posttoday
ปัญหาของซูจี

ปัญหาของซูจี

12 กันยายน 2560

อรุณ จิรชวาลาอองซานซูจีได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1991 เธอได้กลายเป็นคนเมียนมาที่มีคนรู้จักและนับหน้าถือตามากที่สุด หลังจากเมียนมาเปิดประเทศเมื่อ 5 ปีก่อน และต่อมามีการเลือกตั้งทั่วไป พรรคเอ็นแอลดีของเธอก็ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว แม้ตามรัฐธรรมนูญเธอจะเป็นประธานาธิบดีไม่ได้ เพราะมีสามีเป็นคนต่างชาติ แต่เธอก็ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสของรัฐบาล ซึ่งเป็นตำแหน่งเปิดใหม่ให้เธอโดยเฉพาะ ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำตัวจริงของประเทศ

อรุณ จิรชวาลา

อองซานซูจีได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1991 เธอได้กลายเป็นคนเมียนมาที่มีคนรู้จักและนับหน้าถือตามากที่สุด หลังจากเมียนมาเปิดประเทศเมื่อ 5 ปีก่อน และต่อมามีการเลือกตั้งทั่วไป พรรคเอ็นแอลดีของเธอก็ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว แม้ตามรัฐธรรมนูญเธอจะเป็นประธานาธิบดีไม่ได้ เพราะมีสามีเป็นคนต่างชาติ แต่เธอก็ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสของรัฐบาล ซึ่งเป็นตำแหน่งเปิดใหม่ให้เธอโดยเฉพาะ ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำตัวจริงของประเทศ

ในช่วงแรกที่ซูจีก้าวขึ้นมามีอำนาจ ผมเป็นห่วงความสามารถของทีมงานด้านเศรษฐกิจของเธอ เกรงว่าไม่นานจะทำให้คนเมียนมาผิดหวัง แต่เอาเข้าจริงรัฐบาลของเธอก็บริหารประเทศไปได้ด้วยดี อาจจะด้วยเหตุผลสำคัญคือ แต่เดิมเมียนมาถูกประชาคมโลกคว่ำบาตรทั้งทางด้านการค้าและการลงทุน เมื่อการคว่ำบาตรถูกลดระดับและถูกยกเลิก เงินลงทุนจากต่างประเทศก็ไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เกิดการจ้างงาน เศรษฐกิจและการเงินหมุนเวียนคล่องตัวขึ้น

ที่สำคัญประการหนึ่งคือ เมียนมาเป็นประเทศใหญ่และตั้งอยู่ในชัยภูมิที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ เมื่อเปิดประเทศชาติใหญ่ๆ ในเอเชียต่างก็สนใจเข้ามาจับจองพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย ญี่ปุ่น หรือเกาหลี นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนต่างก็ให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยกับสิงคโปร์

การมีทรัพยากรประเภทน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ ทำให้มีบริษัทต่างชาติ ในอีกหลายประเทศสนใจเข้ามาลงทุนเช่นกัน

จุดแข็งอีกประการหนึ่งคือ เมียนมา มีภาระหนี้ต่างประเทศต่อจีดีพีต่ำ เพียงประมาณ 10-12% เท่านั้น ทำให้รัฐบาลมีความยืดหยุ่นทางการคลังสูง นอกจากนี้เศรษฐกิจที่หมุนเวียนดีขึ้น ทำให้รัฐมีรายได้จากภาษีอากรสำหรับจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นด้วย เป็นการช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตอีกทางหนึ่ง

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ในช่วง 5 ปีหลัง เศรษฐกิจของเมียนมาจึงเติบโตค่อนข้างเร็วเฉลี่ยในระดับประมาณ 7.5% ต่อปี ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าอยู่ดีกินดีมากขึ้น แม้จะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ก็ไม่ขาดแคลนเหมือนสมัยถูกนานาประเทศคว่ำบาตร ซูจีกับพรรครัฐบาลของเธอยังได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เห็นได้จากการชนะการเลือกตั้งซ่อมในช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ซูจีมีปัญหาที่แก้ไม่ตกอยู่ประการหนึ่ง นั่นก็คือปัญหาที่เกิดกับชาวโรฮีนจา ชนกลุ่มน้อยในรัฐยะไข่ทางตะวันตกของประเทศ ชาวโรฮีนจามีอยู่ด้วยกันทั้งหมดประมาณ 1 ล้านคน จากจำนวนประชากรของเมียนมาประมาณ 55 ล้านคน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามต่างจากคนเมียนมาทั่วไปที่นับถือศาสนาพุทธ

ชาวโรฮีนจาได้ชื่อว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกบีบคั้นและไม่มีประเทศไหนต้องการมากที่สุดในโลกกลุ่มหนึ่ง แม้จะเกิดในเมียนมา แต่ก็ไม่อยู่ในฐานะพลเมือง และไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และต้องเซ็นชื่อให้คำมั่นสัญญากับทางการว่าจะมีลูกไม่เกิน 2 คน จะเดินทางไปไหนก็ต้องขออนุญาตก่อน

กล่าวกันว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของชาวโรฮีนจาพยายามเดินทางไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในประเทศอื่น ส่วนใหญ่ข้ามชายแดนเข้าไปในบังกลาเทศทางบก ที่เหลือลงเรือเพื่อไปหางานทำในมาเลเซียบ้าง อินโดนีเซียบ้าง บางรายดั้นด้นไปจนถึงออสเตรเลีย ซึ่งการทำเช่นนี้ก็พลอยสร้างปัญหาให้กับไทยด้วย เพราะเราเป็นทางผ่านดังที่เป็นข่าวอยู่เป็นประจำ

ปัญหาที่เกี่ยวกับชาวโรฮีนจาเป็นที่ทราบกันมาหลายปีแล้ว แต่สถานการณ์ได้บานปลายจนกลายเป็นวิกฤตขนาดใหญ่ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง เมื่อมีปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ของกองทัพเมียนมา มีการปะทะกันในรัฐยะไข่หลายสิบครั้ง กล่าวกันว่ามีการเผาหมู่บ้าน มีการกราดยิงแบบไม่เลือกหน้า และมีการวางกับระเบิดตามแนวชายแดนติดกับบังกลาเทศ ทำให้มีชาวโรฮีนจาเหยียบกับระเบิดบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

ข่าวที่เป็นทางการขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน บางกระแสเปรียบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าไม่ต่างจากปฏิบัติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เท่าไรนัก

ความสนใจของสื่อต่างประเทศพุ่งตรงไปที่ซูจี คำถามที่คาใจทุกคนคือ เธอมีส่วนร่วมในความรุนแรงนี้แค่ไหน ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าเธอตัวเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เพียงแต่เธอสั่งกองทัพไม่ได้ ทำให้ควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่ ทั้งๆ ที่โดยตำแหน่ง เธอหนีไม่พ้นที่จะต้องรับผิดชอบ

ปฏิกิริยาของซูจีที่ปรากฏต่อสายตาของโลกภายนอกค่อนข้างเฉยเมย ไม่ยอมรับว่ามีปัญหา คำพูดที่หลุดจากปากของเธอคือ ส่วนใหญ่เป็นเพียงข่าวลือและเกินเลยข้อเท็จจริงไปมาก เธอไม่ยอมพูดถึงชาวโรฮีนจาแบบตรงๆ หรือนัยหนึ่งไม่ยอมรับว่ามีชนกลุ่มน้อยกลุ่มนี้ในเมียนมา

โดยส่วนตัวผมรู้สึกเห็นใจซูจี เธออยู่ในฐานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในฐานะตัวแทนและผู้นำของประเทศ เธอมีหน้าที่ต้องปกป้องกฎหมายและการ กระทำของหน่วยงานภาครัฐของ เมียนมา ไม่ว่าส่วนตัวจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ในเมื่อกฎหมายเมียนมาไม่ยอมรับว่ามีชนกลุ่มน้อยชื่อโรฮีนจา เธอก็ต้องไม่ยอมรับด้วย

มีเสียงเรียกร้องดังกระหึ่มจากทั่วทุกมุมโลก ให้เธอใช้ตำแหน่ง หน้าที่ และอำนาจเท่าที่มี ช่วยยุติความรุนแรง ช่วยยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน และช่วยขจัดปัดเป่าปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวโรฮีนจา เธอได้รับโทรศัพท์สายตรงจากผู้นำประเทศมุสลิมบางประเทศ เช่น ตุรกี นอกจากนั้นก็เป็นการเรียกร้องผ่านสื่อ เช่น จากเลขาธิการสหประชาชาติ จากผู้นำอีกหลายประเทศ และจากอดีตผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอีกหลายคน รวมทั้งมาลาลา เจ้าของรางวัล โนเบลสาขาสันติภาพที่อายุน้อยที่สุด

อดีตผู้เคยช่วยเขียนอัตชีวประวัติของเธอ ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อให้เธอลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบ เพื่อยืนยันว่าเธอไม่เห็นด้วยและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรง และเพื่อเป็นการประท้วงกองทัพที่ไม่ยอมรับฟังคำสั่งจากเธอ

แรงกดดันที่สูงมากอีกทางหนึ่ง มาจากคนหลายแสนคนที่ร่วมลงชื่อผ่านสื่อออนไลน์ เรียกร้องให้คณะกรรมการโนเบลลงมติถอดถอนเธอ และยึดรางวัลคืนจากเธอ ด้วยเหตุผลว่าผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพควรอุทิศชีวิตให้กับการรักษาสันติภาพ ซึ่งพฤติกรรมของเธอต้องถือว่าไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

มีข้อสังเกตประการหนึ่งว่า สำหรับประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเมียนมา ผลประโยชน์ที่ค้ำคอทำให้ผู้นำประเทศเหล่านั้นหลีกเลี่ยงไม่ตำหนิซูจีกับรัฐบาลเมียนมา ข้ออ้างง่ายๆ คือ เป็นเรื่องภายในของเมียนมาที่ต่างชาติไม่ควรแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยว บางประเทศ เช่น อินเดีย แสดงความเห็นอกเห็นใจเมียนมาด้วยซ้ำไป เพราะอินเดียเองก็มีนโยบายผลักดันชาวโรฮีนจา ที่มีอยู่ในประเทศประมาณ 4 หมื่นคน ให้เดินทางออกนอกประเทศ

สำหรับประเทศไทยที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไปคือ จะมีคลื่นเรือมนุษย์ล่องลอยจากยะไข่มาอับปางในเขตน่านน้ำไทย หรือพยายามมาขึ้นบกในเขตไทยมากขึ้นหรือไม่ และเราจะรับมือกับปัญหานี้อย่างไร n

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน