
Asset Allocation September
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ บลจ.วรรณเดือน ก.ย.บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ เพิ่มน้ำหนัก (Overweight) ในการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวและมีกระแสเงินลงทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยแนะนำลงทุนเลือกกองทุนในกลุ่มหุ้นขนาดกลางถึงเล็กเนื่องจากมองว่าปัจจุบัน SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่เหนือระดับ 1,600 จุด ทำให้หุ้นขนาดใหญ่เริ่มมี Valuation ที่ตึงตัวมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้มีการ Rotation จากหุ้นขนาดใหญ่ไปยังหุ้นขนาดกลางถึงเล็กที่ยังมี Upside สำหรับนักลงทุนที่นิยมการลงทุนในลักษณะการได้รับเงินปันผล ในช่วงที่ราคากองทุนอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลงถือเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยซื้อสะสม แนะนำกระจายลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีอัตราการจ่ายปันผลโดยเฉลี่ยที่ 5-6%
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ บลจ.วรรณ
เดือน ก.ย.บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ เพิ่มน้ำหนัก (Overweight) ในการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวและมีกระแสเงินลงทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยแนะนำลงทุนเลือกกองทุนในกลุ่มหุ้นขนาดกลางถึงเล็กเนื่องจากมองว่าปัจจุบัน SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่เหนือระดับ 1,600 จุด ทำให้หุ้นขนาดใหญ่เริ่มมี Valuation ที่ตึงตัวมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้มีการ Rotation จากหุ้นขนาดใหญ่ไปยังหุ้นขนาดกลางถึงเล็กที่ยังมี Upside สำหรับนักลงทุนที่นิยมการลงทุนในลักษณะการได้รับเงินปันผล ในช่วงที่ราคากองทุนอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลงถือเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยซื้อสะสม แนะนำกระจายลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีอัตราการจ่ายปันผลโดยเฉลี่ยที่ 5-6%
ตลาดต่างประเทศ ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกถูกกดดันจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีหลังจากที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธตกใกล้พื้นที่แผ่นดินญี่ปุ่น และปัจจัยเฉพาะตัว ตลาดหุ้นสหรัฐทรงตัว แม้ว่าจะถูกกดดันจากปัจจัยทางการเมืองในประเทศ ตลาดหุ้นยุโรป ปรับตัวลดลง จากความกังวลว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับลดการเข้าซื้อสินทรัพย์ (คิวอี) ในระยะเวลาอันใกล้นี้
สำหรับเดือนนี้ ตลาดติดตามและมีผลต่อมุมมองการลงทุนค่อนข้างมาก ทั้งสินทรัพย์เสี่ยง อย่างเช่น ตลาดหุ้นทั่วโลก ตลาดพันธบัตร รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยน อาทิ การประชุมนโยบายการเงินของการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นักวิเคราะห์หลายสำนักมีความเห็นว่า เฟดน่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า หากเป็นเช่นนั้นจริงก็นับว่าเป็นก้าวสำคัญของเฟดในการปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติ (Policy Normalization) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นและผลักดันเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ประเทศสหรัฐยังต้องเผชิญกับสถานการณ์เพดานหนี้สาธารณะ (Debt Ceiling) ซึ่งจะมีการพิจารณาผ่านร่างกฎหมายงบประมาณประจำปี 2561 (ต.ค. 2560-ก.ย. 2561) โดยฟากรัฐบาลสหรัฐจะออกกฎหมาย "ขยายเพดาน" ก่อหนี้ให้ทันก่อนปีงบประมาณปัจจุบันสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ก.ย. ขณะที่ยุโรปจะมีการประชุมนโยบายการเงินอีซีบี การเลือกตั้งใหญ่ของประเทศเยอรมนี หนึ่งในประเทศสมาชิกของยูโรโซน ทั้งสองปัจจัยจะส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินยูโร และราคาทองคำ
ตลาดหุ้นไทย คาดว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวในลักษณะ Sideway Up โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการไหลเข้าของกระแสเงินทุน โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศพัฒนา นอกจากนี้ยังมี Sentiment เชิงบวกจากการปรับประมาณการจีดีพี ปี 2560 ขึ้น และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความกังวลทางการเมืองในประเทศเริ่มคลี่คลายลง อย่างไรก็ตามประเด็นการเมืองในประเทศยังคงเป็นประเทศที่ต้องติดตามในระยะถัดไป ทั้งนี้ มองว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจาก Valuation มีความน่าสนใจ และหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างที่ได้รับอานิสงส์จากความคืบหน้าของโครงการลงทุนภาครัฐ
ตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนมีแนวโน้มจะปรับตัวลดลง เนื่องจากในเดือนนี้จะมีการประมูลพันธบัตรรัฐบาลไทยเพียง 2 ครั้ง ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน รวมทั้งเศรษฐกิจของสหรัฐที่เริ่มแผ่วตัวลง
อสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลในเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่มีแนวโน้มจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้จนถึงปลายปี โดยทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของไทยอยู่ที่ระดับประมาณ 2.3%
ในขณะที่กองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองรีทมีอัตราผลตอบแทนของเงินปันผลอยู่ที่ระดับ 6.1% หลังจากที่ดัชนีของกลุ่มนี้ปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์มีความน่าสนใจในการลงทุน อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงต้องจับตามองถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะส่งผลต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งต่อไป ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นอีกครั้งในปี 2561 และการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของธนาคารกลางยุโรป
ขณะที่สินทรัพย์ทางเลือก ทองคำ ระยะสั้น มีทิศทางปรับตัวขึ้น โดยความเสี่ยงทางการเมืองในสหรัฐ และความเสี่ยงระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ สนับสนุนให้นักลงทุนเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ดังนั้น ระยะสั้นอาจจะจัดสรรเงินบางส่วนในพอร์ต เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและการลงทุนไม่ให้เสียโอกาสในการลงทุน
คำแนะนำด้านการจัดสรรพอร์ตการลงทุนของเดือนนี้ สำหรับความเสี่ยงระดับปานกลาง แนะนำให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 25% หุ้นต่างประเทศ 30% โดยเน้นลงทุนในตลาดหุ้นอีเอ็ม ตราสารหนี้ระยะสั้น 35% ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 5% และเพิ่มน้ำหนักลงทุนทองคำ 5%







