posttoday
โรงแรม-ภัตตาคาร โฮ่ง....โฮ่ง...จุดบรรจบของความรักและธุรกิจ

โรงแรม-ภัตตาคาร โฮ่ง....โฮ่ง...จุดบรรจบของความรักและธุรกิจ

26 กันยายน 2553

สุนัข สัตว์เลี้ยงแสนดีของมนุษย์ ที่ใครต่อใครก็ต้องยิ้มเมื่อมีเจ้า 4 ขานี้คลอเคลียอยู่ใกล้ๆและความรักที่เกิดขึ้นกับเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนรักนี้ก่อให้เกิดธุรกิจที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมสำหรับสุนัข ร้านอาหารสำหรับสุนัข โรงเรียนสำหรับสุนัข หรือแม้กระทั้งเมนูอาหารสำหรับสุนัข

ธุรกิจที่เกิดขึ้นเหล่านี้เกิดขึ้นจากความรักของเจ้าของสุนัข ที่พยายามจะ “ให้” สุนัขของตัวเองได้รับบริการในสิ่งที่ดีๆ เหมือนกับที่ผู้ที่เป็นเจ้าของได้รับ

โฮ่ง...โฮ่ง เสียงผม เอ้ย เสียงเพื่อนผม เอ้ย...เสียงของสุนัขดังขรม...ไปหมดเมื่อก้าวเข้ามาสู่โรงแรม แต่ไม่ใช่โรงแรมสำหรับคนพักนะครับ แต่เป็นโรงแรมสำหรับเจ้าเพื่อนรัก 4 ขา อย่างสุนัขที่ส่งเสียงทักทายทีมงานเศรษฐกิจคิดไม่ถึง ที่ก้าวเข้าสู่ Pet Paradise Park สวรรค์บนดินสำหรับคนรักสัตว์

“ยินดีต้อนรับค่ะ” เสียงหวานๆ ของคุณชมพูพรรณ กังสะนันทน์ หรือคุณพิงค์ ผู้จัดการทั่วไป และครูฝึกลูกสุนัข แห่ง Pet Paradise Park ที่ตั้งอยู่บนถนนบรมราชชนนี โดยที่มีสุนัขตัวเล็กๆ อีกหนึ่งตัวอยู่ในอ้อมแขนตลอดเวลา แสดงให้เห็นไปในตัวว่า รักสัตว์ประเภทนี้แค่ไหน

“ที่นี่มีทั้งโรงแรมที่พักสำหรับสุนัข ทั้งแบบที่เป็นห้องแอร์ ห้องพัดลม”

หึ หึ... ไม่น่าเชื่อครับ มีทั้งห้องแอร์ ห้องพัดลม แถมยังมีห้องที่วิวเป็นสระน้ำอีกด้วย อูย...อะไรจะขนาดนั้น ซึ่งคุณพิงค์บอกว่า สุนัขก็มีจิตใจเหมือนกับคนเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะจับให้อยู่ที่ไหนก็ได้ หากห้องนั้นมีวิวทิวทัศนาสวยงาม สุนัขก็จะไม่เครียดแต่ถ้าอยู่ในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง อุดอู้ เหมือนห้องขัง สุนัขก็จะเครียดไปด้วย

เป็นยังไงครับ สุนัขนี่ก็เรื่องมากไม่น้อยเหมือนกัน

ห้องพักที่นี่มีทั้งหมดเกือบ 30 ห้อง เป็นห้องแอร์ 6 ห้อง ที่เหลือเป็นห้องพัดลมครับ เห็นเยอะอย่างนี้ช่วงหน้าเทศกาลวันหยุดยาวๆ ไม่พอนะครับ ก็เจ้าของสุนัขทั้งหลายต่างพร้อมใจกันไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็เลยต้องหาที่พัก หาคนดูแลเจ้าเพื่อนรักในแบบที่ไว้ใจได้หน่อยว่าสุนัขแสนรักกินอิ่ม นอนหลับด้วย

อะฮ้า...แล้วจะไว้ใจว่าสุนัขของเรากินอิ่ม นอนหลับหรือเปล่า ที่นี่เขาก็มีบริการโทรทัศน์วงจรปิดให้เจ้าของสุนัขสามารถดูพฤติกรรมของสุนัข และพฤติกรรมของคนดูแล ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งตรงนี้ผมว่าที่จะกินอิ่ม นอนหลับ น่าจะเป็นเจ้าของมากกว่าที่หมดห่วง

สำหรับค่าที่พักที่นี่คิดตามน้ำหนักตัวของสุนัขถ้าหนักน้อยกว่า 9 กิโลกรัม คิดวันละ 500 บาทต่อวัน หากหนักตั้งแต่ 923 กิโลกรัม คิด 600 บาทต่อวัน ถ้า 2440 กิโลกรัม คิด 800 บาท มากกว่า 40 กิโลกรัม คิด 1,000 บาทขาดตัว ราคานี้เป็นราคาห้องแอร์นะครับ และรวมอาหาร 2 มื้อ แถมยังปล่อยให้วิ่งเล่นเช้ากลางวันเย็นอีกด้วย แต่หากเป็นห้องพัดลมราคาจะเริ่มต้นที่ 300550 บาท

เมื่อพูดถึงโรงแรม ก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่โรงแรมพึงจะมี อย่างสระว่ายน้ำ ที่นี่ก็มีครับ โดยคิดค่าบริการตามน้ำหนักของสุนัข และความยาวของคน โดยคิดเป็นรายชั่วโมง อย่างสุนัขขนสั้นหนัก 09 กิโลกรัม คิด 350 บาท ถ้าขนยาว 400 บาท หนัก 923 กิโลกรัม ขนสั้นคิด 400 บาทขนยาว 500 บาท ราคาจะไล่ขึ้นไปเรื่อยจนถึง 750 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งราคานี้จะรวมค่าพี่เลี้ยงพาสุนัขว่ายน้ำ และอาบน้ำ เป่าขน

อืมม....ผมว่าราคา 750 บาทต่อชั่วโมงนั้นแพงกว่าค่าสมาชิกฟิตเนสของเจ้าของอีกนะนี่

เห็นราคาอย่างนี้ อย่าคิดว่าจะไม่มีสุนัขมาใช้บริการนะครับ เพราะขนาดวันที่ผมไปทำรายการซึ่งเป็นวันธรรมดา ปรากฏว่ามีเจ้าของสุนัขพาสุนัขมาว่ายน้ำกันแบบไม่ขาดสายเลย

“การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากของสุนัข และสุนัขทุกตัวสามารถว่ายน้ำได้ แต่เราก็ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลแบบตัวต่อตัว เพื่อความปลอดภัย ซึ่งในแต่ละรอบจะให้สุนัขลงไปว่ายน้ำไม่เกิน 34 ตัว ไม่ให้แน่นเกินไป และพี่เลี้ยงจะได้ดูแลอย่างทั่วถึง” คุณพิงค์พูดขณะที่โยนลูกบอลยางไปกลางสระว่ายน้ำ โดยมีสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ตัวเบ้อเริ่ม กระโดดลงน้ำตูมใหญ่เพื่อไปคาบกลับมาบนฝั่ง

นอกจากสระว่ายน้ำแล้วยังมีสนามวิ่งเล่น ที่คิดค่าบริการ 50 บาทต่อชั่วโมง สำหรับสุนัขที่ถูกเลี้ยงแต่ในบ้าน ไม่มีที่ให้ออกกำลังกาย และไม่ยอมวิ่งเล่นตามตรอกซอกซอยให้เสียเกรด ก็ต้องมาวิ่งที่นี่ ดูมีสกุลขึ้นอีกเยอะ และมีโรงเรียนฝึกสุนัขอีก โดยจะฝึกสุนัขตั้งแต่อายุ 3 เดือน3 ปี โดยเรียนตัวต่อตัวกับครูฝึก เหมือนเราเรียนภาษาอังกฤษเลยครับและที่สำคัญเจ้าของต้องมาฝึกกับครูอีก 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนจบ

สำหรับหลักสูตรที่เปิดสอนมีตั้งแต่หลักสูตรเชื่อฟังคำสั่งขั้นพื้นฐาน 10 สัปดาห์ หลักสูตรนี้ฝึกตั้งแต่คำสั่งชิด นั่ง หมอบ คอย ยืน เดิน สวัสดี บวกข้ามสิ่งกีดขวาง 3 ชิ้น แต่ถ้าเขยิบขึ้นมาอีกหน่อย ก็จะเพิ่มสิ่งกีดขวางเป็น 12 ชิ้น ใช้เวลาฝึก 12 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นหลักสูตรขั้นเทพ พวกความสามารถพิเศษ หลักสูตร 4 สัปดาห์นั้น เป็นหลักสูตรต่อยอดจาก 2 หลักสูตรแรก ซึ่งสุนัขที่ผ่านหลักสูตรเทพนี้จะสามารถคลาน พลิกตัว แกล้งตาย เดินถอยหลัง เดินลอดขา เดิน 2 ขา คาบของมาให้ คาบตะกร้า โดดบ่วงมือ เล่นจานร่อน ฯลฯ

ถ้าอยากให้สุนัขของท่านแสนรู้ ก็ต้องส่งไปเรียน โดยเตรียมสตางค์ในกระเป๋าไว้เลย หากไปเรียนแบบเช้าไปเย็นกลับ ค่าเรียน 8,000 บาทต่อ 4 สัปดาห์ ถ้าแบบประจำกินนอนที่โรงเรียน ก็ 1.3 หมื่นบาท สำหรับสุนัขเล็ก 1.4 หมื่นบาท สำหรับสุนัขกลาง และ 1.5 หมื่นบาท สำหรับสุนัขใหญ่ ราคานี้ต่อ 4 สัปดาห์ ถ้ากลัวสุนัขเราร้อน เพิ่มอีก 2,000 บาท สำหรับห้องแอร์!!

ยังครับ ยังไม่หมดเท่านั้น นี่ยังไม่พอถ้าคุณเป็นคนรักสุนัขสุดหัวใจ ต้องพาไปร้านอาหารสำหรับสุนัขโดยเฉพาะอีก เพราะที่นี่เขามีบริการร้านอาหารสำหรับสุนัขด้วย โดยอาหารทั้งหมดนั้นถูกจัดและออกแบบให้เหมือนกับอาหารของคนเลยครับ มีแม้กระทั่งพิซซาเนื้อ สเต๊กเนื้อ สเต๊กปลา ขนมไอศกรีม อย่าหวังว่าจะเจอข้าวคลุกซี่โครงไก่ หรือเนื้อต้มคลุกข้าว ให้เสียเวลา

“อาหารของสุนัขที่นี่ได้รับความนิยมมาก เพราะเราใช้วัตถุดิบเหมือนกับอาหารของคนเลย และเจ้าของสุนัขก็ชอบที่เห็นสุนัขของเขากินได้ เพราะอย่างพิซซานั้นหากให้กินพิซซาของคนที่ขายอยู่ทั่วไปก็ไม่เหมาะ แต่พิซซาของเรานั้นใช้วัตถุดิบที่ไม่เป็นอันตรายกับสุนัข”

นอกจากนี้ อาหารสุนัขเหล่านี้ยังเป็นอาหารสุขภาพด้วยครับ จะมีผักต้ม มีไขมันน้อย ไม่ใส่เกลือ ไม่หวาน เพื่อไม่ให้สุนัขได้รับสารอาหารที่ไม่จำเป็น

ผมว่าดูๆ แล้วอาหารสุนัขที่ขายที่นี่ดูจะมีประโยชน์กว่าข้าวราดแกงที่ผมรับประทานแต่ละวันอีก

ส่วนไอศกรีมนั้นอย่าคิดว่าเป็นไอศกรีมวอลล์ หรือเนสท์เล่ นะครับ แต่เป็นไอศกรีมที่ทำมาจากนมแพะ ไม่ใช่นมวัว เพราะสุนัขส่วนใหญ่จะแพ้นมวัว ดังนั้นจึงต้องใช้นมแพะ และไม่หวานมากนัก ผมมองในตู้ไอศกรีมแล้วก็ต้องแอบกลืนน้ำลายกับสีสันของไอศกรีมสุนัข ที่มีทั้งรสวานิลลาสตรอเบอร์รี ช็อกโกแลต เหมือนของคนเลยครับ แถมใส่ถ้วยพลาสติกอย่างดีเสียด้วย ผมเกือบจะซื้อมาให้เพื่อนๆ ที่ออฟฟิศรับประทานเสียหน่อยว่าเป็นยังไง แต่ดูแล้วจะไม่คุ้มถ้าเพื่อนๆ รู้ความจริง

พูดถึงเรื่องของร้านอาหารสำหรับสุนัขแล้วไม่ได้มีแค่ที่ Pet Paradise Park เพียงแค่ที่เดียวนะครับ แต่ยังมีร้านอาหารสำหรับสุนัขอีกร้านตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ในย่านทองหล่อกันเลย

แถมอาหารสุนัขของร้านนี้ เป็นอาหารแบบไทยๆ คือ ก๋วยเตี๋ยวครับ ร้านที่ว่านี้คือร้านก๋วยเตี๋ยว (พาที สารสิน) หรือ “ดุ๋งเด้งได้” ซึ่งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ 4) ห้อง B3 สยามฟิวเจอร์ทาวน์เซ็นเตอร์

ไม่เชื่อใช่มั้ยครับว่าที่นี่นอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวเรือที่ทำให้เราเด้งได้เมื่อเช็กบิลออกมา จากราคาค่าก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่หากคุณเผลอไปสั่งเนื้อวากิวมากินเป็นบุญปาก

ที่นี่ ด้วยความที่เจ้าของร้านเป็นคนรักสุนัขเช่นกัน ก็เลยคิดว่าแถวนี้ไม่มีร้านขายอาหารให้สุนัขเลย แล้วเวลาเจ้าของสุนัขพาสุนัขมาเดินเล่น เวลาจะหาน้ำหรือข้าวให้กินจะทำอย่างไร

เมื่อเป็นอย่างนั้น ทางร้านเลยขอจัดให้ ด้วยการจัดเมนูสำหรับสุนัขให้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อออสเตรเลีย เนื้อวากิว ลูกชิ้นเนื้อ น้ำเปล่าพร้อมน้ำแข็ง !!!

อยากเห็นโรงแรมสุนัข ภัตตาคารสำหรับสุนัข ติดตามได้ในรายการเศรษฐกิจคิดไม่ถึง วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ที่ 2324 ก.ย.นี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 เวลา 13.25 น. ครับ

สำหรับสัปดาห์ที่แล้ว ท่านผู้อ่านให้ความสนใจกับร้านข้าวมันไก่นายโฮกันอย่างล้นหลาม ว่าอยากไปรับประทานเหลือเกิน แต่ไม่รู้ว่าจะติดต่ออย่างไร เพราะผมไม่ได้ลงเบอร์ติดต่อไว้ ก็ต้องขออภัยมาด้วยครับ เพราะผมบอกแล้วว่ามีเงินก็รับประทานไม่ได้นี่ครับ ก็ไม่มีเบอร์โทร. ...ก็เลยหาซื้อมารับประทานไม่ได้ หุ หุ...

เอาเบอร์ไปเลยครับ สำหรับร้านข้าวมันไก่นายโฮ 0817767329 ครับ อยู่ไม่ไกลครับสมุทรสาครแค่นี้เอง..

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน