
เตรียมตัววันนี้มีสุขยามสูงวัย
ลีลี่ โจวปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ความท้าทายก็คือแล้วคนทำงานอย่างเราๆ ในปัจจุบันต้องเตรียมตัวกันอย่างไร กับคนที่รอเกษียณในยุคนั้นจะมีเงินออมเพียงพอใช้ชีวิตยามแก่เฒ่าหรือไม่ถ้าไม่มีลูกหลานเลี้ยง
ลีลี่ โจว
ปี 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ความท้าทายก็คือแล้วคนทำงานอย่างเราๆ ในปัจจุบันต้องเตรียมตัวกันอย่างไร กับคนที่รอเกษียณในยุคนั้นจะมีเงินออมเพียงพอใช้ชีวิตยามแก่เฒ่าหรือไม่ถ้าไม่มีลูกหลานเลี้ยง
พรอนงค์ บุษราตระกูล ประธานฝ่ายวิชาการ สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 24 และหัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า คนทำงานที่กำลังจะไปสู่วัยเกษียณเร็วๆ นี้ ชะล่าใจไม่ได้เด็ดขาดกับการเตรียมตัว เพราะจะไปหวังว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของภาครัฐหรือนายจ้างที่ต้องมีสวัสดิการไว้รองรับยามเกษียณคงไม่ไหว การเข้าสู่สังคมสูงวัยต้องช่วยดูแลตัวเองด้วย
เวลานี้ยังไม่สูงวัยจะมัวรอช้า อยู่ไย เริ่มต้นกันได้แล้ว ซึ่งสิ่งที่ต้องทำไม่ใช่แค่การเก็บออมอย่างเดียว แต่ต้องดูแลสุขภาพด้วย
ก่อนอื่นก็ต้องตระหนักรู้ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเรียนถึงความสำคัญของการออม อย่างเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็มีสอนวิชาบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลกับนักศึกษาเพื่อเตรียมพร้อม เมื่อก้าวสู่วัยทำงานขอให้เริ่มจากเลือกทำในอาชีพที่รัก เพราะถ้าเราทำในสิ่งที่รักเราจะทำ ได้ดี และยังสร้างพลังการออมได้ด้วย
พอใช้ชีวิตไปจนถึงอายุ 50 ปีแล้ว อีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็เกษียณ หากเป็นคนที่อยู่ในระบบการออมอยู่แล้ว คือเป็นข้าราชการที่มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือพนักงานบริษัทที่มีกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ปรับพอร์ตการลงทุนได้แล้ว ถ้าเคยลงทุนในหุ้นมากๆ ให้เริ่มปรับสู่การลงทุนความเสี่ยงที่ลดลง เพราะถึงวัยที่ต้องเก็บดอกเบี้ยไว้ใช้จ่าย
จากนั้นให้ดูเรื่องอื่นต่อว่าตัวเอง มีความรู้ความสามารถด้านไหน ที่จะสามารถทำงานหลังเกษียณได้หรือไม่ ถ้ายังหาไม่เจอในวัย 50 ปี ควรเริ่มเรียนรู้เพิ่มเติม หรือหางานอดิเรกทำ เช่น บางคนอยู่ในองค์กรเป็นผู้เชี่ยวชาญอาจกลับมาเป็นอาจารย์ถ่ายทอดความรู้ได้หลังเกษียณ
"ถ้าไม่เตรียมความพร้อมอาชีพเสริมตอนทำงานก็อาจจะช้าเกินไป ในเมื่อวัย 50 ปี มีประสบการณ์ในองค์กรที่ยังอ้างอิงได้ ก็ควรใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ หาประสบการณ์เริ่มเป็นวิทยากร" พรอนงค์ กล่าว
พรอนงค์ ให้ข้อสังเกตว่า สิ่งที่เราชอบในวัยเด็ก แต่ต้องเลือกทำอาชีพหลักก่อนตลอดเวลาทำงานที่ผ่านมา พอถึงในวัย 50 ปีแล้ว ก็อาจจะกลับไปตามล่าหาฝันในวัยเด็กที่เคยมีอยู่ก็ได้
วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง แนะนำว่า คนที่กำลังอยู่ในวัย 50 ปี เวลานี้มีความน่าเป็นห่วงเรื่องการเตรียมความพร้อมไปสู่วัยเกษียณอาจจะไม่สมบูรณ์พอเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นหรือยุโรป ที่รัฐจัดสวัสดิการให้ดีกว่า แต่ก็ดีกว่าอีกหลายประเทศในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย
เมื่อมาดูสวัสดิการรองรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะหลักประกันรายได้ ก็กลัวว่าพอกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว 8-9 ปีข้างหน้า ก็เกรงว่าสวัสดิการที่มีจะไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงอยากสนับสนุนให้คนที่มีอายุ 50 ปีวันนี้ เริ่มต้นจากเช็กสุขภาพของตัวเอง ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพการเงิน
โดยเฉพาะกรณีเป็นคนทำอาชีพอิสระ รายได้ไม่มั่นคง ต้องตระหนักให้มากว่า ระดับรายได้ของตัวเองที่มีวันนี้จะเพียงพอรองรับชีวิตวันข้างหน้าหรือไม่ ซึ่งไปตรวจสอบสุขภาพการเงินของตัวเองได้ที่โปรแกรมแชตอัตโนมัติ นายรวยทรัพย์ http://m.me/435365583510108
ทั้งนี้ หากใครยังคิดไม่ออกว่าต้อง เตรียมตัวอย่างไร วันที่ 13 ก.ย.นี้ วตท. รุ่นที่ 24 จัดงานสัมมนาวิชาการเรื่อง Wellness Aging สูงวัยมีสุข ที่หอประชุม ศ.สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เวทีนี้จะนำเสนอ 3 ประเด็น คือ สวัสดิการ นโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างมั่นคง การชะลอวัยจากการมีชีวิตที่มีคุณภาพ และกลไกตลาดทุนสู่การเสริมสร้างความมั่นคงของผู้สูงอายุ โดยใครต้องการฟังลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 8 ก.ย.นี้ หรือจนกว่าที่นั่งเต็มผ่าน www.set.or.th
เมื่อวันนี้เรี่ยวแรงยังดี อย่ามัวรอเวลาผ่านไปกับสายลม เตรียมตัวให้ดีแต่เนิ่นๆ เราจะได้สูงวัยอย่างมีสุข







