
มาตรการภาษีเพื่อคนพิการ
....สมชาต ขูเกตุ
รัฐบาลใช้มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุน การออม การค้า การแข่งขันของธุรกิจ และอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นด้านเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ยังมีมาตรการภาษีเพื่อสังคมอีกหลากหลายมาตรการ โดยเฉพาะคนพิการได้มีกฎหมายออกมาใหม่ในปีนี้ ซึ่งจะช่วยผู้ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรายจ่ายหรือค่าใช้จ่ายได้มากกว่าปกติ นอกเหนือจากการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการที่กฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว
มาตรการภาษีเพื่อคนพิการ สรุปได้ดังนี้
nn การหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการ ผู้มีเงินได้ที่ได้อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา สามีหรือภริยา บุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ บิดามารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สามารถนำค่าอุปการะเลี้ยงดูมาหักลดหย่อนได้ 6 หมื่นบาทต่อคนพิการ 1 คน ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คนพิการต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพและอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ สำหรับคนพิการที่มิใช่บิดามารดา สามีหรือภริยา หรือบุตร ผู้มีเงินได้จะนำมาหักลดหย่อนได้เพียง 1 คนเท่านั้น กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีภาษี 2552 ที่ผ่านมา (ศึกษาได้จากประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 182)
nn ยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนคุ้มครองเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก หรือกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2542
n ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ยกเว้นภาษีเท่ากับจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47(7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อน
n ภาษีเงินได้นิติบุคคล ยกเว้นภาษีเท่ากับจำนวนเงินหรือมูลค่าของทรัพย์สินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะตามมาตรา 65 ตรี(3) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ
กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. 2553 เป็นต้นมา (พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 498)
nn หักค่าใช้จ่าย 2 เท่า ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับ
n ค่าใช้จ่ายในการจ้างคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เข้าทำงาน
n ค่าใช้จ่ายในการจัดอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ บริการขนส่ง หรือบริการสาธารณะอื่นให้แก่คนพิการในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. 2553 เป็นต้นมา (พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 499)
มาตรการภาษีเพื่อคนพิการในปัจจุบันมีตามที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับผู้อุปการะเลี้ยงดู นายจ้างหรือเจ้าของกิจการ รวมถึงผู้บริจาค สำหรับผู้พิการที่มีเงินได้พึงประเมินนั้น จะได้สิทธิภาษีหรือไม่ อย่างไร คงต้องติดตามข่าวสารใน www.rd.go.th สวัสดีครับ







