posttoday
ชวนคนรุ่นใหม่ ฉลาดคิด ฉลาดใช้ ออมให้ได้ 20%

ชวนคนรุ่นใหม่ ฉลาดคิด ฉลาดใช้ ออมให้ได้ 20%

13 กันยายน 2560

ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์หลังจากตามติดประเด็นหนี้ครัวเรือนสูง 80% มาสักระยะหนึ่ง ก็ได้ผลสรุปของความเสี่ยงการเกิดหนี้ครัวเรือนเพิ่มว่ามาจากการก่อหนี้เพิ่มขึ้นของคนรุ่นใหม่ "เจนวาย" ซึ่งเป็นเสียงประสานจากทั้งบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า นี่คือกลุ่มที่ต้องเข้าไปดูแล ไม่เช่นนั้นรอยร้าวเล็กๆ อาจสร้างความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ของสังคม

ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

หลังจากตามติดประเด็นหนี้ครัวเรือนสูง 80% มาสักระยะหนึ่ง ก็ได้ผลสรุปของความเสี่ยงการเกิดหนี้ครัวเรือนเพิ่มว่ามาจากการก่อหนี้เพิ่มขึ้นของคนรุ่นใหม่ "เจนวาย" ซึ่งเป็นเสียงประสานจากทั้งบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า นี่คือกลุ่มที่ต้องเข้าไปดูแล ไม่เช่นนั้นรอยร้าวเล็กๆ อาจสร้างความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ของสังคม

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ สำรวจภาวะหนี้ครัวเรือนได้พบคำจำกัดความ 5 ข้อ คือ คนไทยมีหนี้ตั้งแต่ "อายุยังน้อย" ครึ่งหนึ่งของวัยเริ่มทำงาน "เป็นหนี้" คนวัยเริ่มทำงานเป็นกลุ่มที่มี "หนี้เสียสูงที่สุด" เกิน 1 ใน 5 ของกลุ่มคนวัยเริ่มทำงานจะมี "หนี้เสีย" และแม้เกษียณแล้ว "ปริมาณหนี้ก็ไม่ได้ลดลงมากนัก"

เจอคำว่า "หนี้" กระแทกซ้ำๆ ก็คงทำให้คนรุ่นใหม่วัยเริ่มทำงานเริ่มเคือง ที่ทุกคนมองเห็นเราเป็นผู้ร้ายเสียอย่างนั้น แต่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติก็ย้ำชัดจริงๆ ว่า ที่คนไทยเป็นหนี้เพราะไม่ยอมวางแผนการใช้เงินให้เหมาะสม จึงเกิดปัญหาการใช้เงินเกินตัวจนเป็นหนี้

ในปี 2559 ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนทั่วประเทศเฉลี่ยเดือนละ 21,144 บาท อันดับ 1 เป็นค่าอาหาร เครื่องดื่ม ยาสูบ อันดับ 2 ค่าเดินทาง ยานพาหนะ อันดับ 3 คือ ค่าที่อยู่อาศัย เฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบค่าใช้จ่ายครัวเรือนเฉลี่ยเดือนละ 32,091 บาท แล้วเงินเดือนเริ่มต้น 1.5-2 หมื่นบาท จะเพียงพอได้อย่างไร ปฏิบัติการช่วยชีวิตเจนวายจากหล่มหนี้จึงเริ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2560 เป็น วันดีเดย์เริ่มบังคับใช้หลักเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลใหม่ของ ธปท. หลักเกณฑ์ใหม่มุ่งเน้นคุมหนี้ผู้มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ที่ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่เริ่มทำงานเงินเดือนไม่สูง ดังนั้นจึงกำหนดให้เป็นหนี้สินเชื่อบุคคลไม่เกิน 3 ธนาคาร ธนาคารละไม่เกิน 1.5 เท่า ส่วนบัตรเครดิตให้วงเงินไม่เกิน 1.5 เท่า

สถาบันการเงินทั้งธนาคารและที่ไม่ใช่ธนาคารยินดีปฏิบัติตามกฎใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็มองว่าควรจะมีมาตรการเชิงรุกด้วยการให้ความรู้การวางแผนการเงินและการบริหารเงินแก่คนรุ่นใหม่ เพราะหากทุกคนรู้จักคิด รู้จักใช้จ่าย ให้มีความเหมาะสม ก็จะไม่ติดกับดักการเป็นหนี้ ซึ่งระยะยาวจะช่วยลดหนี้ครัวเรือนได้

จึงเป็นที่มาของโครงการ "ฉลาดคิด ฉลาดใช้" ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ที่มีกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารการเงินส่วนบุคคลผ่านทางสื่อออนไลน์สำหรับบุคคลทั่วไป เน้นกลุ่มวัยเริ่มทำงาน และกิจกรรมประกวดสื่อให้ความรู้ทางการเงินสำหรับนิสิต-นักศึกษาทั่วประเทศ

น่าสนใจตรงกิจกรรม "ฉลาดคิด ฉลาดใช้-U Contest" ที่เป็นการประกวดสื่อความรู้ทางการเงินสำหรับนิสิต นักศึกษา ซึ่งบรรดาผู้ใหญ่เห็นว่าการสื่อสารทางเดียวไม่มีประสิทธิผลเท่าคนรุ่นเดียวกันสื่อสารกันเอง ที่จะรู้ว่าใช้วิธีใด ช่องทางไหน จะดึงดูดมากที่สุด โดยกิจกรรมนี้มีเงินรางวัลจูงใจสูงสุด 1 แสนบาท สนใจเข้าเพจเฟซบุ๊ก ฉลาดคิด ฉลาดใช้ กันได้

ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และประธานชมรมบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย เล่าว่า คีย์เมสเซจของโครงการนี้ คือ "ออมให้ได้ 20%" ที่ต้องการสื่อสารออกไปในวงกว้าง โดยอัตราการออม 20% ของรายได้มาจาก 10% แรกไว้ใช้ยามฉุกเฉิน อีก 10% เพื่ออนาคต เช่น ไว้เรียนต่อหรือทำธุรกิจ ส่วนอีก 80% ให้กันงบค่าใช้จ่ายจำเป็นก่อน ที่เหลือจึงเอาไว้ใช้จ่ายเพื่อความสุข

ถามว่าต้องออมเงินเท่าไรก่อนเกษียณ แนะนำง่ายๆ ว่า เอา 70% ของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในปัจจุบัน คูณจำนวนปีที่คิดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ จะได้จำนวนเงินที่ควรจะมีก่อนที่จะเกษียณ

ตัวอย่าง ปัจจุบันใช้จ่ายเดือนละ 2 หมื่นบาท คิดว่าเกษียณตอนอายุ 60 ปี และจะอยู่ไปจนถึงอายุ 80 ปี ก็เอา 70% ของ 2 หมื่นบาท หรือ 1.4 หมื่นบาท คูณ 12 เดือน คูณ 20 ปี เท่ากับต้องมีเงินออม 3.36 ล้านบาท นี่ไม่รวมอัตราเงินเฟ้อหรือค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน

เหมือนจะไกลเกินฝันแต่อย่าท้อ เพราะเริ่มต้นออมตั้งแต่อายุยังน้อย ยิ่งมีเวลาเก็บเงินนานขึ้น เมื่อผนวกกับการวางแผนการเงินให้เหมาะสมตั้งแต่วัยเริ่มทำงาน นอกจากไม่ติดหล่มหนี้แล้วยังฐานะการเงินมั่นคงตลอดไปอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน