
ใช้เงินให้เป็นทุกช่วงวัย ไม่มีคำว่าจน
เรื่อง โยโมทาโร่ ภาพ เอเอฟพี, อีพีเอบางครั้งบางคราวที่เรามองเงินเข้าและออกในสมุดบัญชี ก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเงินจำนวนมากที่เข้ามาและอยู่ได้ไม่ถึง 2 วัน ก็มีรายการกดออกไปใช้นั้น เราเอาไปใช้จ่ายอะไรบ้าง และสิ่งเหล่านั้นจำเป็นกับชีวิตของเราแค่ไหน
เรื่อง โยโมทาโร่ ภาพ เอเอฟพี, อีพีเอ
บางครั้งบางคราวที่เรามองเงินเข้าและออกในสมุดบัญชี ก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเงินจำนวนมากที่เข้ามาและอยู่ได้ไม่ถึง 2 วัน ก็มีรายการกดออกไปใช้นั้น เราเอาไปใช้จ่ายอะไรบ้าง และสิ่งเหล่านั้นจำเป็นกับชีวิตของเราแค่ไหน
ย้อนกลับไปดูในสมุดบัญชีเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว เราก็พบว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา รูปแบบการใช้เงินของเราเปลี่ยนแปลงแทบจะทุก 7-10 ปี ซึ่งนั่นก็คือรูปแบบการใช้เงินที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย แต่ถามว่าแล้วสมัย วัยรุ่นเริ่มทำงานใหม่ๆ เราใช้เงินผิดไหม บอกได้เลยว่า ไม่ผิด แต่หากมีจุดที่เราต้องแก้ไจกันสักนิดเราอาจจะมีเงินเหลือเก็บไว้ลงทุนในวัยใกล้เกษียณที่ดีกว่านี้ ลองมาดูรูปแบบการใช้เงินและการลงทุนที่ควรทำแต่ละช่วงวัยกัน
23-30 ปี ใช้เงินสนองความฝัน
ในช่วงนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นวัยที่อยากใช้เงินมากกว่าที่จะเก็บเงิน ยิ่งเด็กรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยมากขึ้น แต่วัยนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเรียนรู้เรื่องการบริหารเงิน จากเงินที่ได้จากพ่อแม่แต่ละเดือนมาเป็นเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง จากวัยที่ต้องขอพ่อแม่ซื้อของมาเป็นวัยที่ต้องตัดสินใจซื้อของจากกำลังในการหารายได้ด้วยตัวเอง
สิ่งที่วัยนี้จะต้องเรียนรู้ก็คือเรียนรู้รูปแบบการหารายได้เสริมจากช่องทางต่างๆ เรียนรู้เรื่องการลงทุน และ เรียนรู้ว่าเราควรจะเสียเงินไปกับอะไรเพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับมา แต่ส่วนมากแล้วในวัยนี้มักจะไม่ค่อยคิดเรื่องการเก็บเงินมากนัก จะหนักไปที่การใช้เงินเสียมากกว่า ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่วัยนี้สามารถเริ่มการลงทุนได้ก็คือ เรื่องของการซื้อหน่วยลงทุนอย่าง RMF กับ LTF ที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงแต่ขอให้มีความต่อเนื่องก็พอ
31-40 ปี วัยสร้างชีวิต
ช่วงวัยนี้จะเป็นวัยที่เริ่มมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เริ่มมีความถนัดในสายงานที่ทำอยู่ และมีความมั่นคงในหน้าที่การงานในระดับหนึ่ง หากช่วงที่ผ่านมามีเงินเก็บออมมาพอสมควรก็จะเริ่มมีแผนต่อยอดชีวิตได้อีกมาก เช่น หากมีเงินเก็บไว้ในกองทุน LTF ที่ให้ผลตอบแทบกลับมามากพอ ก็จะมีทุนต่อยอดชีวิตไปทำด้านอื่นๆ เช่น นำเงินไปลงทุนซื้อรถ หรือดาวน์บ้านสักหลัง
หากเริ่มเก็บตั้งแต่วัยรุ่นที่ละเล็กละน้อย การผ่อนบ้านผ่อนรถในช่วงวัย 30 ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่ยากเลย แต่ถามว่าการที่เราจะเริ่มผ่อนบ้านผ่อนรถสร้างหนี้ในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือไม่นั้น คำตอบก็คือเป็นเรื่องปกติที่คนทั่วไปทำกัน อย่างแรก หากคุณคิดจะซื้อบ้านในกรณีที่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง หรือมีบ้านพ่อแม่แต่ต้องรอแบ่งมรดก หาซื้อเป็นของตัวเองเตรียมไว้จะดีกว่า
ด้วยอายุช่วงนี้สามารถเลือกผ่อนบ้าน 30 ปี และ 25 ปีได้โดยที่ธนาคารไม่คิดมากหรือหาคนที่อายุน้อยกว่าเป็นผู้กู้ร่วม เป็นช่วงที่ชีวิตที่ต้องใช้จ่ายเงินมาก แต่ล้วนแล้วเพื่อความมั่นคงในบั้นปลายชีวิตนั่นเอง การลงทุนในช่วงวัยนี้จะเป็นไปในรูปแบบของการใช้หนี้ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และใช้จ่ายเงินเพื่อการสร้างครอบครัวของตัวเอง แต่หากไม่มีแนวโน้มจะแต่งงานหรือสร้างครอบครัววัยนี้จะได้เปรียบตรงนี้ สามารถออมเงินเก็บสำหรับการเกษียณได้เร็วขึ้น แต่บางท่านก็เริ่มนำเงินออกมาใช้เพื่อการท่องเที่ยว ก็ถือว่าชดเชยส่วนที่ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ
วัยสร้างเงินทอง 41-50 ปี
ช่วงวัยนี้อาจจะยังเก็บเงินไม่ได้มากนัก แต่ก็จะเริ่มมีรายได้เข้ามามากขึ้นตามประสบการณ์และช่องทางในการทำเงิน มีความรับผิดชอบและวินัยในการเก็บเงินมากขึ้น ประกอบกับรายจ่ายในครอบครัวที่เริ่มทยอยหมด ไปทีละอย่าง เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเล่าเรียน ลูก ที่เมื่อระดับชั้นสูงขึ้น ค่าเทอมก็จะถูกลงตามลำดับ การลงทุนในช่วงนี้ส่วนมากจะเริ่มกลับมาเก็บเงินออม กันได้มากขึ้น เพราะภาระรายจ่ายที่ลดลงไปตามลำดับ ตอนนี้หลายคนเริ่มมองหาช่องทางการทำธุรกิจของตัวเอง หรือเริ่มเล่นหุ้นอย่างจริงจัง รวมทั้งลงเงินใส่ในกองทุนต่างๆ มากขึ้น เพื่อให้เกิดผลกำไรมากพอที่จะสามารถเลี้ยงตัวได้เมื่อถึงวัยเกษียณ การลงทุนด้านอื่นที่ควรเพิ่มเติมก็คือเรื่องประกันสุขภาพและประกันชีวิตต่างๆ
วัยพร้อมรับความสบาย 51-60 ปี
เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงช่วงวัยนี้ต้องหยุดการสร้างหนี้อย่างถาวร ลดความเสี่ยงด้านการลงทุนที่มักจะมีคนมาหลอกว่าลงเงินน้อยแต่ได้กำไรมาก หลังจากนี้ทุกอย่างที่คิดว่าจะซื้อต้องเน้นไปที่เงินสดให้มากที่สุด เพราะคุณเหลือเวลาอีกไม่มากที่จะเก็บเงินในวัยเกษียณ เงินประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ ควรกลายเป็นเงินออมและเงินลงทุนให้มากที่สุดในช่วงนี้
หากคุณไม่มีเงินเหลือเก็บ แสดงว่าในช่วงที่ผ่านมาคุณยังไม่สามารถหารายได้เสริมที่มากพอ และยังมีหนี้สินเหลืออยู่เกินตัว แต่ไม่ต้องตกใจไป 60 เป็นเพียงตัวเลขที่สังคมตั้งขึ้นให้เหมาะสมกับแรงที่เหลือในการทำงาน ที่จริงแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรอยู่ในสภาวะนี้ และส่วนมากมักจะแก้ปัญหาด้วยการหารายได้เสริมทางอื่นๆ และใช้เงินที่ได้จากทางนั้นเป็นเงินเก็บเงินลงทุนนั่นเอง หรือบางคนยืดอายุเกษียณตัวเองเป็น 65 ก็มีถ้าสุขภาพยังแข็งแรงดีอยู่
ไม่ต้องเครียดว่า ถึงเวลาแล้วเงินเก็บไม่พอตัวเองจะอยู่ไม่ได้ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ชีวิตจะมีทางออกที่ดีในรูปแบบที่ไม่คาดคิดเสมอ ขอเพียงอย่าคาดหวังไว้สูงเกินไปเท่านั้นเอง n







