posttoday
ถ่านถดถอย (2)

ถ่านถดถอย (2)

14 กันยายน 2560

ดร.เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมได้เขียนบทความที่มองมุมต่างเกี่ยวกับเรื่องความถดถอยของอุตสาหกรรมถ่านหินที่ใช้ข้อมูลจนถึงปี 2558 มาแล้ว

ดร.เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมได้เขียนบทความที่มองมุมต่างเกี่ยวกับเรื่องความถดถอยของอุตสาหกรรมถ่านหินที่ใช้ข้อมูลจนถึงปี 2558 มาแล้ว

พอมาถึงกลางปีนี้ ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการใช้และการผลิตถ่านหินทั่วโลกในปี 2559 ก็เริ่มทยอยออกมาเป็นระยะ ประกอบกับรัฐบาลก็อาจตัดสินใจเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาในเร็ววันนี้ ผมเลยคิดว่าน่าจะอัพเดทท่านผู้อ่านอีกสักรอบก็น่าจะดีเหมือนกัน

การใช้ถ่านหินทั่วโลกลดลงอย่างมาก

ข้อมูลล่าสุดในปี 2559 จาก enerdata พบว่า ปริมาณการใช้ถ่านหินทั่วโลกลดลงร้อยละ 1.7 หรือลดลงประมาณ 53 ล้านตัน เทียบเท่าน้ำมันดิบ จากปี 2558 เป็นการลดลงต่อเนื่องติดกันเป็นปีที่ 3 (2557, 2558, 2559)

การลดลงของปริมาณการใช้ถ่านหินเห็นได้อย่างชัดเจนมากในประเทศกำลังพัฒนา โดยสัดส่วนการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าและความร้อนต่อพลังงานทั้งหมด ลดลงจากร้อยละ 44 ในปี 2528 เหลือเพียงร้อยละ 29.2 ในปี 2558 และลดลงต่อเนื่องเหลือเพียงร้อยละ 27.5 ในปี 2559

การลดลงของการใช้ถ่านหินทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปริมาณการใช้ถ่านหินในจีน (ซึ่งเป็นผู้ใช้ถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของโลก) ที่ลดลงถึงร้อยละ 4.7 ในปี 2559 และการลดลงของการบริโภคถ่านหินในสหรัฐอเมริกาถึงร้อยละ 9 ในปีเดียวกัน ซึ่งนับเป็นการลดลงครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์

นอกจากนั้น ยังมีการลดลงของการใช้ถ่านหินในยุโรป โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและเยอรมนี

ความถดถอยของถ่านหิน ในสหรัฐอเมริกา

ความถดถอยของอุตสาหกรรมถ่านหินในสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นอย่างรุนแรงมากในอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน หรือโรงไฟฟ้าถ่านหิน นั่นเอง

รายงานของ US Department of Energy รายงานว่า ปี 2559 ที่ผ่านมา มีโรงไฟฟ้าใหม่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา กว่า 27,761 เมกะวัตต์ แต่ในจำนวนนี้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดใหม่ทั้งสหรัฐอเมริกาเพียงแค่ 45 เมกะวัตต์เท่านั้น ส่วนในปี 2558 ในสหรัฐอเมริกามีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดใหม่เพียง 6 เมกะวัตต์เท่านั้น

ในขณะที่ในปี 2559 สหรัฐอเมริกามีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเกิดใหม่ถึง 8,788 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าพลังงานลม 8,762 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ถึง 8,182 เมกะวัตต์

ถ้าเทียบเป็นส่วนแบ่งการตลาด ในปี 2559 ส่วนแบ่งการตลาดของโรงไฟฟ้าถ่านหินในโรงไฟฟ้าใหม่ของสหรัฐอเมริกา คิดเป็นเพียงร้อยละ 0.2 เท่านั้น ส่วนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติมีส่วนแบ่งเท่ากับ ร้อยละ 31.7 ไฟฟ้าพลังงานลมร้อยละ 31.6 และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์เท่ากับร้อยละ 29.5

ผลพวงของความเสื่อมถอยของถ่านหินในสหรัฐอเมริกายังเห็นได้จากการบริโภคถ่านหินที่ลดลงต่อเนื่อง และสัดส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่ลดลงจากร้อยละ 52 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ในปี 2543 เหลือประมาณร้อยละ 33 ในปี 2559

ในแง่การผลิตถ่านหินนั้น ปี 2559 ปริมาณการผลิตในสหรัฐอเมริกาลดลงไป 85 ล้านตันน้ำมันดิบเทียบเท่า หรือลดลงไปถึงร้อยละ 19 ภายในปีเดียว

ความเสื่อมถอยของอุตสาหกรรมถ่านหินแบบ disruption ในสหรัฐอเมริกา ทำให้มูลค่าตลาดของหุ้นถ่านหินในตลาดดาวโจนส์ลดลงจาก 62.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2554 เหลือเพียงประมาณ 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปัจจุบัน (2560) หรือลดลงไปร้อยละ 85 ในช่วงเวลา 6 ปี

ถ่านหินในสหราชอาณาจักร

การลดลงของการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าในสหราชอาณาจักรในช่วง 4 ปีหลัง (2555-2559) เห็นชัดเจนมาก โดยสัดส่วนการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าที่เคยมีถึงร้อยละ 42 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศในปี 2012 เพียงแค่ 4 ปีถัดมา สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในสหราชอาณาจักรลดลงต่ำกว่าร้อยละ 10

นั่นทำให้อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหราชอาณาจักรลดต่ำลงกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 25 และเหลือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิตไฟฟ้าเท่ากับ 82.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เคยปล่อยในปี ค.ศ. 1955 หรือประมาณเมื่อ 60 ปีก่อนเลยทีเดียว

ระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิตไฟฟ้าแต่ละหน่วยของสหราชอาณาจักรลดลงเหลือเพียง 277 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้าแล้วในขณะนี้ แต่ถ้าเราใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้าถ่านหินจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 900 กรัมต่อหน่วยไฟฟ้า

ถ่านหินในสาธารณรัฐประชาชนจีน

รายงานของ International Energy Agency รายงานว่า ปริมาณการใช้ถ่านหินในประเทศจีนลดลงไป ร้อยละ 4.7 ในปี 2559 เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงบ้าง บวกกับความห่วงใส่ใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง ทั้งในภาคการผลิตไฟฟ้า อุตสาหกรรมเหล็ก และอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

ปัจจุบันสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในประเทศจีนลดลงจากเกือบร้อยละ 80 เหลือไม่ถึงร้อยละ 70 โดยเพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าร้อยละ 20 แล้วในปี 2559

นโยบายการลดลงปริมาณการ ใช้ถ่านหินมีผลให้เกิดนโยบายการลดปริมาณการผลิตถ่านหินในจีน โดยปิดเหมืองที่ไม่มีประสิทธิภาพลงไปจำนวนมาก รวมถึงลดจำนวนวันทำงานลงจาก 336 วัน เหลือเพียง 276 วัน ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2559

ปริมาณการผลิตถ่านหินในจีนลดลงไปถึงร้อยละ 7.9 ในปี พ.ศ. 2559 (ประมาณ 140 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ) นับเป็นการลดลงครั้งใหญ่เท่าที่เคยบันทึกมา จนส่งผลให้ปริมาณอุปทานถ่านหินลดลง และราคาถ่านหินเพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2559

สรุป

กล่าวโดยสรุป ถ่านถดถอยตอนที่ 2 ยืนยันความถดถอยต่อเนื่องในปี 2559 ที่ผ่านมา เป็นการถดถอยติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และน่าจะถดถอยต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในปี 2560 นี้

ความถดถอยของอุตสาหกรรมถ่านหินครั้งใหญ่ในโลกตะวันตก (และจีน) บีบบังคับให้อุตสาหกรรมถ่านหินต้องมุ่งหน้ามายังโลกตะวันออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย

ก็คงอยู่ที่ว่า รัฐบาลไทยจะเลือกเทคโนโลยีที่กำลังจะเสื่อมถอยลงไปหรือไม่เท่านั้นเอง n

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน