
กับดักสัตว์และม้านอกสายตา
หลังจากสำรวจวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ภาคตะวันออกของประเทศที่
โดย ถาวร หลีกภัย
หลังจากสำรวจวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ภาคตะวันออกของประเทศที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ล้มเหลว ในปลายปี 2510 คณะสำรวจวัตถุดิบจึงได้หันความสนใจมาที่จังหวัดภาคกลาง
คือ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
คุณชมพู อรรถจินดา ผู้ประสานงานโครงการสำรวจแหล่งวัตถุดิบ ได้ตระหนักแล้วว่า เรื่องวัตถุดิบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะมากำหนดกันเอาได้ง่ายๆ แต่จะต้องใช้ผู้ที่มีความรู้มากพอมากำหนดหาแหล่งที่มีทั้งคุณภาพดีและต้องมีปริมาณสำรองเพียงพอในระยะยาวด้วย
การทำงานที่ทับกวาง คุณชมพูได้เช่าบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพตรงข้ามกับนิคมสร้างตนเองทับกวาง และเราได้ใช้บ้านหลังนี้เป็นทั้งที่พัก และที่ทดสอบตัวอย่างหินด้วยน้ำยาเคมีด้วย โดยกั้นส่วนหนึ่งไว้เป็นห้องแล็บ ส่วนที่พัก ดร.Szabo อยู่ชั้นบน มิสเตอร์ Balzer กับผมพักอยู่ชั้นล่าง
สำหรับการเดินสำรวจหินวัตถุดิบที่นี่ ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจยิ่ง ทั้งคุณภาพและปริมาณ แต่ที่ค่อนข้างอันตรายก็ได้แก่ กับดักสัตว์ ที่ชาวบ้านมาวางเอาไว้ทั่วไปตามตีนเขา เพื่อดักสัตว์ตัวเล็กๆ อย่างเช่น กระต่าย เป็นต้น
กับดักสัตว์ประเภทนี้ชาวบ้านจะใช้ปืนผูกเชือกไว้กับไกปืนแล้วดึงให้ตึงขวางทางตรงที่สัตว์จะเดินผ่าน และเมื่อสัตว์เดินชนเชือกไกปืนก็จะทำงานลั่นกระสุนออกมาถูกสัตว์ ไม่บาดเจ็บก็ตาย ระหว่างทำงานตามเชิงเขา ผมจะต้องคอยระวังกับดักสัตว์แบบนี้เป็นพิเศษ
มีอยู่วันหนึ่ง เมื่อผมนำทีมรังวัดจากกรมทรัพยากรธรณีมาทำแผนที่ภูมิประเทศแหล่งวัตถุดิบ ปรากฏว่าปืนส่องสัตว์ทำงานเสียงดังสนั่น แต่ก็โชคดีว่าชาวบ้านที่ถูกว่าจ้างให้มาตัดทางในวันนั้นได้ ฟาดไม้ไปโดนเชือกก่อน ปืนถึงได้ลั่นออกมา เสียงปืนทำเอาผมถึงเขาอ่อน แม้ว่าจะไม่มีใครได้รับอันตราย
นักธรณีฟิสิกส์คนหนึ่งชื่อ สุทธิ ผลิตโภคี รับราชการอยู่กองเศรษฐธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ที่ผมเคยอยู่มาก่อน เราจึงได้รู้จักกันดี คุณสุทธิเคยถูกปืนดักสัตว์แบบนี้ยิงทะลุขามาแล้ว ระหว่างการสำรวจแร่เหล็กทางภาคตะวันออก คุณสุทธินอกจากจะเป็นนักธรณีฟิสิกส์แล้วยังเป็นครูสอนเต้นรำด้วย
ท่านลองคิดดูสิ ครูสอนเต้นรำ ถูกปืนยิงขาทะลุ แล้วจะเป็นอย่างไร
โชคยังดีที่คุณสุทธิ หายเป็นปกติในเวลาต่อมาเพราะกระสุนไม่ถูกกระดูก เรื่องนี้เล่ามาให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวป่าปีนเขาด้วยว่าอย่าได้ประมาทไป การดักสัตว์ของชาวบ้านที่ใช้ปืนผูกแบบนี้ ยังคงมีอยู่ถึงทุกวันนี้
บริษัท ฮอลล์ เรลฟ์ และสหาย (Hall Ralph and Associates Pty.) เป็นบริษัทที่ปรึกษาธรณีวิทยาและวิศวกรเหมืองแร่ ขณะที่ผมทำงานอยู่มักมีเรื่องที่เหนือความคาดหมายให้ผมได้ทำอยู่บ่อย
ยกตัวอย่างในช่วงที่มีมิสเตอร์ Goninon ที่ชื่อเล่นว่า Bob เป็นผู้จัดการบริษัท หรือว่าเป็นเจ้านายผม ผมต้องไปเป็นเพื่อนเขาทั้งเรื่องการจีบผู้หญิง และไปเล่นม้า
เพื่อนสาวของ Bob ทำงานอยู่ในร้านอาหารย่านสีลม ที่ตอนเย็นผมต้องช่วยเป็นล่ามให้ในการพูดคุย ทั้งที่ตัวผมเองมีความสามารถน้อยมากในการจีบผู้หญิง แต่เรื่องนี้ก็ช่างเถิด ในวันหยุดนี่สิส่วนใหญ่ Bob จะพักผ่อนด้วยการเล่นม้า แทงม้า ที่สนามม้าราชกรีฑา ผมก็ต้องตามเขาไปเป็นเพื่อนด้วย
เรื่องแทงม้า เล่นม้าเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับฝรั่งออสเตรเลียอย่าง Bob แต่เป็นเรื่องยุ่งยากและลำบากใจมากสำหรับคนไทยอย่างผม
เพื่อนผมที่เคยไปประเทศออสเตรเลียอยู่เป็นประจำได้เล่าให้ผมฟังว่า การเล่นม้าในประเทศนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป และคนเล่นก็ไม่จำเป็นต้องไปสนามม้าด้วยซ้ำ ในคอฟฟี่ช็อปบางแห่งก็สามารถแทงม้ากันได้ เพราะมีการถ่ายทอดจากสนามแข่งม้ามาถึงลูกค้าโดยตรง ต่างจากเมืองไทยที่สังคมยังมองว่า คนเล่นม้าเป็นนักการพนันที่อาจทำให้ครอบครัวล่มจมเสียหายได้ตลอดเวลา
ดังนั้น ในการเข้าสนามม้าแต่ละครั้ง ผมก็มักจะระวังมองซ้ายมองขวาก่อนเสมอ เพราะกลัวว่าจะมีคนเห็นหรือเกิดมีใครที่รู้จักมาเห็นผมเข้า และอาจเข้าใจไปได้ว่า ผมเป็นคนบ้าพนันเป็นนักพนันตัวยง
แต่ก็มีบ้างเป็นบางครั้งที่ผมอดเล่นไม่ได้ และเป็นที่มาของ “ม้านอกสายตา” ที่ผมจะเล่านี้ การไปสนามม้าราชกรีฑาที่ถนนอังรีดูนังต์ของผมนั้น ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าคือ Bob เจ้านายของผมที่ในขณะนั้นยังไม่คุ้นเคยเมืองไทยดีได้ขอร้องให้ผมไปเป็นเพื่อน และผมต้องคอยช่วยบริการเพื่อนจำเป็นด้วยเวลาจะซื้อตั๋วแทงม้า ซึ่งในตอนแรกๆ ผมไม่มีความรู้เรื่องม้าแข่งเลย ซื้อตั๋วให้ Bob แล้วก็ได้แต่นั่งดูเฉยๆ จนในครั้งต่อๆ มา เมื่อพอรู้เรื่องม้า ผมก็ลองเล่นตาม Bob ดูที่ก็มักจะเสียมากกว่าได้
ในวันหนึ่งจำได้ว่า ในขณะที่ผมกับ Bob อยู่ในสนามม้าและได้ยินเสียงประกาศจากทางสนามม้าถึงรายชื่อม้าแข่งในเที่ยวต่อไปว่า ชื่ออะไรบ้าง ปรากฏว่ามีม้าตัวหนึ่งชื่อ “ขาวนำลาภ” เข้าแข่งในรอบต่อไปด้วย ผมตัดสินใจแทงม้าตัวนี้ เป็นเพราะไม่ค่อยจะมีความรู้เรื่องม้า ไม่ได้ศึกษาสถิติหรือข้อมูลใดๆ จากม้าตัวนี้เลย เกิดถูกใจในชื่อม้าขึ้นมาเท่านั้น จึงได้ลองเสี่ยงโชคซื้อตั๋วไป 1 ใบ ราคา 10 บาท ในขณะนั้น และผมแทงวินด้วย
ปรากฏว่า “ขาวนำลาภ” เข้าที่ 1 นำลาภมาให้จริงๆ ได้เงินรางวัลมากถึง 1,080 บาท ม้าตัวนี้เป็นม้าที่คนเล่นม้าไม่ให้ความสนใจหรือถ้ามีก็คงน้อยมาก รางวัลถึงได้มากขนาดตั๋ว 10 บาทได้มากถึง 1,080 บาท และนี่แหละคือที่มาของ ม้านอกสายตา







