
ยกระดับตลาดกลาง ผลไม้อาเซียน
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิชศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทยผมคิดว่าผลไม้ไทย "ดีที่สุดในอาเซียน" เมื่อเรามีของดีจำเป็นต้องสร้างมูลค่าการขายและช่องทางในการจำหน่ายผลไม้ให้มีมากขึ้น กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงผลักดันให้ตลาดกลางผักและผลไม้ของไทยยกระดับขึ้นไปเป็น "ตลาดกลางผักและผลไม้อาเซียน" เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิชศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย
ผมคิดว่าผลไม้ไทย "ดีที่สุดในอาเซียน" เมื่อเรามีของดีจำเป็นต้องสร้างมูลค่าการขายและช่องทางในการจำหน่ายผลไม้ให้มีมากขึ้น กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงผลักดันให้ตลาดกลางผักและผลไม้ของไทยยกระดับขึ้นไปเป็น "ตลาดกลางผักและผลไม้อาเซียน" เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันมีตลาดกลางผักและผลไม้ไทยที่อยู่ในการดูแลของหน่วยงานราชการ 44 แห่ง แต่ที่อยู่ในความดูแลของกรมการค้าภายใน 19 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 44 ของจำนวนตลาดผักและผลไม้ทั่วประเทศ ตลาดกลางเหล่านี้ได้กระจายอยู่ภาคเหนือ 5 แห่ง 4 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 แห่ง 4 จังหวัด ภาคกลางและภาคตะวันออก 7 แห่ง 6 จังหวัด และภาคใต้ 2 แห่ง 1 จังหวัด โดยปริมาณการขายผักและผลไม้ต่อเดือนอยู่ที่ 8.5 แสนตัน ตลาดไทมีการซื้อขายมากสุด ตามด้วยตลาดสี่มุมเมืองและตลาดศรีเมือง จ.ราชบุรี
ตลาดต่างๆ เหล่านี้กระจายอยู่ตามภูมิภาค ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับตลาดผลไม้ของประเทศเพื่อนบ้านได้เช่น ตลาดไทยเจริญ จ.พิษณุโลก เป็นศูนย์กลางภาคเหนือที่อยู่บนระเบียงเศรษฐกิจ EWEC (ดานัง-มะละแหมง) ห่างจากสี่แยกอินโดจีน 10 กม. ตลาดอุดรเมืองทอง จ.อุดรธานี สามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายกับตลาดในกรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เช่น ตลาดทงขันคำ (Thong Khan Kham) ตลาดดงแม่ไก่ (Dong Mak Kai) และตลาดครัวดิน (Khuadin) ตลาดธาตุหลวง (That Luang) รวมตลาดผักผลไม้ออร์แกนิก และตลาดศรีเมืองที่เป็นศูนย์กลางผักผลไม้ของภาคกลาง ตะวันตกและใต้ สามารถเชื่อมโยงกับตลาดในเมียนมา โดยเชื่อมกับตลาดที่ใหญ่สุดในย่างกุ้งคือตลาด Thiri Mingalar และน่าจะเป็นโอกาสที่ดีของตลาดศรีเมือง เพราะเมียนมากำลังผลักดันให้เกิดตลาดขายส่งผักและผลไม้ในเมืองใหญ่ๆ ในย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ เนย์ปิดอว์และมูเซ ชายแดนเมียนมากับจีน
ตลาดแห่งแรกที่จะเสร็จคือตลาดขายส่ง "Danyingone" เนื้อที่ 212 ไร่ ตั้งที่อำเภออินเซน (Insein District) ทางตอนเหนือของย่างกุ้ง สร้างโดยคณะกรรมการพัฒนาเมืองย่างกุ้งกับบริษัท เกษตรเมียนมา (MAEX) คำถามคือ "ความพร้อมตลาดไหนที่สามารถก้าวขึ้นเป็นระดับอาเซียนได้" เมื่อพิจารณาแล้ว ผมคิดว่า "ตลาดศรีเมือง จ.ราชบุรี" มีศักยภาพที่จะเป็นตลาด "ต้นแบบของการพัฒนาตลาดกลางผักและผลไม้ของไทย" รวมทั้งเป็น "ตลาดกลางผักและผลไม้ของอาเซียน" ซึ่งทีมงานของ อองซานซูจีเคยมาศึกษาดูงานของตลาดศรีเมือง เส้นทางในการขนส่งผักและผลไม้เข้าไปทางด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ระยะทาง 228 กม.) และทางด่านบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี (121 กม.) จุดเด่นของตลาดศรีเมืองคือ เป็นตลาดครบวงจร ที่มีผู้ค้า 3 ระดับ คือ เกษตรกรที่ตั้งแผงขายผักผลไม้ด้วยตนเอง พ่อค้าแม่ค้าทั่วไป และนายทุนหรือพ่อค้าส่งรายใหญ่ๆ และยังมีการตรวจสอบสารเคมีในสินค้าให้ได้มาตรฐาน GAP ทำให้พืชที่ผลิตได้ขายได้ราคาดีกว่าราคาปกติ มีสถานที่ตรวจสอบสารพิษและออกเอกสารรับรองการตรวจที่สามารถใช้ประกอบการส่งออกไปต่างประเทศได้
เพื่อยกระดับเป็นอาเซียนขณะนี้กำลังผลักดันให้มีการติด QR Code ในสินค้าผักและผลไม้ เพื่อสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเป็นผลผลิตของเกษตรกรท่านใด แต่ปัญหาคือมีค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันมีเพียง 20 รายที่มี QR Code (อัตราค่าใช้จ่าย 30 สตางค์/ถุง) นอกจากนี้ควรผลักดันด่านชายแดน "ช่องตะโกปิดทอง" อ.สวนผึ้งที่ติดกับชายแดนเมียนมา ระยะทางจากตัวเมืองถึงด่านเพียง 100 กม. แต่มีการทำการค้าเพียงวันเสาร์เท่านั้น และต้องขออนุญาตจากหน่วยทหารพรานที่ 1401 ก่อน โดยสินค้าฝั่งไทยมีอาหารแห้ง มาม่า เสื้อผ้า สบู่ ของใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนชาวบ้านเมียนมาจะนำพริก มะเขือ ผักกูด ข้าวไร่ และปลาแม่น้ำมาขาย หากสามารถพัฒนาด่านนี้จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งการค้าและท่องเที่ยวให้กับ จ.ราชบุรี ได้อีกมากมาย







