
เล็งเก็บค่าไฟฟ้ารายภูมิภาค สะท้อนต้นทุนตามพื้นที่
กกพ.รื้อค่าไฟฐานกำหนดอัตรารายภาคสะท้อนต้นทุนตามพื้นที่ ผู้ใช้รายใหญ่บนเกาะเตรียมจ่าย เพิ่มเนื่องจากเงินลงทุนสายส่งพุ่ง
กกพ.รื้อค่าไฟฐานกำหนดอัตรารายภาคสะท้อนต้นทุนตามพื้นที่ ผู้ใช้รายใหญ่บนเกาะเตรียมจ่าย เพิ่มเนื่องจากเงินลงทุนสายส่งพุ่ง
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ที่จะประกาศใช้ปี 2561 ซึ่งจะนำมาใช้ต่อเนื่องในระยะ 4 ปี (2561-2564) โดยการคำนวณค่าไฟฟ้าฐานจะเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อปี 2559 ที่กำหนดให้ศึกษาการจัดเก็บค่าไฟฟ้ารายภูมิภาค ตามต้นทุนค่าไฟฟ้าในพื้นที่
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ กกพ.กำลังพิจารณา เช่น การใช้ไฟฟ้าบนเกาะท่องเที่ยวที่มีธุรกิจรายใหญ่เข้าไปตั้งโรงแรม รีสอร์ท ซึ่งลักษณะการใช้ไฟฟ้าจะใช้รูปแบบการลากสายเคเบิลใต้น้ำ เกิดต้นทุนที่สูงกว่าพื้นที่ทั่วไป ขณะที่อัตราค่าไฟบนเกาะจะเสียเท่ากับพื้นที่ทั่วไป ดังนั้นมีโอกาสเก็บค่าไฟกลุ่มผู้ประกอบการนี้สูงกว่าอัตราปกติ ขณะที่ชาวบ้านบนเกาะยังเก็บในอัตราปกติ
อย่างไรก็ตาม ในอดีตต้นทุนการผลิตไฟฟ้าบางพื้นที่บนเกาะสูงถึง 20-30 บาท/หน่วย แต่ปัจจุบันบางพื้นที่ยังอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 10 บาท/หน่วย แต่มีการรับซื้อไฟฟ้าในราคาทั่วไปที่ประมาณ 2-3 บาท/หน่วยเท่ากับพื้นที่ทั่วไป โดยต้นทุนที่สูงกว่าปกติส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงดีเซลในการปั่น ไฟฟ้าใช้เอง และต้นทุนค่าสายส่งที่ต้องวางสายเคเบิลใต้น้ำหลักพันล้านบาท ดังนั้นการพิจารณาค่าไฟฟ้าฐานจึงต้องปรับเหมาะสมตามต้นทุนที่สูงกว่าปกติ
สำหรับทาง กกพ.มีแนวทางในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่เกาะ โดยใช้เทคโนโลยีไมโครกริด ส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีสมาร์ทกริด เป็นการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงต่างๆ ในพื้นที่ กำลังผลิตขนาดเล็ก และส่งไฟฟ้าไปรวมกันที่ศูนย์รวมก่อนกระจายไฟฟ้าไปยังบริเวณโดยรอบในพื้นที่ ซึ่งตอนนี้มีบางเกาะใช้ไมโครกริดแล้ว ทั้งนี้หากต้นทุนไฟฟ้าของผู้ประกอบการสูงขึ้นและผลักภาระให้นักท่องเที่ยวรับรู้ต้นทุนไฟฟ้า อาจเป็นจุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการที่พักที่เน้นประหยัดพลังงาน
นายวีระพล กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กกพ.จะเร่งศึกษาค่าส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าผ่านสายส่ง (วีลลิ่ง ชาร์จ) จากโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ผลิตไฟฟ้าป้อนโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนด้านสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลักษณะคล้ายการเช่าสายไฟ และจะเดินหน้าศึกษาการจัดเก็บค่าสำรองไฟฟ้า (แบ็กอัพเรต) เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ในเร็วๆ นี้
นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธาน กกพ. กล่าวว่า กกพ.เตรียมเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน ฉบับที่ 3 (2561-2564) ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ การกำกับกิจการพลังงานเป็นเลิศ ส่งเสริมการแข่งขันและก้าวทันนวัตกรรมพลังงาน สื่อสารงานกำกับกิจการพลังงานอย่างมืออาชีพ เช่น ทบทวนและผลักดันการปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าบริการในกิจการไฟฟ้าใหม่ โดยคำนึงถึงต้นทุน เป็นธรรม โปร่งใส และรองรับกับ รูปแบบกิจการพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้จะสนับสนุนการลดใช้พลังงานในช่วงการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) การกำหนดค่าไฟฟ้าสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ การกำหนดค่าไฟฟ้าสำหรับชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และอัตราค่าเชื่อมต่อระบบโครงข่ายพลังงานทั้งในประเทศและนอกประเทศ
"ต้องการปรับองค์กรให้เป็นที่พึ่งประชาชนมากขึ้น ทั้งการรับเรื่องร้องเรียน การสร้างความเข้าใจต่อบทบาทโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ เพราะประชาชนระดับชาวบ้านยังไม่เข้าใจมากนัก" นายพรเทพ กล่าว







