทศไทยด้วยระบบจักรวรรดินิยมกรุงเทพฯ ถือว่าประชาชนในภาคต่างๆ เป็นอาณานิคมของกรุงเทพฯ ไม่มีสิทธิที่จะปกครองตนเอง ดูแลตนเอง

คสช.จับประเด็นผิดอย่างจัง ที่คิดว่าเมื่อรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางมากขึ้นแล้วจะแก้ปัญหา "คนนิยมทักษิณ" และคณะได้ และนี่คือการปฏิรูปประเทศ

ในทางตรงกันข้าม การปฏิรูปประเทศไทยที่แท้จริงคือการให้อำนาจกลับมาอยู่กับประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ มากขึ้น ให้เขาได้ดูแลจัดการตนเองทุกระดับ ยกเลิกระบบเอากรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง กระจายอำนาจการตัดสินใจออกไปสู่ท้องถิ่น สู่ตำบล สู่หมู่บ้าน คนท้องถิ่นเขารู้เรื่องของเขาเอง ให้เขาตัดสินชะตากรรมของเขาเอง ให้เขามีเอกลักษณ์ของเขาเอง มีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและภาษาพื้นถิ่น การปกครองระดับอำเภอยกเลิกไปได้แล้ว

รัฐบาลกลางที่กรุงเทพฯ เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้เอื้ออำนวยให้ท้องถิ่นแต่ละแห่งเข้มแข็ง และเป็นผู้ประสานงานให้ความหลากหลายของแต่ละท้องถิ่นได้มาพบกันอย่างสร้างสรรค์ จนเกิดความร่ำรวยทางสติปัญญาและศิลปวัฒนธรรมใหม่ๆ ขึ้นในระดับชาติ

การรวบอำนาจกลับมาให้มหาดไทยและกรุงเทพฯ ยิ่งใหญ่ขึ้น ไม่ใช่ปฏิรูป มันเป็นปฏิกิริยา

แต่คำหลังนี้ คุณประยุทธ์ก็ยัง ไม่เข้าใจใช่ไหมครับ คุณคองามอธิบายด้วยนะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน