posttoday
เศรษฐกิจกับชีวิต

เศรษฐกิจกับชีวิต

16 กันยายน 2560

การพยายามประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตต่อไป เป็นงานหลักของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย แบงก์กลิ้ง

การพยายามประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตต่อไป เป็นงานหลักของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่ควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญมาตลอดเวลาที่เข้ามาบริหารประเทศ

ช่วง 2 ปีแรกของรัฐบาลนี้ เรียกได้ว่าหืดจับ เพราะว่าสภาพเศรษฐกิจหลังจากเหตุเกิดวิกฤตการเมืองนั้นบอบช้ำมากและยังไปผสมกับภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำจากวิกฤตการเงินทั้งในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ทำให้ไม่ง่ายเลยที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว

ผ่านมา 3 ปีกว่า เพิ่งจะมาเห็นผลกันในขณะนี้ว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น แต่ก็ดีเฉพาะภาคการส่งออกที่ขยายตัวมากขึ้นเพราะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ส่วนของในประเทศก็ยังคงหืดจับต่อไปอีก การบริโภคเอกชนขยายตัวต่ำมาก หากดูตัวเลขเดือนต่อเดือน กราฟที่ออกมาเป็นฟันปลา เรียกภาษาชาวบ้านว่าการบริโภคขยายตัวแบบลุ่มๆ ดอนๆ

ส่วนการลงทุนเอกชนไม่ต้องพูดถึง แทบจะไม่มีเลย เพราะว่ากำลังซื้อหด ก็ไม่รู้จะผลิตไปขายใคร มีแต่ทุนหายกำไรหด เศรษฐกิจก็วนเวียนๆ อยู่แบบนี้ ทำให้คนไทยเกิดความไม่มั่นใจในอนาคต ก็ลดการจับจ่ายลงไปอีก เพราะกลัวอนาคตไม่แน่นอน ใช้จ่ายมือเติบอาจจะลำบากในอนาคตได้

เรื่องเศรษฐกิจไม่ดีนั้นเป็นที่รับรู้กันทั่วไป และทุกคนก็ยังมีความเชื่อว่ามองไปข้างหน้าเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีต่อไป ซึ่งผู้เขียนเห็นว่ารัฐบาลก็ยังไม่สามารถบริหารความเชื่อมั่นให้คนสบายใจหันกลับมาใช้เงินเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ

เหตุที่คนยังไม่เชื่อมั่น เพราะล้วงกระเป๋าเข้าไปแล้วก็พบว่าตัวเองมีเงินน้อยลงจริงๆ สำหรับคนมีหนี้ มีรายได้เท่าไรก็ต้องไปจ่ายหนี้ก่อน เหลือแล้วถึงจะใช้ ส่วนคนไม่มีหนี้อาจจะดีกว่าหน่อย แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะตกงานเมื่อไหร่ โดยเฉพาะคนที่ทำงานอยู่ในกลุ่มธุรกิจขาลงก็ไม่กล้าใช้เงิน

นอกจากมีเงินน้อยลงแล้ว คนก็ไปเจอค่าครองชีพสูงกดดันชีวิตไปอีก เรื่องนี้คนที่ไม่ได้ไปจับจ่ายใช้สอยเดินตลาดเองคงจะไม่เข้าใจ หากดูจากตัวเลขเงินเฟ้อ ทั้งเงินเฟ้อทั่วไปหรือเงินเฟ้อพื้นฐาน ทั้งสองตัวนี้อยู่ในระดับต่ำนานแล้ว จะมา บอกว่าของแพงได้ยังไง การที่รัฐบาลขึ้นราคาน้ำมัน ลอยตัวก๊าซหุงต้ม ปรับค่าเอฟที ฯลฯ กระทบต้นทุนราคาสินค้าแค่ไม่กี่สตางค์ แค่นิดเดียวเอง แต่เวลาพ่อค้าแม่ขายขึ้นราคาสินค้ากันทีก็ครั้งละ 5 บาท โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป

เมื่อไม่กี่วันก่อน ผู้เขียนได้สนทนากับเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่อาคารแถวสุขุมวิท เพื่อนก็บ่นให้ฟังว่า การที่ กทม.จัดระเบียบทางเท้า ทำให้สตรีทฟู้ด หรืออาหาร ข้างทางที่เป็นที่พึ่งของมนุษย์เงินเดือน ห้ามขายเพื่อคืนทางเท้าให้คนเดินถนน แต่อีกทางหนึ่งก็ทำให้มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายต้องจ่ายค่าอาหารมากขึ้น ต้องพึ่งพา อาหารฟู้ดคอร์ตที่มีราคาแพง ให้น้อย กินไม่อิ่ม แทนการพึ่งพาอาหารริมทาง

ผู้เขียนเลยแนะนำให้เพื่อนเดินออกจากซอยบ้านแทนที่จะนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ขึ้นรถเมล์แทนรถไฟฟ้า ทำอาหารมากินเองที่ทำงาน ข้อดีก็คือประหยัดเงินและได้ออกกำลังกายให้สุขภาพดีอีกด้วย เพื่อนก็บอกว่า เมื่อก่อนก็นั่งรถเมล์มาทำงาน แต่รถติดมาก ใช้เวลาบนรถที่แน่นขนัดไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมง สุดท้ายตื่นเช้าแต่มาทำงานสาย ต้องออกจากบ้านแต่เช้าจะเอาเวลาที่ไหนทำอาหารมากินที่ทำงาน เวลาเลิกงานก็นั่งรถกลับบ้านอีก 3 ชั่วโมง ถ้าหากรถติดก็นานกว่านั้นอีก

ดังนั้น สภาพความเป็นจริงของชีวิตคนเมือง ทำให้ค่าครองชีพสูงแต่รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ คนไทยอาจจะอยู่กับค่าครองชีพที่สูงกว่ารายได้มานานจนชินชา จึงไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องกับใคร การมีงานทำถือว่าดีแล้ว ทุกคนก็พยายามรักษางานเอาไว้ให้ดีที่สุด วิธีการเอาตัวให้รอด ให้ชักหน้าถึงหลัง ก็ต้องประหยัด ประหยัด และประหยัด

ความเป็นจริงของชีวิตไม่ค่อยไปในทางที่รัฐบาลต้องการเท่าไร แต่ผู้เขียนก็เชื่อว่าไม่มีรัฐบาลไหนที่อยากเห็นประชาชนอยู่อย่างอัตคัด ขัดสน แต่การจะทำทุกสิ่งให้ได้ดังใจทุกคนเป็นเรื่องยาก สิ่งที่เป็นอยู่ในขณะนี้ก็ไม่ได้เลวร้าย

เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีจะร้ายยังไง ชีวิตเราก็จะก้าวผ่านไปได้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน