
วัดใจรัฐบาลเปิดที่สปก. เพื่อประโยชน์ชาติหรือเอื้อนายทุน
สิทธิณี ห่วงนาคกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ในการขอและการยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ พ.ศ. ...กำลังถูกมองว่าเป็นกฎกระทรวงที่ออกมาเปิดทางให้ภาคเอกชนได้เข้ามาทำกินอย่างมันปาก ด้วยการอ้างคำโต "เพื่อพัฒนาประเทศ"
สิทธิณี ห่วงนาค
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ในการขอและการยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ พ.ศ. ...กำลังถูกมองว่าเป็นกฎกระทรวงที่ออกมาเปิดทางให้ภาคเอกชนได้เข้ามาทำกินอย่างมันปาก ด้วยการอ้างคำโต "เพื่อพัฒนาประเทศ"
ดังนั้น จึงต้องจับตามองอย่างไม่กะพริบว่า ส.ป.ก.จะเขียนออกมาอย่างไร ให้น้ำหนักระหว่างเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินกับเอกชนที่แสวงหากำไรอย่างไร
อย่างไรก็ตาม สมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ชี้แจงกรณีนี้ว่า การร่างกฎกระทรวงได้ยึดเอาตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 31/2560 ที่ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) มีอำนาจพิจารณาโครงการ ใน 4 กลุ่มนอกภาคเกษตรกรรมใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.ภายหลังที่คำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2560 ระบุว่าระเบียบของ คปก.ในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ออกมาตามมาตรา 19 (12) ที่ให้อำนาจ คปก.ไปออกระเบียบอะไรก็ได้นั้น ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายปฏิรูปที่ดิน
รัฐบาลน้อมรับคำสั่งวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดเพราะผูกพันทุกหน่วยงาน เมื่อศาลบอกว่า คปก.ไม่มีอำนาจอนุญาตให้มีการสำรวจปิโตรเลียม เหมืองแร่ และการดำเนินกิจการด้านพลังงาน ทำให้กิจกรรมนอกภาคเกษตรที่ คปก.อนุมัติไว้ต้องชะลอการทำประโยชน์ไป หัวหน้าจึงออก คำสั่ง คสช.ที่ 31/2560 ตามมาตรา 44 เพื่อให้อำนาจกับ คปก.พิจารณาได้ และออกกฎกระทรวงมารองรับกิจการดังกล่าว และให้ ส.ป.ก.ออกกฎกระทรวงให้เสร็จภายใน 90 วัน
อย่างไรก็ตาม ในร่างกฎกระทรวง ความตั้งใจเดิมจะแยกเป็น 4 ฉบับ แยกประเภทกิจกรรมแต่เกรงปัญหายุ่งยากจึงรวมเป็นร่างเดียว แต่เขียนไว้ครอบคลุมกิจการตามที่คำสั่ง คสช. 31/2560 กำหนด โดยได้แยกขนาดกิจการที่จะเป็นอำนาจของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาและขนาดกิจกรรมที่จะต้องอาศัยอำนาจคณะรัฐมนตรีพิจารณา
ทั้งนี้ ส.ป.ก.เห็นว่ากรณีการขอใช้ที่ดินเกิน 500 ไร่ หรืออายุสัมปทานเกิน 30 ปี เป็นเรื่องใหญ่และมีผลกระทบ เชิงกว้างกับประชาชน จึงกำหนดให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาและกรณีใช้ที่ดินน้อยกว่า อายุสัมปทานน้อยกว่า ให้เป็นเรื่องที่มาพิจารณาในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ที่มี รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน
ในร่างกฎกระทรวง ตามคำสั่ง คสช.31/2560 ที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำเสนอ ครม.พิจารณานั้น ส.ป.ก ระบุว่า จะให้ใช้บังคับแก่กิจการที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของรัฐบาล หรือมติคณะรัฐมนตรี โดยกำหนดกิจกรรมที่จะอนุญาตตามกฎกระทรวง ประกอบด้วย 1.กิจการด้านพลังงาน ได้แก่ กิจการปิโตรเลียม กิจการไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานหมุนเวียน กิจการระบบโครงข่ายพลังงาน 2.กิจการด้านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่อาจแสวงหาได้จากแหล่งอื่นนอกจากที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ได้แก่ การสำรวจทรัพยากร ธรรมชาติ การทำเหมือง การสร้างทางขนส่งทรัพยากรธรรมชาติ และกิจการอันเกี่ยวเนื่องกับการทำเหมือง 3.กิจการอันเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ ได้แก่ กิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ กิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายในระบบโทรคมนาคมที่ไม่อาจดำเนินการในพื้นที่อื่นได้ และจำเป็นต้องใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินและกิจการภายใต้นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
ที่ดิน ส.ป.ก.ทั้งหมดสามารถอนุญาตได้ตามกิจการดังกล่าว ยกเว้นที่ดินพระราชทาน ที่ดินโครงการพระราชดำริ และกรณีใช้ที่ดินเกิน 500 ไร่ขึ้นไป หรือระยะเวลาสัมปทานหรือการขอใช้ที่ดินเกิน 30 ปี ให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
นอกจากนี้ ในร่างกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ ผู้ยื่นขอจะต้องมีเอกสารประกอบคำขอที่ประกอบด้วยสาระสำคัญที่แสดงถึงสิทธิ หรือหน้าที่ที่ผู้ขอใช้ประโยชน์ที่ดินได้รับตามกฎหมายอื่น ความเป็นมาของแผนงานหรือโครงการของกิจการที่แสดงถึงนโยบายตามมติคณะรัฐมนตรี ยุทธศาสตร์หรือแผนการพัฒนาประเทศ มูลค่าของการดำเนินกิจการ แผนการจัดทำกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในชุมชน เกษตรกร แผนการฟื้นฟูที่ดินและข้อเสนอหรือเงื่อนไขการเยียวยาหรือชดเชยเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ที่ดินตามคำขอนั้น
สำหรับการเยียวยา ชดเชยเกษตรกร ให้เป็นไปตามความสมัครใจของเกษตรกร ตามข้อเสนอของผู้ใช้ที่ดิน ทั้งนี้ข้อเสนอในการใช้ที่ดินนั้น ให้มีทั้งแบบเกษตรกรที่ยังทำการเกษตรต่อได้กับไม่สามารถใช้ที่ดินได้อีกระหว่างดำเนินกิจการนั้น แต่มีข้อสังเกตว่าร่างดังกล่าวเป็นการอนุญาตใช้ที่ดินที่มีผลกระทบกับประชาชน แต่กลับให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาอนุมัติ เพียงแต่คำสั่งจะมีผลเมื่อมีการเยียวยาหรือชดเชยตามข้อตกลงแล้วเท่านั้น
ขณะที่อัตราค่าเช่าที่ดิน ส.ป.ก.เพื่อทำกิจกรรมด้านพลังงาน เหมืองแร่ และอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการร่างของฝ่ายกฎหมาย เนื่องจากที่ผ่านมาได้เสนอตัวเลขไปแต่หลายฝ่ายเห็นว่า ควรปรับเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเพราะเป็นกิจกรรมที่มีมูลค่าทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมีรายงานว่าอัตราค่าเช่าที่ดินเดิมที่ ส.ป.ก.คิดอยู่ที่อัตรา 3.5 หมื่นบาท/ไร่/ปี จะปรับเพิ่มเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ จะชดเชยค่าเสียโอกาสของเกษตรกรได้จริงหรือไม่ ต้องรอวัดใจจากคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาในเร็วๆ นี้ เพราะตัวเลขดังกล่าวจะเป็นส่วนที่นำมาเข้ากองทุน ส.ป.ก. และจะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรผู้ได้ส.ป.ก.4-01 ต่อไป n







