
กดดันเมียนมาแก้โรฮีนจา
ยูเอ็นเรียกร้องเมียนมายุติความรุนแรง ด้านอัลกออิดะห์ประกาศระดมพลช่วยโรฮีนจา
ยูเอ็นเรียกร้องเมียนมายุติความรุนแรง ด้านอัลกออิดะห์ประกาศระดมพลช่วยโรฮีนจา
อันโตนิโอ กูเตียร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมายุติการใช้มาตรการทหารกับชาวโรฮีนจา และให้เคารพสิทธิของผู้ลี้ภัย หลังจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เปิดประชุมฉุกเฉินเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหารือกรณีดังกล่าว
กูเตียร์เรส ยังระบุว่า รัฐบาลเมียนมาควรให้สัญชาติหรือสถานภาพทางกฎหมายแก่ชาวโรฮีนจา โดยเหตุความรุนแรงดังกล่าวถือเป็นการกวาดล้างชาติพันธุ์
ด้าน ยูเอ็นเอสซี ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เมียนมายุติความรุนแรง รวมถึงเปิดทางให้หน่วยงานต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดย แมทธิว ไรย์ครอฟท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำยูเอ็น เปิดเผยว่า นับเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่สมาชิกยูเอ็นเอสซีทั้ง 15 ชาติ ซึ่งรวมถึงจีน เห็นพ้องในการตำหนิเมียนมา
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้างเจ้าหน้าที่การทูตว่า จีนขัดขวางข้อเสนอของอียิปต์ในการให้สิทธิชาวโรฮีนจาที่หนีออกนอกประเทศไปยังบังกลาเทศแล้วกว่า 3.8 แสนคน สามารถเดินทางกลับไปยังเมียนมาได้
ด้านรอยเตอร์สรายงานอ้างสื่อท้องถิ่นของเมียนมาว่า หงเหลี่ยง เอกอัครราชทูตจีนประจำเมียนมา เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเมียนมาว่า จีนยอมรับการใช้มาตรการทางทหารตอบโต้กลุ่มผู้ก่อการร้ายของเมียนมา เนื่องจากเหตุความขัดแย้งดังกล่าวถือเป็นกิจการภายในประเทศ
ด้านกลุ่มก่อการร้าย อัลกออิดะห์ แถลงการณ์สนับสนุนชาวโรฮีนจาที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในรัฐยะไข่ พร้อมเรียกร้องให้นักรบจากทั้งบังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน และฟิลิปปินส์ เข้าไปยังเมียนมาเพื่อช่วยเหลือชาวโรฮีนจาต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมา
ก่อนหน้านี้ ศูนย์ศึกษากลยุทธ์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ องค์กรคลังสมองในสหรัฐ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้มีแนวคิดสุดโต่งจากทั่วโลกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจเดินทางไปร่วมต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมาในรัฐยะไข่ อาจกลายเป็นทางผ่านของกลุ่มนักสู้ต่างชาติให้เข้ามาในอาเซียนได้ในเวลาเดียวกัน โดยในปี 2014 อาบู บักการ์ อัล-บักดาดี หัวหน้าของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ประกาศให้รัฐยะไข่เป็นพื้นที่สำคัญในการก่อเหตุ







