
แม่น้ำสายมังกร
ในตลาดเวียดนาม ผมมักจะเปรียบเปรยเป็นแหล่งชุมนุมของแม่น้ำสายมังกรครับ ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งชุมนุมของเสือ สิงห์ กระทิง แรดจริงๆ
โดย กริช อึ้งวิทูรสถิตย์
ในตลาดเวียดนาม ผมมักจะเปรียบเปรยเป็นแหล่งชุมนุมของแม่น้ำสายมังกรครับ ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งชุมนุมของเสือ สิงห์ กระทิง แรดจริงๆ
ในช่วงแรกๆ ที่เปิดประเทศใหม่ๆ ยังไม่ค่อยจะมีคนไทยกล้าเข้าไปทำธุรกิจในนั้น ผมเดาว่าคงเป็นเพราะในอดีตเรามักจะมองสังคมคอมมิวนิสต์เป็นสังคมที่น่ากลัว แต่ต่อมาได้มีการโปรโมทให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุน จึงทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาเยอะมาก ที่เห็นชัดเจนคือชาวจีนไต้หวัน พวกนี้จะกระจัดกระจายอยู่ทั่วๆ ไป และชาวเกาหลี กลุ่มนี้เก่งมากมักจะอยู่กันที่แถบกวงฮว่า กาบ่าจำ ถ้าท่านเคยไปโฮจิมินห์คงจะนึกออก ก็จะอยู่แถวๆ สนามบินออกมาแล้วแทนที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าเมือง ก็เลี้ยวขวานะครับ เลยไปหน่อยก็จะเป็นแหล่งเกาหลีอยู่กันเลยครับ
ส่วนชาวญี่ปุ่นก็เข้ามาเยอะครับ พวกคนญี่ปุ่นจะอยู่กันแถบฮายบ่าเจิง ก่วนหมด หรือเขตหนึ่งครับ พวกนี้จะไม่ค่อยกล้าบ้าบิ่นเหมือนชาวเกาหลีครับ การที่ผมเดาว่าชาวต่างชาติเขาอยู่ที่ไหนกัน ก็จะใช้วิธีสังเกตดูว่าคนพวกนี้อยู่ที่ไหนก็ดูได้จากร้านอาหารครับ ถ้าชุมชนของชนชาติไหนอยู่เยอะ ก็จะมีร้านอาหารของชนชาตินั้นอยู่เยอะครับ ชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในเวียดนามในยุคนั้น ส่วนมากเขามักจะมาหาซื้อสินค้าส่งออกไปมากกว่าจะนำเข้าสินค้ามาขายในเวียดนามครับ เพราะยุคนั้นคนเวียดนามเองยังจับจ่ายใช้สอยกันไม่เยอะมาก ไม่เหมือนปัจจุบันนี้ที่คนเวียดนามมีกำลังซื้อสูง ดังนั้นตกเย็นเขาจะเจอกันที่ร้านอาหารเยอะมากครับ
ไปอยู่แรกๆ ผมกับคุณมงคลมักจะหาอาหารอร่อยๆ พื้นบ้านทานกันเสมอ ตกเย็นพอเลิกงาน ไม่มีอะไรทำ ก็จะขับรถออกไปหาของอร่อยทานกัน ตามประสาคนไม่มีครอบครัวอยู่ด้วย การที่ไม่เรียกให้จุกบุ๋ง (คนขับรถ) ขับให้ เพราะเราเกรงใจเขาครับ กลางคืนเขาจะได้พักผ่อน สถานที่ที่เราชอบไปมักจะเป็นแถบๆ เจอะเหริน หรือไชน่าทาวน์
เพราะที่นี่มักจะมีของอร่อยให้เลือกเยอะ มีทั้งหม้อไฟซีฟู้ด อร่อยมาก ราคาก็ไม่แพงมาก สไตล์คล้ายๆ เอ็มเคสุกี้แหละครับ เพียงแต่ไม่มีน้ำจิ้มอร่อยๆ แซบๆ ให้ทาน ที่นี่เขาจะนิยมทานน้ำจิ้มไม่เหมือนของเรา เขาจะเอาเกลือ พริกไทย ผงชูรสนิดหน่อยมาเสิร์ฟ แล้วก็จะให้มะนาวหนึ่งซีก พอเสิร์ฟมา เราก็บีบเอาน้ำมะนาวใส่ไป ก็อร่อยไปอีกแบบครับ เรียกว่าถูกปากเราสองคนเลยครับ เพราะอย่างไรก็เอาอาหารจีนไว้ก่อนเพราะ รสชาติกลางๆ เข้าไว้ บางครั้งก็จะไปนั่งริมคลอง ทานหอยนึ่งแกะจิ้มน้ำจิ้มที่บอก อร่อยมากครับ สารพัดหอยนึ่งเลยครับ ถ้าใครชอบหอย ขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาด ตามด้วยน้ำมะนาวผสมโซดา หรือที่นี่เรียกว่าโซดาจันครับ ได้รสชาติเลยละครับ
ส่วนวันไหนทานข้าวที่บ้าน ค่ำๆ หน่อยเหงาก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปทานแจ่ หรือขนมหวานคล้ายๆ เต้าทึงที่เจอะเหริน นั่งข้างถนน ได้บรรยากาศไปอีกแบบครับ ยังได้อาหารตาด้วย เพราะจะมีหนุ่มๆ สาวๆ ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาทานเยอะด้วยเช่นกันครับ
ในช่วงแรกๆ รถจะยังไม่เยอะ แต่รถขับเร็วไม่ได้ ต้องค่อยๆ คลานไป เพราะที่นี่รถจักรยานกับรถมอเตอร์ไซค์เยอะมาก แต่ดีที่ถนนรถไม่ติดเหมือนปัจจุบัน ผมมักจะเป็นคนขับเองครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมขับเอง ไม่ทันมองเพราะจากถนนสองเลนอยู่ดีๆ กลับเปลี่ยนเป็นเลนเดียว ตำรวจก็รอหากินอยู่แถวนั้นแหละครับ พ่อเรียกเลยครับ เสร็จแล้วไล่คุณมงคลไปนั่งหลัง พ่อตัวดีกระโดดมานั่งหน้าข้างๆ คนขับคือผม แล้วเรียกให้เอาใบขับขี่มาดู ผมมีใบขับขี่อินเตอร์ฯ อยู่ จึงส่งให้ไป เขายังไม่พอครับ เรียกเอาพาสปอร์ตมาดูด้วย พอเห็นเป็นคนไทย ก็บอกว่า "โอ...ไถ่ลาน ไถ่ลาน มายแฟนด์" แล้วให้ขับไปๆ พ่อตัวดีไม่ยอมลงเสียที ผ่านไปสิบกว่านาทีก็ไม่ยอมลงเสียที ชี้ให้ขับไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา เรานึกว่าจะพาไปสถานีตำรวจ ที่ไหนได้เอ่ยปากขอเงินเลยครับ ครั้งนั้นหมดไปหลายหมื่นด่อง เข็ดเลยครับ ตั้งแต่นั้นมาพอโดนตำรวจเรียกจับจะรู้เลยครับว่าคืออะไร และผมก็จะไม่ขับรถเองอีกเลยครับ







