
อินโดเร่งปั๊มยอดน้ำมันปาล์ม
อินโดนีเซียลุยผลิตปาล์มน้ำมันกว่า 42 ล้านตัน ในปี 2563 หวังรักษาแชมป์ส่งออกอันดับ 1 ของโลก
อินโดนีเซียลุยผลิตปาล์มน้ำมันกว่า 42 ล้านตัน ในปี 2563 หวังรักษาแชมป์ส่งออกอันดับ 1 ของโลก
สำนักข่าวท้องถิ่นจาการ์ตาโพสต์ ระบุว่า ประเทศอินโดนีเซียวางแผนเพิ่มการผลิตปาล์มน้ำมันในปี 2563 เป็น 42 ล้านตัน เทียบจากปี 2559 ผลิตที่ 35 ล้านตัน เพื่อรักษาการเป็นผู้ส่งออกปาล์มน้ำมันอันดับ 1 ของโลกอย่างต่อเนื่อง
นายโจโก สุปรีโยโน ประธานสมาคมผู้ผลิตน้ำมันปาล์มอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า อินโดนีเซียมีที่ว่างจำนวนมากในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะสวนปาล์ม ซึ่งในฐานะผู้นำในตลาดส่งออก อินโดนีเซียจะเพิ่มผลผลิตจากสวนเดิมที่มีอยู่ เนื่องจากการเพิ่มผลผลิตไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่ปลูกอย่างเดียวเท่านั้น
ขณะที่สมาคมเตรียมหารือกับองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อวางแผนโครงการใหม่ สำหรับการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมัน ถั่วเหลือง และเนื้อวัว โดยการผลิตปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซีย 40% มาจากเกษตรกรรายย่อย ขณะที่ 1 ใน 3 ของผลผลิตรวมทั้งหมดมาจากกลุ่มบริษัท ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงเป็นเกษตรกรรายย่อย การเพิ่มผลผลิตในกลุ่มเกษตรกรทำให้อินโดนีเซียยังคงเป็นผู้นำในตลาดส่งออกปาล์มน้ำมัน
ทั้งนี้ ปัจจุบันการผลิตปาล์มน้ำมันของอินโดนีเซีย คิดเป็น 55% ของการผลิตปาล์มน้ำมันทั่วโลก ซึ่งนักสิ่งแวดล้อมวิจารณ์ว่าการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มของอินโดนีเซียช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม และทำลายพื้นที่ป่าพรุ โดยส่งผลให้ที่ผ่านมารัฐบาลได้ระงับใบอนุญาตการปลูกในบางพื้นที่
"เราเลื่อนบางโครงการเพื่อรักษาพื้นที่ป่าพรุ แต่ในส่วนอุตสาหกรรมคงต้องเติบโตต่อไป" นายโจโก กล่าว
อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียมองหาโอกาสส่งออกปาล์มน้ำมันไปยังญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นผ่านข้อตกลงทางการค้า โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ผลิตชีวมวล เนื่องจากความต้องการพลังงานทดแทนในตลาดญี่ปุ่นเพิ่มสูง โดยปัจจุบันพลังงานหมุนเวียนคิดเป็น 14.6% ของพลังงานผสมผสานของญี่ปุ่น ซึ่ง 2% มาจากพลังงานชีวภาพ ทั้งนี้ญี่ปุ่นมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเป็น 25% ภายในปี 2573 มาจากพลังงานชีวมวล 4%
นายบายู กฤษณมูรติ ประธานสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร กล่าวว่า ความต้องการกะลาปาล์มของบริษัทญี่ปุ่นเฉลี่ยเติบโตขึ้นมากกว่า 40% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา







