posttoday
เพิ่มทักษะดิจิทัลไทย ย่นแผนรัฐ2ทศวรรษจบใน5ปี

เพิ่มทักษะดิจิทัลไทย ย่นแผนรัฐ2ทศวรรษจบใน5ปี

06 กันยายน 2560

เรื่อง | ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญการเข้ามาของไทยแลนด์ 4.0 ทำให้หลายองค์กรต้องมีการปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ สิ่งหนึ่งที่เป็นฟันเฟืองสำคัญแต่กลับขาดแคลนอย่างมากนั่นคือ บุคลากรทีมไอทีที่เข้ามาซัพพอร์ตการทำงานทั้งหมดภายในองค์กร โดยสายงานไอทีดูเหมือนจะเป็นสายงานที่คนเจนวายหลายคนอาจไม่คาดคิด จึงมีการหันเหไปทำงานสายอื่นกัน

เรื่อง | ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การเข้ามาของไทยแลนด์ 4.0 ทำให้หลายองค์กรต้องมีการปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ สิ่งหนึ่งที่เป็นฟันเฟืองสำคัญแต่กลับขาดแคลนอย่างมากนั่นคือ บุคลากรทีมไอทีที่เข้ามาซัพพอร์ตการทำงานทั้งหมดภายในองค์กร โดยสายงานไอทีดูเหมือนจะเป็นสายงานที่คนเจนวายหลายคนอาจไม่คาดคิด จึงมีการหันเหไปทำงานสายอื่นกัน

ทั้งนี้ ตำแหน่งสำคัญด้านไอทีที่มีความขาดแคลน จากการเก็บข้อมูลของแมนพาวเวอร์พบว่า 7 ตำแหน่งงานนั้น ประกอบด้วย นักพัฒนาซอฟต์แวร์/แอพพลิเคชั่น (Software/Application Developers) เพื่อให้การออกแบบและพัฒนาแอพพลิเคชั่นมีความราบรื่น การเขียนระบบและพัฒนาขึ้นมาใช้งานทั้งภายในองค์กร สำหรับการทำงานที่สะดวกและเฉพาะทางก็จำเป็นต้องมีหน่วยงานที่คอยสนับสนุนการทำงานให้ดีขึ้น

ตำแหน่งที่กำลังขาดแคลนรองลงมา คือ นักวิเคราะห์ข้อมูลและฐานข้อมูล จากจำนวนข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลย่อมทำให้การนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์และปรับใช้ให้เหมาะสมกับการบริหารธุรกิจในอนาคตย่อมต้องมีทีมวิเคราะห์ที่เหมาะสม ซึ่งตำแหน่งงานนี้มีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดและเป็นตำแหน่งงานที่ต้องว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีตำแหน่งานเฉพาะด้านไอทีอีกมากที่ยังเป็นที่ขาด แคลนในตลาด

ทีน่า วู ผู้จัดการทั่วไป ไอซีดีแอล เอเชีย กล่าวว่า การร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐจะช่วยเดินหน้าเรื่องการพัฒนาทักษะในการทำงานไอทีให้แก่บุคลากรในประเทศไทย ซึ่งหลักสูตรในการวัดมาตรฐานด้านไอทีของไอดีซีแอลเป็นมาตรฐานเดียวกับในระดับโลก ถือว่าเป็นไปตามการเดินหน้าประเทศไทยเพื่อเข้าสู่การเป็นดิจิทัล 4.0

การเดินหน้าบุคลากรของประเทศจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ได้รับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับเช่นเดียวกับระดับโลก เพราะในไทยมีการวัดระดับแค่ภายในองค์กร หรือใช้การวัดมาตรฐานด้วยเครื่องมือของต่างชาติที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายราคาแพงและตรวจวัดได้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น

คนไทย 4.0 จำเป็นต้องติดอาวุธด้วยทักษะดิจิทัลสำหรับการทำงาน ซึ่งจำเป็นมากในการสร้างประสิทธิภาพ ความพร้อมในการทำงานในสายอาชีพต่างๆ ทุกระดับชั้น การที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายพัฒนาทุนมนุษย์สะท้อนวิสัยทัศน์ถึงความตั้งใจจริงที่ประเทศจะก้าวเข้าสู่ประเทศไทย 4.0 อย่างยั่งยืน

ด้าน กฤษฎิ์กัญญา กานต์จิรธันย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ไอซีดีแอล ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ภาครัฐได้ตั้งเป้าในการสร้างบุคลากรไอทีให้ถึง 5 แสนคน ภายใน 5 ปี แต่ขณะนี้ไอดีซีแอลทำได้เพียง 2 หมื่นคนเท่านั้น ซึ่งยังขาดอีกมากจึงต้องดึงภาคเอกชนให้เร่งสนับสนุนพนักงานให้เข้ามาสอบวัดมาตรฐาน เพื่อให้ทันตามเป้าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้

การใช้ดิจิทัลเพื่อเติมเต็มแรงงานคนด้วยนโยบายภาครัฐช่วยหนุนให้ไทยเป็นประเทศที่มีการเดินหน้าด้วยเทคโนโลยี ปัจจุบันมีการใช้สื่อดิจิทัลกันแล้วทุกเพศทุกวัย แต่การที่จะทำให้คนไทยรู้เท่าทันเทคโนโลยีนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ภาครัฐเองก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญจึงต้องสนับสนุนให้เรียนรู้และนำไปใช้ในการทำงาน

หลักสูตรการสอนเรื่องดิจิทัลตามปกติทุกโรงเรียนมีการสอนอยู่แล้วแต่ไปคนละแนวทาง สิ่งที่ไอดีซีแอลเข้ามาเติมเต็มคือ บอกให้รู้ว่าสิ่งที่โรงเรียนสอนถูกมาตรฐานหรือไม่ และจะเดินหน้าการสอนอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนและทั้งระบบการเรียนการสอนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มาตรฐานเดียวกัน

จากการเก็บข้อมูลพบว่าหลังทดสอบความสามารถของบุคลากรที่ผ่านการวัดระดับพนักงานจะทำงานได้เร็วขึ้น 36 นาที/วัน/คน ช่วยลดการเรียกความช่วยเหลือจากฝ่ายไอทีส่วนกลางลงจาก 40% ต่อสัปดาห์ เหลือเพียง 10% ต่อสัปดาห์ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นกว่าเดิม

ยิ่งประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ยุคเอจจิ้งโซไซตี้ การเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีเข้าไปจะช่วยเพิ่มโอกาสในการหารายได้เสริม ช่วยลดภาระในการหนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้สูงวัยที่ภาครัฐต้องแบกรับในแต่ละปีได้อย่างมหาศาล ซึ่งความสามารถในการใช้สื่อดิจิทัล อุปกรณ์สื่อสาร และเชื่อมโยงของคนไทย

หากคนไทยมีทักษะด้านภาษา การใช้ไอทีและสื่อดิจิทัลจะทำให้ความสามารถด้านการใช้งานเทคโนโลยีของคนไทยเพิ่มเร็วขึ้นจากแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของภาครัฐอาจจะเหลือเพียง 5 ปี เพราะความสามารถด้านไอทีของคนที่เข้าใจนั้น จะเพิ่มโอกาสในการทำงานใหม่ๆ ได้ในระยะยาว

หากองค์กรมีความตื่นตัวในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของพนักงาน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น เช่น การใช้เครื่องมือไมโครซอฟต์ออฟฟิศอย่างพาวเวอร์พอยต์ แต่เดิมอาจทำได้แค่กรอกข้อมูลตัวเลขเพียงอย่างเดียว อาจจะเพิ่มทักษะการคำนวณผล ช่วยให้ทำงานได้แม่นยำและเร็วมากขึ้น ซึ่งภาครัฐในต่างประเทศมีการออกค่าใช้จ่ายในการสอบวัดระดับให้ 80-90% เลยทีเดียว

จุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสำนักผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Literacy ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ทักษะด้านดิจิทัลที่ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐควรมี ซึ่งทางสถาบันมองว่าก่อนที่จะสมัครงาน พนักงานควรมีความรู้พื้นฐานด้านไอทีมาก่อน การกรอกข้อมูลในกระดาษไม่สามารถวัดทักษะความสามารถได้จริง เพราะถ้าพนักงานไม่มีความรู้พื้นฐานด้านนี้เลย การทำงานจะลำบาก และบริษัทจะเสียต้นทุนในการพัฒนาพนักงานไปอย่างเปล่าประโยชน์เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนที่จะทำงานได้จริง

ดังนั้น ทางสถาบันจึงเปิดรับกลุ่มนำร่องมาทดลองก่อนว่าขาดเหลือทักษะด้านใด เพื่อนำไปปรับปรุงและวางแผนพัฒนาบุคลากรในทุกพื้นฐานอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นช่างผมที่ร่วมมือกับทางสมาคมช่างผม ในการวางแผนทำสมาร์ทแฮร์ด้วยการใช้ความรู้ด้านไอทีไปช่วยในการจองคิวออนไลน์ บริหารจัดการและอัพเดทข้อมูลร้าน รวมทั้งจัดทำและพัฒนาฐานข้อมูลกลางร่วมกันในการทำผม ถือว่าเป็นการเดินหน้าใช้ไอทีให้เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังขาดฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งบิ๊กดาต้าถือว่าเป็นคลังข้อมูลที่สำคัญอย่างมากและไทยยังมีคนวิเคราะห์ข้อมูลน้อยมากทั้งที่มีความจำเป็นมากเช่นกัน หากมีการผลักดัน วัดผล และส่งเสริมด้านการศึกษาไอทีอย่างแท้จริง อาจจะมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในท้องตลาดที่มาช่วยเดินหน้าประเทศได้ไวขึ้นก็เป็นได้ n

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน