posttoday
‘ASP’ต้องเป็นผู้นำ การแข่งขัน

‘ASP’ต้องเป็นผู้นำ การแข่งขัน

06 กันยายน 2560

เรื่อง บงกชรัตน์ สร้อยทอง10 ปีที่เห็นหัวเรือใหญ่"ก้องเกียรติ โอภาสวงการ" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) บอกกล่าวพร้อมจัดโครงสร้างองค์กรเพื่อตั้งรับการแข่งขันโลกเสรีในอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ที่รายได้หลักอย่างค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (ค่าคอมมิชชั่น) จะค่อยๆ ปรับลดลงทุกปี จากที่ก่อนหน้าเรียกได้ว่ามากกว่า 80% ของรายได้โบรกเกอร์เป็นส่วนใหญ่

เรื่อง บงกชรัตน์ สร้อยทอง

10 ปีที่เห็นหัวเรือใหญ่"ก้องเกียรติ โอภาสวงการ" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) บอกกล่าวพร้อมจัดโครงสร้างองค์กรเพื่อตั้งรับการแข่งขันโลกเสรีในอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ที่รายได้หลักอย่างค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (ค่าคอมมิชชั่น) จะค่อยๆ ปรับลดลงทุกปี จากที่ก่อนหน้าเรียกได้ว่ามากกว่า 80% ของรายได้โบรกเกอร์เป็นส่วนใหญ่

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ค่อยๆ เริ่มรุกธุรกิจวาณิชธนกิจที่หลากหลาย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินและตลาดทุนใหม่ และมีบริการที่ครอบคลุมอยู่เสมอ ถึงปัจจุบันเรียกว่าได้ ASP เป็นบริษัทที่มีการบริหารความเสี่ยงและกระจายที่มาของแหล่ง รายได้ได้เป็นอย่างดี เหมือนมีเก้าอี้ 4 ขา คานกันอยู่

หากดูสิ้นไตรมาส 2 รายได้ค้าหลักทรัพย์ลดลงไปอยู่ที่ 41% หรือครึ่งปีแรก 2560 อยู่ที่ 46% เทียบกับครึ่งแรกของปีก่อน แตกต่างจากหลายโบรกเกอร์ที่ ค่านายหน้าหลักทรัพย์ยังคงเป็นรายได้ส่วนใหญ่ ขณะที่ค่าคอมมิชชั่นของ ASP จะสูงกว่าอุตสาหกรรมเสมอเฉลี่ย 0.6% โดยไตรมาส 2 ทำได้สูง 0.1756% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่เฉลี่ยอยู่ที่ 0.1117% ถือว่าอุตสาหกรรมปรับลงมาเร็ว ลูกค้าหลักยังเป็นนักลงทุนรายบุคคล มีทั้งรายใหญ่และรายใหม่มีลูกค้าสถาบันต่างประเทศน้อย เพราะค่าบริการหรือค่านายหน้าจะถูกลง และมีค่าบริหารจัดการที่เสี่ยงสูงกว่า

"ไตรมาส 2 มีรายได้จากส่วนเดียว คือนายหน้าค้าหลักทรัพย์ที่ปรับลง นอกนั้นขึ้นหมด ถือว่าเป็นไปตามภาวะการแข่งขันรุนแรงในอุตสาหกรรมบริษัทจะไม่ลดราคาค่าคอมมิชชั่นเพื่อหวังเอาส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ให้สูง แต่อัตรากำไรสุทธิต้องลดลง ASP ขอส่วนแบ่งไม่ต้องสูงมาก แต่มีมาร์จิ้นที่ดี ดีกว่า และเชื่อว่าเทรนด์ค่าคอมมิชชั่นจะลดลงต่อไปเรื่อยๆ เหมือนต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเตือนพนักงานมาตลอดว่าอย่าขายหุ้นอย่างเดียว และต้องรีบให้ความรู้ลูกค้าและนักลงทุน"

ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินมีความหลากหลาย ปัจจุบันมีดีลที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน 62 ดีล ยังเป็นนายหน้าเสนอขายหุ้นกู้ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์กว่า 100 แห่งที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินงานออกหุ้นกู้ให้

ขณะที่ภาคของการลงทุนของ บริษัทก็มีทั้งแบบระยะสั้นและยาวผสมกันไป โดยการลงทุนยาวเป็นส่วนน้อยและอย่างน้อยต้องใช้เวลาถือได้ 5-7 ปี ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนดีลนอกตลาดหลักทรัพย์ อย่างสตาร์ทอัพ กองทุนส่วนบุคคล (ไพรเวทอิควิตี้) เวนเจอร์แคปปิตอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งอะไรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง หรือนวัตกรรมที่ทันสมัย ส่วนการลงทุนระยะสั้นก็ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่เหมาะสมและสามารถให้เกิดความสภาพคล่อง คือหากต้องการใช้เงินก็สามารถขายเงินลงทุนได้ทันที

สำหรับธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ในการมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส ถือว่าหลายครั้งก็ออกหรือนำเอาผลิตภัณฑ์ใหม่มาเสนอให้แก่ลูกค้าเป็นรายแรกๆ อย่างล่าสุด ตั้งกองทุน ASP-ROBOT เป็นกองทุนแรกในอุตสาหกรรมกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในธีมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ หรือการออกกองทุนที่กระจายไปฝากเงินตามแบงก์ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งจะมาทดแทนกองทุนประเภทมันนี่ มาร์เก็ต ฟันด์ โดยเชื่อว่ากองทุนนี้จะเป็นที่นิยมมากถ้ารัฐบาลเริ่มนโยบายการประกันเงินฝาก 1 ล้านบาท และปัจจุบันสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นในครึ่งปีแรกประมาณ 10% หรือประมาณ 7,000 ล้านบาท หรือประมาณ 5.3 หมื่นล้านบาท เทียบกับปีที่แล้ว 4.9 หมื่นล้านบาท

นโยบายการทำธุรกิจ ASP จะต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ทำให้เป็น ASP ทุกวันนี้เพราะมีวัฒนธรรมองค์กรที่ชัดเจนในเรื่อง "การสร้างคน" และเป็น "องค์กรแห่งการเรียนรู้" พร้อมกล้ารับ "การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา" ฝึกปรือให้พนักงานมีความรู้และการเปลี่ยนแปลงได้เท่าทันกับสภาพปัจจุบันการเปลี่ยนกระแสโลก สิ่งนี้ใช้เวลาสร้างนาน เพราะ ASP เป็น บล.ที่เกิดจากการควบรวมกิจการของสององค์กรมาเมื่อ 13 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันทุกคนเห็นและเข้าใจเป้าหมายการทำงานอย่างเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม หากมองจุดแข็งของบริษัท คือ "มีผลิตภัณฑ์การเงินครบวงจร" ซึ่งทำมาตลอด 10 ปีที่แล้ว จนปัจจุบันกิ่งก้านเติบโตเต็มที่และเชื่อว่ามีหลายสินค้าที่คู่แข่งหลายแห่งยังตามไม่ทัน เพราะต้องมีบุคลากรด้วยความรู้และความเข้าใจ ซึ่งมาจากการที่เราฝึกและอบรมพนักงาน รวมทั้ง "ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจและมีความสามารถในการกระจายการลงทุน อีกทั้งยอมรับความเสี่ยงกระจายพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมในแบบของตัวเอง" ที่สำคัญคือ "บุคลากร" ตั้งแต่แรกถึงปัจจุบันบริษัททุ่มเทงบส่วนใหญ่ไปกับการเทรนด์ให้พนักงานอย่างสม่ำเสมอจนห้องอบรมบริษัทถูกจองเต็มตลอด ตั้งแต่วิธีการพูดคุยกับลูกค้า การแต่งตัว และยังรวมถึง "การมีระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลที่ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้าแต่ละคนที่มีการลงทุนแตกต่างกัน"

"ทั้งหมดต้องไปด้วยกัน พนักงาน องค์กร และลูกค้า ที่ต้องสื่อสารและสร้างความเข้าใจกัน อย่างทุกครั้งที่บริษัทจะมีการออกตราสารใหม่ๆ จะเชิญให้พนักงาน เซลส์ และลูกค้าที่สนใจมานั่งฟังพร้อมกัน เช่นเดียวกับฝ่ายวิจัยก็นำผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มาพูดคุยกัน หรือการสร้างความเข้าใจเรื่องการลงทุน การบริหารภาษี การโอนทรัพย์สินมรดกนอกเหนือการวางแผนทางการเงินให้แก่รุ่นลูกของลูกค้า หรือจะอบรมให้ทั้งครอบครัว เพราะเราเชื่อว่า การที่ลูกค้าต้องมีความเข้าใจเรื่องการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญก่อนที่เขาจะตัดสินใจลงทุน จนปัจจุบันจะเห็นความต่อเนื่องของลูกค้าเก่ามาใช้บริการของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ"

"ก้องเกียรติ" ย้ำว่า ASP จะทำธุรกิจในโซนบลูโอเชี่ยนตลอดเวลา จะไม่มีทางลงไปโซนเรดโอเชี่ยนที่มี สงครามการหั่นราคาค่าคอมมิชชั่นกัน แต่การทำบลูโอเชี่ยนได้ต้องมีการ สร้างความรู้ความเข้าใจการลงทุนกับลูกค้าเป็นอย่างดี ไม่รอให้คู่แข่งหรือสภาพแวดล้อมการแข่งขันมาเปลี่ยนวิธีการทำงานของ ASP แต่ ASP จะต้องเป็นคนนำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม

ปัจจุบัน ASP กำลังจะขยับก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอีกขั้น กำลังรวมพล เซเลบและคนในวงการบันเทิงถ่ายทีเซอร์เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ใหม่ เพื่อประกาศกร้าวว่าจากนี้ ASP อาจจะไปเน้นลูกค้ารายบุคคลที่ไม่ใช่เพียง รายย่อยธรรมดาเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน