posttoday

IoT Platform ในหลากหลายมุมมอง

06 กันยายน 2560

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ปัจจุบันมีบริการนับร้อยที่เรียกตัวเองว่าเป็น IoT Platform ซึ่งแต่ละบริการมีคุณลักษณะ และมุมมองการให้บริการที่แตกต่างกันมาก ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะเปรียบเทียบว่าแพลตฟอร์มใดดีกว่าเจ๋งกว่ากัน เพราะมันจะกลายเป็นการเปรียบเทียบแอปเปิ้ลกับส้ม แล้วถ้าหากเราต้องการเลือกใช้แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ IoT ต้องทำอย่างไร จะเลือกอย่างไร บทความนี้ขอแนะนำปัจจัยเบื้องต้นในการพิจารณาเลือกใช้ IoT Platform

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

ปัจจุบันมีบริการนับร้อยที่เรียกตัวเองว่าเป็น IoT Platform ซึ่งแต่ละบริการมีคุณลักษณะ และมุมมองการให้บริการที่แตกต่างกันมาก ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะเปรียบเทียบว่าแพลตฟอร์มใดดีกว่าเจ๋งกว่ากัน เพราะมันจะกลายเป็นการเปรียบเทียบแอปเปิ้ลกับส้ม แล้วถ้าหากเราต้องการเลือกใช้แพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ IoT ต้องทำอย่างไร จะเลือกอย่างไร บทความนี้ขอแนะนำปัจจัยเบื้องต้นในการพิจารณาเลือกใช้ IoT Platform

สาธารณะ หรือ ส่วนตัว

แพลตฟอร์มสาธารณะ คือแพลต ฟอร์มที่ผู้ใช้ทุกคนใช้ทรัพยากรของ คลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ร่วมกัน เบื้องหลังผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเป็นผู้จัดการขอบเขตสิทธิไม่ให้การใช้บริการของผู้ใช้รายหนึ่งกระทบต่อผู้ใช้รายอื่น มีค่าบริการที่ต่ำและส่วนใหญ่คิดค่าบริการตามการใช้งานจริง (Pay-per-user)

แพลตฟอร์มส่วนตัวหมายถึงแพลตฟอร์มที่กำหนดขอบเขตทรัพยากรของผู้ใช้แต่ละรายออกจากกัน เช่น แยกเซิร์ฟเวอร์ แยกพื้นที่ดิสก์ แยกแบนด์วิดท์ที่ให้บริการลูกค้าแต่ละราย โดยอาจให้บริการบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรลูกค้า เรียกว่าบริการ On-Premise หรือให้บริการบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ผู้ให้บริการดูแลให้ เรียกว่าบริการแบบ Off-Premise บริการแพลตฟอร์มส่วนตัวต้องจัดสรรและดูแลทรัพยากรแยกออกมา จึงมีต้นทุนการให้บริการสูงกว่าบริการแพลตฟอร์มสาธารณะ

เฉพาะด้าน หรือ อเนกประสงค์

IoT Platform มีทั้งแบบที่เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานเฉพาะด้านที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แต่ละเรื่องอย่างสมบูรณ์ เรียกได้ว่า เป็นแพลตฟอร์มสำเร็จรูปพร้อมใช้ เช่น Smart Home Platform, Smart City Platform, Industrial IoT Platform กับแพลตฟอร์มอเนกประสงค์ที่รองรับการใช้งานทั่วไป มีฟังก์ชั่นพื้นฐาน เช่น รับส่งเก็บข้อมูล มีความยืดหยุ่นสูง มีเครื่องมือพัฒนา (API หรือ SDK) ให้เรียกใช้เพื่อให้นักพัฒนานำไปปรับแต่งต่อเพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นเฉพาะด้านเอง

คุณลักษณะที่จำเป็น

นักพัฒนาส่วนใหญ่เลือกแพลต ฟอร์มโดยพิจารณาจากสิ่งที่ต้องการใช้ ฟังก์ชั่นพื้นฐานของ IoT Platform ได้แก่ การจัดการการเชื่อมต่อ (Connectivity Management) การจัดการอุปกรณ์ (Device Management) การเก็บข้อมูล (Data Historian) การแสดงผลข้อมูลแบบกราฟฟิก (Visualization) การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ในบางแพลตฟอร์มอาจมีความสามารถอื่นเพิ่มเติม เช่น การสร้างรายงาน การอัพโหลดเฟิร์มแวร์เข้าอุปกรณ์ IoT ผ่านเครือข่าย หรือกระทั่งเครื่องมือช่วยสร้างโมบายแอพพลิเคชั่น สำหรับแพลต ฟอร์มรายใหญ่มักจะมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่มักแลกมาด้วยขั้น ตอนการใช้งานที่ยุ่งยาก และรูปแบบ ค่าบริการที่ซับซ้อน

สำหรับมือใหม่หัดเล่น IoT แนะนำให้ใช้ IoT Platform แบบสาธารณะที่รองรับการใช้งานอเนกประสงค์ เพราะจะมีค่าบริการต่ำและส่วนมากมีบริการขั้นต่ำที่ใช้ได้ฟรีโดยไม่จำกัดระยะเวลา ตัวเลือกในกลุ่มนี้ ได้แก่ NETPIE ของเนคเทค ThingSpeak ของ MathWorks และ Azure IoT Suite ของไมโครซอฟท์ n

ข่าวล่าสุด

พักเรื่องบินมาฟินเรื่องช็อป! ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดหนักแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ขนสิทธิพิเศษสู้สงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้