
กนอ.จัดทัพโรดโชว์นิคมฯยาง
กนอ.เดินสายโรดโชว์ผู้ประกอบการยางที่มาเลเซีย เผยความก้าวหน้า 2 ทำเลการลงทุนอุตสาหกรรมยาง ระบุนักลงทุนหลายรายสนใจ
กนอ.เดินสายโรดโชว์ผู้ประกอบการยางที่มาเลเซีย เผยความก้าวหน้า 2 ทำเลการลงทุนอุตสาหกรรมยาง ระบุนักลงทุนหลายรายสนใจ
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ กนอ.ได้เข้าร่วมประชุมสัมมนายางพาราระดับโลก 2017 ครั้งที่ 13 และเดินสายชักจูงการลงทุน (โรดโชว์) ที่มาเลเซีย ในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย โดยมีภาคเอกชนและภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยางพาราจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยนักลงทุนหลายรายสนใจซักถามข้อมูลการลงทุนรวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ
ทั้งนี้ กนอ.ได้เชิญชวนให้นักลงทุนประเทศมาเลเซียเข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมด้านยางพาราทั้งสองพื้นที่ คือนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (รับเบอร์ซิตี้) จ.สงขลา และนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา จ.สงขลา คาดว่าจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมระหว่างไทยและมาเลเซีย ส่วนความ คืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมยางพาราพื้นที่ 750 ไร่ ขณะนี้อยู่ในระยะ 3 คาดจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ปลายปีนี้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการจากประเทศมาเลเซียบางส่วนเข้ามาลงนามซื้อที่ดินแล้ว และอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินเพิ่มอีกประมาณ 5 ราย
สำหรับการพัฒนาโครงการนิคมฯ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา จ.สงขลา 927 ไร่ กนอ.ได้ลงนามเช่าพื้นที่ จากกรมธนารักษ์ 629 ไร่ เพื่อพัฒนาพื้นที่รองรับการลงทุนในระยะแรก ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบการลงทุนในปลายปี 2560 ส่วนรายงานการศึกษาผลกระทบทาง สิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คณะกรรมการ ผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลามีมติว่า รายงานดังกล่าวมีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะ นำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ และนำเสนอต่อ ครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบแล้ว คาดจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในต้นปี 2561 ซึ่งมีนักลงทุนทั้งขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีสอบถามข้อมูลมาอย่างต่อเนื่องแล้วหลายราย
"การร่วมกิจกรรมโรดโชว์ครั้งนี้ กนอ.ได้พบกับนักลงทุนที่ให้ความสนใจที่จะลงทุนในพื้นที่อุตสาหกรรมยางพารา โดยเฉพาะนักลงทุนอุตสาหกรรมยางรายใหญ่ของมาเลเซียได้สอบถามข้อมูลถึงทิศทาง และเป้าหมายการพัฒนานิคมฯ ของไทย" นายวีรพงศ์ กล่าว







