
ตั๋วร่วมของจริง
หลังจากรอคอยมานานเป็นสิบปี ตั๋วร่วมของประเทศไทยก็คลอดออกมาเบื้องต้น นับจากนี้อยากให้รัฐเดินหน้าให้เต็มระบบตั๋วร่วม
หลังจากรอคอยมานานเป็นสิบปี ตั๋วร่วมของประเทศไทยก็คลอดออกมาเบื้องต้น นับจากนี้อยากให้รัฐเดินหน้าให้เต็มระบบตั๋วร่วม ที่จ่ายได้ทุกการคมนาคม เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ รถไฟ ค่าทางด่วน ค่ามอเตอร์เวย์ และดึงให้คนมาใช้มากขึ้นเหมือนต่างประเทศ โดยสามารถนำไปจ่ายผ่านร้านค้า ร้านอาหารในชีวิตประจำวัน เพราะหากดันให้สุดครบวงจรก็จะเกิดประโยชน์อย่างมาก และสิ่งนี้ยังช่วยลดการทุจริต เนื่องจากเทคโนโลยีและข้อมูลขนาดใหญ่บิ๊กดาต้าสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะทำให้ตั๋วร่วมเกิดขึ้นได้ ต้องทำให้ตั๋วร่วมเป็นตั๋วร่วมโดยสารอย่างแท้จริง ไม่ใช่เหมือนที่เคยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นแค่ตั๋วต่อ ซึ่งประชาชนทั่วไปอาจจะรู้สึกว่า การได้แค่รวมจ่ายค่าเดินทางทุกอย่างได้ด้วยบัตรใบเดียวก็พอใจในความสะดวกที่ได้รับแล้ว
แต่ถ้าจะทำให้เกิดประโยชน์ ดึงให้คนเข้ามาใช้ได้มากจริง ต้องทำให้ตั๋วร่วมเป็นการร่วมระบบขนส่งจริงๆ เช่น การต่อรถไฟฟ้าใต้ดินกับรถไฟฟ้าบนดิน หรือการต่อรถไฟฟ้าบนดินกับรถไฟฟ้าอีกสายหนึ่งสีหนึ่ง การคิดอัตราค่าโดยสารควรจะต้องนับต่อสถานีถัดไปเลย ไม่ใช่เปลี่ยนจากรถไฟฟ้าสายหนึ่งไปอีกสายหนึ่ง ต้องมีค่าธรรมเนียมเริ่มต้นสถานีแรกใหม่ 14-16 บาท ก่อนที่จะคิดค่าโดยสารเพิ่มสถานีถัดไปบวกอีกสถานีละ 1-3 บาท หากเป็นเช่นนี้ไม่ใช่เป็นตั๋วร่วม แต่เป็นตั๋วต่อ ถ้าเป็นตั๋วร่วมจริง จากรถไฟฟ้าใต้ดินหรือบนดินที่เริ่มต้นสถานีแรก 14-16 บาท แล้วสถานีถัดไปบวกอีก 1-3 บาท เมื่อไปต่อรถไฟฟ้าใต้ดินหรือ บนดินรถไฟฟ้าอีกระบบหนึ่ง สถานีถัดไปควรจะนับต่อไปเลยบวกแค่ 1-3 บาท ไม่ใช่บวกสถานีถัดไปเป็นสถานีแรก 14-16 บาท
ประเด็นนี้จึงขอฝาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ซึ่งเข็นตั๋วร่วมออกมาใช้ตามที่จะเริ่มเดือน ต.ค.นี้กับรถเมล์ 800 คัน โดยนายกฯ ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงแผนระบบตั๋วร่วมผ่านรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการของ "ระบบตั๋วร่วม" E-Ticket หรือ "บัตรแมงมุม" ซึ่งในอนาคต รัฐบาลมีแผนจะพัฒนาให้สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า เรือโดยสาร แอร์พอร์ตเรลลิงค์ รวมถึงการใช้จ่ายค่าสินค้าและบริการทั่วไป
ระบบตั๋วร่วมนี้ในเบื้องต้นจะเริ่มใช้ได้สำหรับการเดินทางด้วยรถเมล์ ขสมก. 800 คันแรก ที่ได้รับการติดตั้งเครื่องอ่านตั๋วร่วมในวันที่ 1 ต.ค.นี้ และจะติดตั้งอีก 2,600 คัน ในต้นปี 2561 จากนั้นจะใช้กับรถไฟฟ้า 4 สาย ที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ แอร์พอร์ตเรลลิงค์ รถไฟฟ้าสายสีม่วง สีเขียว และสีน้ำเงิน คาดว่าจะพร้อมให้บริการด้วยบัตรร่วมเดือน ก.ค.ปีหน้า และระยะต่อไปจะสามารถใช้บริการได้ครอบคลุมทุกระบบขนส่ง ได้แก่ รถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ระบบทางพิเศษ ทางหลวงพิเศษ และเรือโดยสาร จากนั้นจะสามารถใช้ในการชำระค่าสินค้าและบริการอื่นๆ ได้อีกด้วย ซึ่งจะให้เริ่มใช้กับร้านค้าของกระทรวงพาณิชย์เป็นการนำร่องไปก่อน
นอกจากนั้น ระบบตั๋วร่วมถูกออกแบบเพื่ออนาคตให้สามารถรองรับระบบการจ่ายเงินสวัสดิการสังคมและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล ภายใต้โครงการระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ที่เรียกว่า อี-เพย์เมนต์ (National e-Payment) ซึ่งผู้มีรายได้น้อยสามารถใช้ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ในบริการระบบขนส่ง เช่น รถโดยสารประจำทาง โดยกระทรวงการคลังได้กำหนดแผนบูรณาการระบบตั๋วร่วมเข้ากับระบบจ่ายเงินเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลวันที่ 1 ต.ค.นี้
จากภาพรวมของแผนตั๋วร่วมของรัฐดังกล่าว หากทำได้ตามที่กำหนดไว้จริง จะเพิ่มความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขนส่งและ ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสพร้อมลดการทุจริตไปได้มาก แต่ก็อยากให้รัฐทำให้เป็นตั๋วร่วมอย่างแท้จริงไม่ใช่เป็นแค่ตั๋วต่อ โดยคิดค่าโดยสารแบบไร้รอยต่อ ไม่คิดค่าธรรมเนียมเปลี่ยนระบบขนส่ง ตามที่ระบบตั๋วร่วมควรจะเป็น







