
ขนส่ง-รับพัสดุยุค4.0 แข่งเทคโนโลยีชิงลูกค้า
เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย การแข่งขันธุรกิจขนส่งพัสดุนับวันยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์การขยายสาขา แต่สิ่งที่ต้องจับตามอง คือ ธุรกิจขนส่ง-รับพัสดุในยุค 4.0 ทั้งไปรษณีย์ไทย เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ต่างเดินหน้าพัฒนาบริการโดยใช้เทคโนโลยีมาบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
การแข่งขันธุรกิจขนส่งพัสดุนับวันยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์การขยายสาขา แต่สิ่งที่ต้องจับตามอง คือ ธุรกิจขนส่ง-รับพัสดุในยุค 4.0 ทั้งไปรษณีย์ไทย เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ต่างเดินหน้าพัฒนาบริการโดยใช้เทคโนโลยีมาบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
จากการสำรวจธุรกิจขนส่ง-รับพัสดุ ขณะนี้ไปรษณีย์ไทยเริ่มขับเคลื่อนเข้า สู่ยุค 4.0 กำลังอยู่ระหว่างทดลองตู้ Smart Parcel Lockers หรือตู้รับ-ส่งพัสดุอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ ผู้มารับพัสดุสามารถใช้บัตรประชาชนสแกนเข้าไปในระบบ จากนั้นก็สามาถรับพัสดุได้ทันที โดยไปรษณีย์ไทยนำตู้ ดังกล่าวติดตั้งตามไปรษณีย์ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล 30 ตู้นำร่องก่อน อาทิ ไปรษณีย์สาขาบางใหญ่ โดยผู้ที่สนใจ ใช้บริการไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ เพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นไปรษณีย์ไทยมีแผนนำตู้ไปให้บริการตามชุมชน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการไม่ต้องรอคิวนาน ในกรณีที่ผู้รับ ไม่อยู่บ้านและสามารถมารับวันไหนก็ ได้ที่สะดวก ถือว่าเป็นการปรับตัวของไปรษณีย์อีกระลอก เพราะสถานการณ์ขณะนี้เผชิญกับความท้าทายกับคู่แข่งจากต่างประเทศอย่างเคอรี่ที่เร่งขยายสาขาจำนวนมาก ทั้งตามปั๊มน้ำมัน หรือกระทั่งใกล้กับไปรษณีย์ไทยเองก็ตาม ซึ่งปัจจุบันไปรษณีย์ไทยมีสาขาถึงกว่า 2,000 สาขาครอบคลุมทั่วประเทศ
สำหรับภาพรวมการขนส่ง-รับพัสดุในขณะนี้ แม้ว่าดีมานด์หรือปริมาณส่งพัสดุยังมีจำนวนมาก จากการที่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ 2.4 แสนล้านบาท เติบโตปีละ 20% แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การบริการไปรษณีย์ไทยไม่เพียงพอกับความต้องการ ผู้ส่งของต้องเผชิญกับปัญหาเข้าคิวนาน จึงเป็นช่องว่างให้เคอรี่ เอ็กซ์เพรสเข้ามาทำตลาด ขณะที่หากการเปิดตัวตู้ Smart Parcel Lockers หรือตู้รับ-ส่งพัสดุอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง เปิดเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จะเข้ามาเสริมจุดแข็งให้ไปรษณีย์ไทยได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการบริการ 24ชั่วโมง
ในด้านของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่ง-รับพัสดุสัญชาติสิงคโปร์ ขณะนี้กำลังเร่งขยายสาขาการให้บริการจำนวนมากขึ้น เพื่อปิดจุดอ่อนในด้านจำนวนสาขา นอกจาก นี้เคอรี่ยังจับมือร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งในส่วนของแฟมิลี่มาร์ทและออฟฟิศเมท
อเล็กซ์ อึ้ง ผู้อำนวยการบริหาร สายงานธุรกิจรับ-ส่งพัสดุ เคอรี่ โลจิสติกส์ กรุ๊ป ประจำสาขาประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทพยายามที่จะขยายจุดบริการให้ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากที่สุด สำหรับวิธีการที่จะช่วยให้เราเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือ การจับมือร่วมกับพันธมิตรเข้ามาเป็นกองทัพเสริม ซึ่งในยุคปัจจุบัน การจับมือหรือผนึกกำลังกับพันธมิตรถือเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับการต่อยอดธุรกิจ
"ปัจจัยหลักที่เคอรี่หันมาจับมือกับแฟมิลี่มาร์ท เรามองว่า ตำแหน่งร้านและทำเลที่ตั้งของแฟมิลี่มาร์ท มีกระจายอยู่ทั่วทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งชุมชน ออฟฟิศ คอนโด หรือตามแนวรถไฟฟ้าก็ตาม ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างง่ายดาย สะดวกและรวดเร็ว และที่สำคัญตอกย้ำสโลแกน 'ส่งไว ส่งชัวร์ ทั่วไทย' ได้เป็นอย่างดี" อึ้ง กล่าว
ทั้งนี้การที่เคอรี่ เอ็กซ์เพรส จับมือร่วมกับแฟมิลี่มาร์ท ถือว่าเป็นการให้บริการรับฝากส่งพัสดุในมิติใหม่ โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าการให้บริการรับฝากพัสดุที่ แฟมิลี่มาร์ทสามารถช่วยลดภาระของลูกค้าในการเดินทางไปส่งพัสดุในพื้นที่อื่น โดยจำหน่ายกล่องพัสดุขนาด Mini, S, และ S+ ที่บริเวณเคาน์เตอร์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ พร้อมทั้งมีพนักงานให้บริการตรวจสอบพัสดุก่อนการจัดส่ง
อึ้ง กล่าวว่า ภายในปีนี้แฟมิลี่มาร์ท มีแผนเปิดให้บริการเคอรี่ เอ็กซ์เพรส 350 สาขา ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และคาดการณ์ว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะครอบคลุมพื้นที่ในต่างจังหวัด ทั้งโซน ท่องเที่ยวที่มีร้านแฟมิลี่มาร์ทในปีหน้า
ก้าวต่อไปของเคอรี่ เอ็กซ์เพรสเตรียมเปิดตัวการให้บริการรูปแบบ ใหม่ๆ เช่น ให้ลูกค้าสามารถพรินต์ บาร์โค้ดจากคอมพิวเตอร์มาติดพัสดุ และสามารถจัดส่งได้เป็นจำนวนมาก เพื่อเพิ่มความรวดเร็วการให้บริการ และเร็วๆ นี้กำลังจะเปิดตัวแอพพลิเคชั่น ที่ให้บริการกับลูกค้าไทยอย่างแน่นอน
ขณะที่ลอคค์ บอกซ์ ยังมองถึงโอกาสการต่อยอดธุรกิจไปสู่รับพัสดุ อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ลอคค์ บอกซ์ (lockbox) ผู้ให้บริการ "ลอคค์ บอกซ์" ตู้ล็อกเกอร์รับฝากสัมภาระในระบบการขนส่งมวลชน รายแรกของไทย กล่าวว่า บริษัทมี ความสนใจธุรกิจให้บริการขนส่ง-รับพัสดุภายใต้การใช้เทคโนโลยีในการพัฒนา รูปแบบให้มีความสะดวก สบายแก่ลูกค้า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา รูปแบบการให้บริการ อาจจะเปิดธุรกิจ ดังกล่าวในปลายปีหน้าแต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับเทรนด์โลจิสติกส์ในไทยก่อน
ปัจจัยที่บริษัทสนใจธุรกิจขนส่ง-รับ พัสดุ เพราะธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยเติบโตสูง จากการที่มาร์เก็ตเพลส รายใหญ่เข้ามาเปิดตลาดในไทย ไม่ว่าจะเป็น ลาซาด้า อีเลฟเว่นสตรีท ส่วนไตรมาส 4 หรือในช่วงเดือน ธ.ค.จะ เปิดเฟส 2 บริษัทจะขยายธุรกิจลอคค์ บอกซ์จากเดิมที่อยู่แนวรถไฟฟ้าปัจจุบันมีอยู่ 20 สาขา ไปสู่ห้างสรรพสินค้า หรือกระทั่งย่านสำนักงาน ชุมชนที่มีคนอาศัยและทำงานอยู่อย่างหนาแน่น และปีหน้าจะขยายเพิ่มเป็น 40 สาขา
ธุรกิจขนส่ง-รับพัสดุในไทยยังสามารถเติบโตได้อีกมากตามภาพรวมของอี-คอมเมิร์ซไทย ซึ่งเป็นเพียงแค่ จุดเริ่มต้น การแข่งขันระหว่างไปรษณีย์ไทย เคอรี่ เอ็กซ์เพรส และรายใหม่ๆ ที่เล็งเห็นโอกาสอย่างลอคค์ บ็อกซ์ อยู่ที่ว่าใครจะให้บริการลูกค้าได้สะดวก รวดเร็ว ราคาต้องไม่สูง รวมถึงการติดตามผลแบบเรียลไทม์ และโมเดลที่ทุกค่ายมองเหมือนกันหมด คือ บริการรับ-ส่งพัสดุ 24 ชั่วโมง งานนี้คงเป็นเรื่องของการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีล้วนๆ n







