
ทัพญี่ปุ่นบุกไทย เกรงจะพ่ายกรมศุลฯ
สมผล ตระกูลรุ่ง "...กฎหมายทั้งปวง จะธำรงความยุติธรรมและความถูกต้องเที่ยงตรง มีความศักดิ์สิทธิ์และประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมหรือไม่เพียงไรนั้น ขึ้นอยู่กับการใช้ หากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ หรือด้วยเจตนาไม่สุจริตต่างๆ กฎหมายก็เสื่อม ความศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นภัยต่อประชาชน..."
สมผล ตระกูลรุ่ง
"...กฎหมายทั้งปวง จะธำรงความยุติธรรมและความถูกต้องเที่ยงตรง มีความศักดิ์สิทธิ์และประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมหรือไม่เพียงไรนั้น ขึ้นอยู่กับการใช้ หากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ หรือด้วยเจตนาไม่สุจริตต่างๆ กฎหมายก็เสื่อม ความศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นภัยต่อประชาชน..."
"...กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรมไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดิน ก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย หากต้องขยายออกไปให้ถึง ศีลธรรมจรรยาตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย..."
วันนี้ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานให้กับเนติบัณฑิต เมื่อปี 2520 และ 2524 ตามลำดับ
พระบรมราโชวาททั้งสองคราว ทรงคุณค่าเหนือกว่าตำรากฎหมาย เป็นหลักและแนวทางที่ให้ความเป็นธรรมยิ่งกว่าตัวบทกฎหมาย สำหรับผู้ปรารถนาจะเป็นนักกฎหมายที่ดี
ตัวบทกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร กว่าจะประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองหลาย ขั้นตอน ความเป็นธรรมจากตัวบทกฎหมายจึงไม่ค่อยจะมีปัญหา แต่ตัวอักษรไม่สามารถเขียนให้ครอบคลุมได้ทุกกรณี ด้วยข้อจำกัดของภาษาเอง และด้วยประสบการณ์ของผู้ร่างที่ไม่อาจคาดคิดได้ว่า จะเกิดเหตุการณ์นอกเหนือจากตัวบทกฎหมาย จึงเกิดกรณีที่ตัวบทกฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ หรือบัญญัติไว้ไม่ชัดเจน พระองค์ท่านจึงให้ความสำคัญกับการใช้กฎหมายมากกว่าตัวบทกฎหมาย ซึ่งเป็นปรัชญาทางกฎหมายที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในการอำนวยความยุติธรรมภายใต้กฎหมาย
ความเป็นธรรมที่แท้จริงจึงอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย
เหตุผลที่อัญเชิญพระบรมราโชวาทเรื่องการใช้กฎหมายมานี้ ก็เนื่องมาจากบ้านเมืองเรามีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกันมาก มีพวกนักนิติอักษรศาสตร์ที่เคร่งครัดตามตัวอักษร และมีพวกศรีธนญชัยที่ตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเองแบบพิสดาร
การบังคับใช้กฎหมายและการตีความของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรกลุ่มหนึ่ง เป็นการตีความหาประโยชน์เข้าตัวเอง ซึ่งจะกระทบกับการลงทุนของนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่ที่นักลงทุนกว่า 500 คนจากประเทศญี่ปุ่น มาพบนายกฯ ลุงตู่ เป็นความภูมิใจของรัฐบาลที่นักลงทุนต่างชาติให้ความมั่นใจ ไว้วางใจมาลงทุนในประเทศไทยเรา
รัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัยสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ โดยเห็นว่าการลงทุน เป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศ มีเงินทุนไหลเข้าในระบบเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก
การที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ มีทั้งข้อดีข้อเสีย แล้วแต่มุมมอง
ประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรมมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ใช้ควายไถนาใช้วัวลากเกวียน แต่เราอยากจะเป็นเสือ อยากเป็นประเทศอุตสาหกรรม จึงสนับสนุนให้ต่างชาติมาลงทุนด้านอุตสาหกรรม เพื่อหวังจะได้ความรู้ ได้ Know How ได้ทักษะการทำงาน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้มากกว่าเกษตรกรรม รัฐบาล ส่งเสริมอุตสาหกรรมจนลืมรากเหง้าของตัวเองว่า คนไทยเราเป็นเกษตรกรรม เรามีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเกษตร รัฐบาลละเลยที่จะส่งเสริมเกษตรกรรม ด้วยการนำพื้นที่ราบลุ่มเจ้าพระยาใน จ.พระนครศรีอยุธยา แหล่งปลูกข้าวของประเทศ ไปทำเป็นนิคมอุตสาหกรรม สร้างโรงงานในพื้นที่เกษตรกรรมที่ดีที่สุดของประเทศ จนเกิดโศกนาฏกรรมน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 อุตสาหกรรมก็เสียหาย เกษตรกรรมกลับเสียหายยิ่งกว่า
ทุกวันนี้ เราก็ยังไม่ได้เป็นเสือ ยังคงเป็นวัวเป็นควายอยู่เหมือนเดิม เทคโนโลยีที่เราคิดว่าจะได้จากนักลงทุนต่างประเทศ ก็ล้าสมัยจนไร้ประโยชน์ เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เราได้จึงเป็นเพียงเศษซากของเทคโนโลยีที่ประเทศอุตสาหกรรมเขาทิ้งแล้ว
ในความเป็นจริง คนไทยเรามีความรู้ความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่นักการเมืองผู้บริหารประเทศของเราต่างหากที่ไม่ได้ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้คนไทยได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่SME ของเราเหมือนคนแคะ โตก็ไม่โต ตายก็ไม่ตาย รัฐก็ไม่ได้สนับสนุนเต็มที่เต็มแรง ไม่เหมือนอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ที่เจ้าสัวเป็นเจ้าของ จะทำอะไรก็ได้ จะขออะไรก็ให้ จนเจ้าสัวที่พูดไทยไม่ชัดบางคน จะกินรวบประเทศไทยอยู่แล้ว ชาวบ้านร้านตลาดกำลังจะหมดอาชีพทำมาหากิน
ไทยเราจึงไม่เคยได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรม ไม่ต้องดูอื่นไกล อุตสาหกรรมรถยนต์ที่เป็นการลงทุนของต่างชาติ แต่ไทยเราพยายามโฆษณาว่า เราจะเป็นดีทรอยต์แห่งเอเชีย อุตสาหกรรมรถยนต์เข้ามาลงทุนในประเทศไทย 20 ถึง 30 ปีมาแล้ว แต่ประเทศไทยเรายังไม่มีรถยนต์เป็นยี่ห้อของเราเองเลย
จะว่าไปแล้ว สำหรับเทคโนโลยีนั้น หากเราต้องการจริงๆ เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ประเทศจีนพัฒนาอุตสาหกรรมโดยการลอกเลียนสำเร็จรูป อยากจะสร้างอะไรก็ซื้อตัวอย่างมาถอดแบบ และสร้างแบบขึ้นมาเอง เป็นอุตสาหกรรมทางลัด แต่รัฐบาลของจีนส่งเสริมอย่างจริงจัง ทำให้อุตสาหกรรมทางด้านเทคโนโลยีของจีนเจริญก้าวหน้าและเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสนใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เหมือนฝรั่งในยุคแรก และเหมือนญี่ปุ่นหลังแพ้สงคราม
แต่หากเราเป็นเด็กดี เคารพกติกาของโลก เราเอาอย่างญี่ปุ่นยุคใหม่ก็ได้
บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งต้องการผลิตเครื่องถ่ายเอกสารที่ดีที่สุด บริษัทแห่งนี้ซื้อเครื่องถ่ายเอกสารทุกยี่ห้อนำมาถอดชิ้นส่วน ระดมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบดูว่า แต่ละเครื่องแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นจุดด้อยอะไร แล้วนำจุดเด่นมาใช้ แก้ปัญหาจุดด้อย สร้างเป็นเครื่องถ่ายเอกสารที่ดีที่สุด โดยตรวจสอบด้วยว่า ชิ้นส่วนไหนที่จดสิทธิบัตรไว้ จะได้ไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น
ไม่ว่าเราจะได้รับประโยชน์จากอุตสาหกรรมคุ้มค่าหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อเป็นนโยบายของรัฐบาลเป็นการเชิญชวนต่างชาติไม่มาลงทุนอย่างเป็นทางการแล้ว เราก็ต้องปฎิบัติต่อนักลงทุนตามกฎเกณฑ์ตามกฎหมาย ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ไม่ใช่ใช้กฎหมายไปรังแกหรือหาผลประโยชน์จากนักลงทุนเหล่านี้ โดยเฉพาะด่านแรกอย่างกรมศุลกากร เจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหากินจากนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะนักลงทุนจากญี่ปุ่นมานานมากแล้ว
ในขณะที่รัฐบาลต้อนรับนักลงทุนจากญี่ปุ่นด้วยความดีใจ เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ก็ดีใจที่จะได้เหยื่ออันโอชะ มองเห็นผลประโยชน์ที่จะได้จากการบังคับใช้กฎหมายแบบศรีธนญชัย
เพราะคนกลุ่มนี้ มองนักลงทุนเป็นโจรที่ต้องออกกฎหมายบังคับใช้อย่างเข้มงวด n







