
เอกชนแย่งขายไฟกฟผ.
กระหน่ำเสนอ4พันเมกะวัตต์แต่รับได้จริงแค่ครึ่งเดียว
โพสต์ทูเดย์
— กฟผ.ยันรับซื้อไฟฟ้าเอสพีพีแค่ 2,000 เมกะวัตต์ หลังเอกชนแห่ยื่นกว่า 4,000 เมกะวัตต์ ฟุ้งช่วยกระตุ้นลงทุนพลังงาน 2,000 ล้านบาทนายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (เอสพีพี) ว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจยื่นเสนอขายไฟฟ้ากว่า 4,000 เมกะวัตต์ สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้แค่ 2,000 เมกะวัตต์ เป็นการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบพลังงานความร้อนร่วม (โคเจนเนอเรชัน) คาดว่าจะส่งเสริมการลงทุนพลังงานได้ 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 25532573 หรือ พีดีพี 2010 กำหนดเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าจากเอสพีพีจะต้องเป็นเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์ทั้งถ่านหินและก๊าซธรรมชาติรองรับ สำหรับจัดหาไฟฟ้าปี 25582564
นายสุทัศน์ กล่าวว่า ความสนใจของเอกชนที่เข้ามาเสนอขายไฟฟ้ามากถึง 4,000 เมกะวัตต์ มีทั้งที่เป็นส่วนที่ใช้ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง
อย่างไรก็ดี การพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจะพิจารณาจากความเหมาะสม สอดคล้องกับข้อกำหนดตามระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะความสามารถในการรองรับของระบบสายส่ง ตลอดจนปริมาณก๊าซธรรมชาติที่จะส่ง ควรจะอยู่ในพื้นที่ที่มีการนำไอน้ำ (สตรีม) มาใช้ได้ ซึ่งจะอยู่ในเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2,000 เมกะวัตต์
กฟผ.ได้เปิดให้เอสพีพียื่นเสนอขายไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.11 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนี้คณะกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเอสพีพี จะใช้เวลาพิจารณารายละเอียดข้อเสนอขายไฟฟ้าให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ต้องเป็นการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโคเจนเนอเรชัน
หลังจากนั้นจะดำเนินการนำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) พิจารณาในรายละเอียดภายใน 90 วัน เพื่ออนุมัติ ก่อนที่จะแจ้งให้เอสพีพีรับทราบภายใน 30 วัน
ปัจจุบันแผนกำลังผลิตไฟฟ้าจากเอสพีพีประเภทโคเจนเนอเรชัน ได้เสนอขายเข้าระบบครอบคลุมจนถึงสิ้นปี 2557 จำนวน 1,644 เมกะวัตต์ โดยจะเข้าระบบในช่วงปี 25582564 อีก 2,000 เมกะวัตต์ ตามพีดีพี 2010 จะขยายเพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าระหว่างปี 25652573 อีก 3,240 เมกะวัตต์ หรือเฉลี่ยปีละ 360 เมกะวัตต์ รวมแล้วจะมีเอสพีพีขายไฟฟ้าเข้าระบบรวมปริมาณ 8,800 เมกะวัตต์







