posttoday
อุดรูรั่วภาษีดอกเบี้ย คลังซัดแบงก์พาณิชย์ไร้ธรรมาภิบาลหลังพบช่วยลูกค้าเลี่ยงจ่าย ฝากธปท. กวดขัน

อุดรูรั่วภาษีดอกเบี้ย คลังซัดแบงก์พาณิชย์ไร้ธรรมาภิบาลหลังพบช่วยลูกค้าเลี่ยงจ่าย ฝากธปท. กวดขัน

23 กันยายน 2560

รมว.คลัง กำชับ ธปท.กำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ให้ใกล้ชิด หลังพบพฤติกรรมแนะลูกค้าเลี่ยงเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก

รมว.คลัง กำชับ ธปท.กำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ให้ใกล้ชิด หลังพบพฤติกรรมแนะลูกค้าเลี่ยงเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังเปิดเผยว่า เมื่อ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ตรวจพบว่า ขณะนี้มีธนาคารพาณิชย์ใช้ช่องว่างทางกฎหมายแนะนำลูกค้าให้หลีกเลี่ยงการเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก โดยมีธนาคารบางแห่งไปแนะนำลูกค้ารายใหญ่ให้ฝากเงินและธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน และเมื่อดอกเบี้ยใกล้ 2 หมื่นบาท ก็ให้ปิดบัญชีเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย และให้เปิดบัญชีเงินฝากใหม่

ทั้งนี้ กรมสรรพากรกำหนดว่า หากผู้ฝากเงินมีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่เกิน 2 หมื่นบาท/ปี ไม่ต้องเสียภาษี แต่กรณีที่มีรายได้เกินส่วนเกินจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ซึ่งเป็นการกำหนดเพื่อส่งเสริมการออมของรายย่อย

“การทำเช่นนี้เป็นการหลบเลี่ยงภาษี ทำอย่างนี้ไม่มีธรรมาภิบาล สมควรอยู่ในแวดวงการเงินต่อไปหรือไม่ เพราะเกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก เรื่องนี้หน่วยงานที่กำกับต้องเข้ามาดูแล แต่พอดีคลังเจอเรื่องนี้ก่อน เพราะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารบางแห่งไปแนะนำอธิบดีกรมสรรพากร ให้ย้ายเงินฝากมาที่แบงก์และจะทำให้ไม่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย ทำให้รู้ว่ามีช่องโหว่ทำให้ภาษีรั่วไหล” นายอภิศักดิ์ กล่าว

นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพากรหาทางป้องกันซึ่งมีอยู่ 2 วิธี ได้แก่ 1.เลิกการยกเว้นเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้ทุกคนต้องเสียหมดและพอสิ้นปีถึงจะให้มาขอคืนภาษีภายหลัง ซึ่งทำให้กระทบกับผู้ฝากเงินที่สุจริต เพราะธนาคารพาณิชย์บางแห่งไม่มีธรรมาภิบาล ส่วนวิธีที่ 2 คลังจะกำชับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้เข้าไปดูแล เพราะมีหลายธนาคารที่ทำเรื่องดังกล่าว

นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ขอให้สถาบันการเงินต่างๆ มีธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ใช่เฉพาะธนาคารพาณิชย์เท่านั้น ในส่วนของบริษัทจัดการกองทุนรวม บลจ. ก็มีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลการให้รายละเอียดกับนักลงทุนคลุมเครือ เช่น เปิดกองทุนใหม่ และระบุว่าจะไปลงทุนในตราสารต่างๆ ที่มีคุณภาพ แต่ก็เขียนซ่อนไว้ข้างใต้ตัวเล็กๆ ว่ากองทุนสามารถไปลงทุนในตราสารประเภทอื่นๆ ก็ได้ เมื่อไปลงทุนก็เกิดความเสียหาย นักลงทุนได้รับผลกระทบ และองค์กรกำกับก็ดำเนินการเอาผิดโดยปรับเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การถอนเงินฝากออกก่อนกำหนด ลูกค้าจะมีค่าปรับ เช่น จากดอกเบี้ยที่น่าจะได้ 1.2% ก็จะเหลือแค่ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่ระดับ 0.5% เท่ากับลูกค้าจะถูกหักดอกเบี้ยไป 0.7% หรือคิดเป็นรายได้จากดอกเบี้ยหายไป 60% เมื่อมาเทียบกับเงินภาษีดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย 15% ของดอกเบี้ยรับ เชื่อว่าวิธีการนี้ลูกค้าไม่น่าจะได้ประโยชน์ ประกอบกับปัจจุบันธนาคารทั่วไปมีการออกเงินฝากในรูปแบบฝากประจำ 5 เดือน 7 เดือน และ 9 เดือน ซึ่งเมื่อเงินฝากครบกำหนดลูกค้าก็ต้องถอนออกไป

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงก์ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ลูกค้ารายใหญ่ไม่สนใจเรื่องนี้มากนัก เพราะไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลาไปกระจายบัญชี และเน้นการลงทุนที่หลากหลายมากกว่าการฝากเงิน แต่ลูกค้าที่มีเงินฝากไม่มากก็อาจจะคิดเยอะกว่า เพราะขณะนี้ก็มีนักกฎหมายภาษีแนะนำวิธีการออมและลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด ซึ่งลูกค้าก็นำมาลองทำแล้วได้ผล


ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน