posttoday
อยากมีโรงแรมเก๋ๆ ต้องรู้กฎหมายอะไรบ้าง

อยากมีโรงแรมเก๋ๆ ต้องรู้กฎหมายอะไรบ้าง

05 กันยายน 2560

สุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ผู้บริหารสายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทยประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางฮอตฮิตที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาเยือนสักครั้ง ประกอบกับเทรนด์นักท่องเที่ยวที่หันมาสนใจเข้าพักในโรงแรมเล็กๆ ประเภทบูทีคโฮเต็ลหรือโฮสเทลกันมากขึ้น จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายท่านสนใจอยากเปลี่ยนบ้านหรือตึกเก่ามาเป็นโรงแรมเก๋ๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยวกันบ้าง แต่ปัญหาก็คือผู้ประกอบการไม่รู้หรือไม่เข้าใจกฎหมาย เมื่อก่อสร้างผิดแบบก็จะมีปัญหาตามมา ดังนั้นจึงควรศึกษากฎกระทรวงฉบับใหม่ปี 2559 เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องเสียตั้งแต่แรก ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กมากขึ้น

สุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ผู้บริหารสายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย

ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางฮอตฮิตที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาเยือนสักครั้ง ประกอบกับเทรนด์นักท่องเที่ยวที่หันมาสนใจเข้าพักในโรงแรมเล็กๆ ประเภทบูทีคโฮเต็ลหรือโฮสเทลกันมากขึ้น จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายท่านสนใจอยากเปลี่ยนบ้านหรือตึกเก่ามาเป็นโรงแรมเก๋ๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยวกันบ้าง แต่ปัญหาก็คือผู้ประกอบการไม่รู้หรือไม่เข้าใจกฎหมาย เมื่อก่อสร้างผิดแบบก็จะมีปัญหาตามมา ดังนั้นจึงควรศึกษากฎกระทรวงฉบับใหม่ปี 2559 เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องเสียตั้งแต่แรก ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กมากขึ้น

ผมมีเคล็ดลับดีๆ จากงานสัมมนากฎหมายและการจัดการสำหรับโรงแรมขนาดเล็ก โดย จิตติพันธ์ ศรีกสิกรณ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เฮอริเทจ สเตย์ ที่ได้มาอัพเดทสาระสำคัญของกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงให้ทราบกันครับ

1.เรื่องที่จอดรถยนต์ จากเดิมกฎหมายกำหนดให้โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 30 ห้องขึ้นไปต้องมีที่จอดรถ ซึ่งเป็นปัญหาของโรงแรมขนาดเล็ก เนื่องจากมีพื้นที่ประกอบการน้อยอยู่แล้ว ยังต้องจัดสรรมาทำที่จอดรถอีก ทำให้ผู้ประกอบการบางรายทำผิดด้วยการไม่ทำที่จอดรถ ดังนั้นกฎหมายใหม่จึงได้มีการอนุโลมในเรื่องนี้ โดยหากมีพื้นที่ล็อบบี้หรือพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ไม่เกิน 300 ตร.ม. หรือโรงแรมตั้งอยู่ในพื้นที่ตามสภาพธรรมชาติที่ไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปได้ ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างที่จอดรถ เช่น โรงแรมที่ต้องนั่งเรือเข้าไป ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างที่จอดรถ

2.เรื่องผังเมือง เดิมกฎหมายอนุญาตให้สร้างโรงแรมได้เฉพาะพื้นที่เขตพาณิชย์ อย่างเช่น สีลม สุขุมวิท หรือย่านใจกลางเมือง ซึ่งที่ดินมีราคาแพงมาก ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กจึงแทบจะหมดสิทธิไปทำธุรกิจในย่านนั้น และไม่อนุญาตให้สร้างหรือออกใบอนุญาตโรงแรมในพื้นที่อื่น ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ อย่างถนนข้าวสาร หรือบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ จึงมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่อื่นมากขึ้น โดยผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบผังเมืองใหม่ที่มีการอนุญาตให้ทำธุรกิจโรงแรมได้ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือ www.dpt.go.th นอกจากนี้อยากให้ผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อตึกเก่ามาปรับปรุงใหม่ต้องตรวจสอบทุกครั้งว่าตึกที่สนใจจะซื้อนั้นเคยมีการฟ้องร้องเป็นคดีความหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอในท้องที่นั้นๆ ด้วยครับ

3.เรื่องกฎหมายควบคุมอาคารในเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะอาคารเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมาก่อนแต่ไม่ได้ขอเป็นโรงแรม ตามกฎหมายใหม่ได้มีการกำหนดเรื่องความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการเองและของผู้เข้าพักในโรงแรม เช่น ทางหนีไฟภายในอาคารกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 0.80 ม. ผนังหรือประตูหนีไฟต้องทำจากวัสดุทนไฟได้เกิน 30 นาที มีถังดับเพลิงสำหรับพื้นที่ทุก 1,000 ตร.ม. ต้องทำประกันภัยบุคคลที่ 3 ถ้าเป็นโรงแรมที่มีห้องพักในชั้นเดียวกันไม่เกิน 20 ห้อง จะต้องมีทางเดินกว้างไม่น้อยกว่า 1.20 ม. บันไดต้องกว้างไม่ต่ำกว่า 0.90 ม. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งที่มากที่สุดของอาคาร เป็นต้น

นี่จึงเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก ทั้งหน้าใหม่และเก่าที่อาจจะยังทำไม่ถูกกฎหมายให้เร่งแก้ไขปรับเปลี่ยนให้ถูกต้องภายในปี 2564 เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ผ่อนปรนก่อนกฎหมายจริงจะบังคับใช้ แต่สำหรับอาคารที่ต้องมีการดัดแปลง ได้แก่ มีการเพิ่มหรือลดพื้นที่อาคารเกิน 10% หรือมีการเพิ่มน้ำหนักอาคารเกิน 10% จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องแล้วเสร็จภายในปี 2562 นี้

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่าลืมนะครับว่า การทำให้ถูกกฎหมายนั้นจะส่งผลดีต่อธุรกิจในระยะยาว ในครั้งต่อไปเรามาดูประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับกันบ้างนะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน