
'ทีจีโปร'เปิดแผนรุกโมเดิร์นเทรดปี'61
ทีจีโปรเปิดเกมรุกโมเดิร์นเทรดแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2561 ล่าสุดส่ง "ท่อเกลียวสเตนเลส" ดันรายได้ปี 2560 โต 15%
ทีจีโปรเปิดเกมรุกโมเดิร์นเทรดแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2561 ล่าสุดส่ง "ท่อเกลียวสเตนเลส" ดันรายได้ปี 2560 โต 15%
นายรชต ลีลาประชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ หรือ ทีจีโปร เปิดเผยว่า ปี 2561 บริษัทมีแผนการขยายช่องทางการจำหน่ายเข้าสู่โมเดิร์นเทรด พร้อมแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มประตูและราวจับสเตนเลสเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครายย่อย (เอนด์ยูสเซอร์) มากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันบริษัทขายผ่านช่องทางร้านค้าวัสดุก่อสร้างและกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นหลัก
ทั้งนี้ จากแผนขยายธุรกิจดังกล่าว คาดว่าในปี 2561 จะต้องใช้งบประมาณทางการตลาดเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 1 เท่าตัว จากปัจจุบันใช้งบการตลาดอยู่ที่ราว 1-2% ของรายได้รวมต่อปี เพื่อรองรับสร้างการรับรู้แบรนด์และการขยายช่องทางการจำหน่ายและแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าว
นอกจากนี้ ปี 2560 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 1,800 ล้านบาท ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ท่อเกลียวสเตนเลส เอ็กซ์ทูบา (Extuba) ซึ่งคาดว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าวจะมียอดขายอยู่ที่ 5-10% ของยอดขายรวมปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 10-20% ในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทมีแผนการขยายตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน (เออีซี) เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้ารายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% จากปัจจัยความต้องการยกระดับคุณภาพการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและยาที่มีความต้องการท่อ สเตนเลสคุณภาพสูงจึงมองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัท
พร้อมกันนี้บริษัทยังมีแผนลงทุนในระยะ 2 ปี (2559-2561) โดยใช้เงินลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท ในการนำเข้าและติดตั้งเครื่องจักรจำนวน 10 เครื่อง เพื่อขยายกำลังการผลิตขึ้นเป็น 4,000 ตัน/เดือน จากปัจจุบันอยู่ที่ 2,000 ตัน/เดือน เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
"บริษัทมองว่าในประเทศไทยมีโอกาสในการขยายตัวของธุรกิจท่อสเตนเลส อีกมาก จากปริมาณการใช้ของไทยอยู่ในระดับต่ำที่ 3 กก./คน/ปี เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างสิงคโปร์อยู่ที่ 18 กก./คน/ปี จึงยังมีโอกาสในการขยายตัวอีกมาก ซึ่งปีนี้คาดว่าตลาดรวมท่อสเตนเลสในประเทศไทยจะอยู่ที่ 3.6 หมื่นตัน/ปี และมีอัตราเติบโตขึ้นราว 2-3% ต่อเนื่องทุกปี" นายรชต กล่าว







