posttoday
ความยั่งยืน...วาระสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก

ความยั่งยืน...วาระสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก

20 กันยายน 2560

เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน แม้ว่าในปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์เราเองที่สร้างทั้งความเจริญรุ่งเรือง และมลพิษ จะเห็นได้จากที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำในประเทศมหาอำนาจของโลก ก็มีการเปลี่ยนนโยบายอย่างกลับหลังหัน ใครเลยจะคาดว่า ประเทศจีนที่มีปัญหามลพิษทางอากาศในเมืองหลวงของตน จะประกาศนโยบายการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษในอากาศให้ได้ตามเป้าหมายในปี 2030 แต่ประเทศยักษ์ใหญ่อีกฟากของโลกประกาศถอนตัวจากข้อตกลงว่าด้วยการลดโลกร้อน

เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน แม้ว่าในปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์เราเองที่สร้างทั้งความเจริญรุ่งเรือง และมลพิษ จะเห็นได้จากที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำในประเทศมหาอำนาจของโลก ก็มีการเปลี่ยนนโยบายอย่างกลับหลังหัน ใครเลยจะคาดว่า ประเทศจีนที่มีปัญหามลพิษทางอากาศในเมืองหลวงของตน จะประกาศนโยบายการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษในอากาศให้ได้ตามเป้าหมายในปี 2030 แต่ประเทศยักษ์ใหญ่อีกฟากของโลกประกาศถอนตัวจากข้อตกลงว่าด้วยการลดโลกร้อน

ในขณะที่ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีได้ส่งผลกระทบต่อการวางแผนงานขององค์กรต่างๆ ทั่วโลก ในทศวรรษหน้านั้น ใครจะอยู่ใครจะไป เพราะ Disruptive Technology การใช้เครื่องมือที่สามารถทดแทนแรงงานและสมองของคนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เช่น โรบอตหรือหุ่นยนต์ที่สามารถใช้ในหลากรูปแบบของแรงงานและมีสมองกลติดอยู่ด้วย

ลองนึกภาพว่า ในอนาคตการผลิตสินค้าต่างๆ ที่เคยต้องอาศัยประเทศที่มีแรงงานราคาถูกเพื่อผลิตสินค้าป้อนสู่ตลาดโลกนั้น อาจมีแรงจูงใจน้อยลง เพราะในประเทศที่มีค่าแรงแพงก็สามารถใช้หุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพผลิตแทน และโรงงานก็ตั้งอยู่ในประเทศตนเองก็ได้ และในโลกอนาคตนั้นสินค้าต่างๆ นั้น ต้องหาทางที่จะมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เรียกว่า ไม่โหล ผู้ผลิตที่สามารถสร้างความเป็น Personalize ให้กับลูกค้าได้มากขึ้นเท่าไร ก็จะเป็นผู้ชนะ การผลิตในลักษณะออนดีมานด์นั้น น่าจะเป็นแนวโน้มที่มีการเติบโตสูง

แม้แต่สถาบันการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศนั้น ก็มีความเสี่ยงในกระแส Disruption ที่จะต้องปรับตัวจากการแข่งขันที่สูงมากขึ้นและจากทั้งในและต่างประเทศ ในขณะที่เด็กนักเรียน นักศึกษา ผู้ที่ต้องการเรียนในประเทศไทย มีอัตราลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ข้างต้นเป็นตัวอย่างของความท้าทายขององค์กรทั้งภาคเอกชนและภาครัฐบาล รวมทั้งประเทศด้วย จึงเป็นที่มาของ Thailand 4.0 ที่ทุกคนเริ่มตระหนักมากขึ้นในความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น แต่ยังไม่มีใครสามารถจะพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำในสิ่งที่จะเกิดขึ้น หรือขนาดของการเปลี่ยนแปลง

ถ้าลองคิดออกเป็นภาพก็ขอให้ลองคิดตามดูว่า ถ้าโลกของเราเหมือนปลาอานนท์สมัยโบราณ ที่กำลังพลิกตัวเพื่อเคลื่อนตัวเองไปข้างหน้า ดังนั้น หลายๆ เรื่องก็คงต้องทิ้งไว้ข้างหลัง และมีอีกหลายอย่างที่กำลังเข้ามาแทนที่ ซึ่งในประเทศไทยก็คงเฉกเช่นเดียวกัน ที่กำลังหมุนไปข้างหน้า เราคงต้องเตรียมตัวเพื่อที่จะพลิกและก้าวไปพร้อมๆ กับโลก เราก็คงมีความเสี่ยงหากไม่ยอมเปลี่ยน ไม่ยอมพลิกไปข้างหน้า หรือหยุดอยู่ข้างหลัง ดิฉันเชื่อว่า ในช่วงสองสามปีก่อนขึ้นทศวรรษ 2020 เป็นเวลาที่เราทั้งหลายนั้น ต้องตระหนักและตระหนกที่จะต้องเตรียมการ แต่ถ้าองค์กรของเราได้เริ่มไปแล้ว ก็ต้องปรบมือให้ทุกท่านค่ะ

สำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจัยที่จะทำให้องค์กรสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืนในอนาคตนั้น เป็นเรื่องของทำงานในหลายมิติที่เราจะต้องคำนึงถึงและที่เพิ่มความสำคัญในช่วงเวลานี้คือ Innovation ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้นได้มีความตื่นตัวที่จะมุ่งสู่ความยั่งยืนและการมีนวัตกรรมที่จะทำให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

โดยปัจจุบันพัฒนาการของตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกนั้น มุ่งไปสู่การพัฒนาเพื่อความยั่งยืน เห็นได้จากการประชุมประจำปีของสมาพันธ์ตลาดหลักทรัพย์นานาชาติ (World Federation of Exchanges : WFE) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผู้บริหารสูงสุดของตลาดหลักทรัพย์และสำนักหักบัญชีจากทั่วโลกได้ให้ความเห็นในเรื่องหลักการความยั่งยืนที่เน้นย้ำ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG)

พูดถึงประเด็นความยั่งยืนแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันประเด็นการดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน กลายเป็นหัวข้อสำคัญที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง หลายบริษัทดำเนินงานโดยยึดหลักนี้มายาวนาน เพราะไม่ใช่แค่ทำแล้วจะเห็นผลในเร็ววัน แต่ต้องสะสมเวลาและต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังด้วย ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนในภาคตลาดทุน คือ ล่าสุดบริษัทจดทะเบียนไทยได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีแห่งความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประจำปี 2560 ถึง 17 บริษัท โดยประเทศไทยมีบริษัทจดทะเบียนได้รับเลือกเป็นสมาชิก DJSI สูงสุดใน ASEAN และมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนเพิ่มสูงสุดในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก นับเป็นความสำเร็จของบริษัทจดทะเบียนไทยที่มีพัฒนาการด้านความยั่งยืนโดดเด่นในระดับสากล และเป็นความภาคภูมิใจของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการมีส่วนร่วมส่งเสริมและผลักดันให้บริษัดจดทะเบียนไทยได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืนในระดับสากล ด้วยการเตรียมความพร้อมโดยการสร้างความรู้ความเข้าใจในระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน เช่น โครงการ DJSI Exclusive Coaching โดยวิทยากรผู้มีประสบการณ์จาก RobecoSAM การอบรมการจัดทำรายงานความยั่งยืน เป็นต้น

ดิฉันขอแสดงความยินดีกับบริษัทจดทะเบียนทั้ง 17 แห่งด้วยค่ะ ทั้งในกลุ่มดัชนี DJSI World 5 แห่ง ได้แก่ KBANK PTT PTTEP PTTGC และ SCC และกลุ่มดัชนี DJSI Emerging Markets 16 แห่ง ได้แก่ AOT BANPU CPALL CPF CPN HMPRO IRPC IVL KBANK MINT PTT PTTEP PTTGC TOP TRUE และ TU (ยังมีบริษัทไทยอีก 1 แห่งที่ได้รับการคัดเลือกเข้าดัชนี DJSI คือ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ) ซึ่งการที่ได้เข้าเป็นสมาชิกของดัชนี DJSI นี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของบริษัทในการได้รับการยอมรับในระดับสากล และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาด้านความยั่งยืนอย่าง ต่อเนื่องเพื่อให้ทุกภาคเติบโตให้ไปพร้อมๆ กันค่ะ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน