
ดึงลงทุนมัณฑะเลย์
เมียนมาหันให้ความสำคัญการลงทุนเพื่อนบ้าน หวังผลักดันการเติบโตร่วมกัน หนุนพัฒนา 2 ท่าเรือใหม่เสริมแกร่งโลจิสติกส์
เมียนมาหันให้ความสำคัญการลงทุนเพื่อนบ้าน หวังผลักดันการเติบโตร่วมกัน หนุนพัฒนา 2 ท่าเรือใหม่เสริมแกร่งโลจิสติกส์
นายชอว์ มี มาว รัฐมนตรีเขตปกครอง มัณฑะเลย์ กล่าวในงานสัมมนา CLMVT ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกแห่งอนาคต "Mandalay Super Gatewayโอกาสการค้า การลงทุน" ว่ามีโอกาสมากมายในเมียนมา ซึ่งที่ผ่านมาจีนได้เข้ามามีบทบาทเป็นผู้เล่น สำคัญในภูมิภาคนี้ แต่รัฐบาลเมียนมาเอง โดยนางอองซานซูจี ที่ปรึกษารัฐบาลเมียนมา มีนโยบายที่จะให้หันกลับมามองตลาดรอบบ้านในภูมิภาคเดียวกันมากขึ้น แทนเน้นการพึ่งพาการลงทุนจากประเทศใหญ่เพียงอย่างเดียว
"วันนี้รัฐบาลอยากให้นักลงทุนทั้งของเมียนมาและไทยเอง มองภาพตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างซีแอลเอ็มวีมากขึ้น เพราะจะเป็นส่วนช่วยผลักดันให้ภูมิภาคนี้ เติบโตไปด้วยกัน โดยเฉพาะการลงทุนด้านโลจิสติกส์จะเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่จะ ช่วยเสริมศักยภาพของทั้งเมียนมาและไทย" นายชอว์ กล่าว
ทั้งนี้ มัณฑะเลย์มีความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์ที่จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญ โดยเฉพาะการขนส่งทางน้ำ ซึ่งในอนาคตเมียนมามีแผนที่จะพัฒนาท่าเรือเพิ่มอีก 2 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 5 แห่ง ซึ่งจะเป็นโอกาสของนักลงทุนทั้ง ไทยและเมียนมา ในการเข้ามามีส่วนร่วม ในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน โลจิสติกส์ซึ่งมัณฑะเลย์จะเป็นจุดกระจายสินค้าส่งออกที่เชื่อมระหว่างไทย เมียนมา จีน และอินเดีย
นายออง แตน ประธานหอการค้ามัณฑะเลย์ กล่าวว่า การที่มัณฑะเลย์อยู่ ตรงกลางและเป็นเหมือนสามเหลี่ยม ในการเชื่อมต่อไทย จีน และอินเดียจึงทำให้มัณฑะเลย์กลายเป็นโอกาสใหญ่ หรือเป็นสวรรค์ของนักลงทุนไทย รวมทั้งมัณฑะเลย์มีนิคมอุตสาหกรรม โมตาไว้รองรับการลงทุน มีสิทธิประโยชน์ โดยนักลงทุนต่างชาติสามารถเช่าที่ดินได้ 50 ปี
สำหรับที่ผ่านมา นักลงทุนจากประเทศ จีนได้เข้ามาลงทุนธุรกิจต่างๆ ในเมียนมาจำนวนมาก จีนเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 3







