
ข้อมูลบิ๊กดาต้า ไหลอยู่รอบตัวเรา
ดิลก ถือกล้าคำว่า บิ๊กดาต้า เป็นคำที่ผุดขึ้นมาใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นคำที่ทั้งสร้างความสนใจ ความกังวล ความตื่นตระหนก และความสงสัยไม่เข้าใจไปพร้อมๆ กัน แต่หากเรามองที่แก่นของบิ๊กดาต้าว่าเป็นข้อมูลที่มีอยู่รอบๆ ตัวเรา มาจากการสังเกต การเก็บแบบครอบคลุม ไม่มีการตีกรอบเอาไว้ว่าต้องการได้อะไร เพียงขอให้ได้ข้อมูลที่จะเอามาตอบสมมติฐานที่เรามีไว้ ผมมองว่าข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นบิ๊กดาต้าแล้ว
ดิลก ถือกล้า
คำว่า บิ๊กดาต้า เป็นคำที่ผุดขึ้นมาใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นคำที่ทั้งสร้างความสนใจ ความกังวล ความตื่นตระหนก และความสงสัยไม่เข้าใจไปพร้อมๆ กัน แต่หากเรามองที่แก่นของบิ๊กดาต้าว่าเป็นข้อมูลที่มีอยู่รอบๆ ตัวเรา มาจากการสังเกต การเก็บแบบครอบคลุม ไม่มีการตีกรอบเอาไว้ว่าต้องการได้อะไร เพียงขอให้ได้ข้อมูลที่จะเอามาตอบสมมติฐานที่เรามีไว้ ผมมองว่าข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นบิ๊กดาต้าแล้ว
และยิ่งมองย้อนไปในอดีต มนุษย์เราต้องการการทำนายในหลายเรื่อง เช่น การเดินเรือก็ต้องการการทำนายคลื่นลมและทิศทางที่จะไป การเกษตรก็ต้องการคำทำนายว่าฟ้าฝนจะตกมากน้อยแค่ไหน การคบคนหรือใช้คนก็ต้องการคำทำนายว่าคนคนนี้คบได้หรือเอามาใช้งานได้หรือไม่ และด้วยการเก็บข้อมูลสะสมเป็นสิบปี เป็นร้อยปี จึงได้ออกมาเป็นคู่มือการเดินเรือ เป็นตำราพยากรณ์อากาศ เป็นตำราการดูโหงวเฮ้ง ที่ตกทอดต่อๆ กันมา
ผมมีประสบการณ์ที่น่าสนใจคือ เมื่อ 23 ปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปรับการอบรมการบริหารบุคคลที่ญี่ปุ่น ผมมีโอกาสได้เข้าไปฝังตัวอยู่กับโรงงานขนาดใหญ่ของ Teijin Group ที่เมือง Matsuyama ตั้งอยู่ปลายสุดของเกาะฮอนชู ผมได้สังเกตเห็นโปสเตอร์ขนาดใหญ่ติดกระจายไปทั่วโรงงานบนบอร์ดที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน
ที่สะดุดตาบนโปสเตอร์ที่ติดอยู่ทั่วโรงงานนั้นคือ มีข้อมูลเป็นจำนวนตัวเลขที่กระจายไปตามวันข้างขึ้นข้างแรมที่มีสัญลักษณ์ดวงจันทร์มืดเต็มวงแล้วค่อยๆ สว่างจนเต็มดวง และมีตรากรมตำรวจญี่ปุ่นติดไว้ด้วย ผมได้ถามคนในนั้นว่าข้อมูลในนี้หมายถึงอะไร เขาบอกว่ากรมตำรวจของญี่ปุ่นสนใจและสงสัยว่าการเกิดปรากฏการณ์ข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ จะมีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนหรือไม่
คำตอบที่ได้น่าสนใจมาก เพราะเขามองว่าการเกิดพระจันทร์เต็มดวงที่เรียกว่า Moonstruck นั้น ก่อให้เกิดความรู้สึกคึกคะนอง มีพฤติกรรมความต้องการบางอย่างที่รุนแรง ปรากฏให้เห็นทั้งกับคนและสัตว์ จึงได้เก็บข้อมูลเป็นเวลาหลายปี เพื่อหาว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนสัมพันธ์กับข้างขึ้นข้างแรมหรือไม่ ผลปรากฏว่ามีความสัมพันธ์กัน คือ จำนวนการเกิดอุบัติเหตุช่วงจันทร์ข้างขึ้นจะสูงกว่าช่วงจันทร์ข้างแรมอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นทางกรมตำรวจจึงได้ทำโปสเตอร์นี้ออกเผยแพร่เพื่อให้พนักงานและผู้บริหารในทุกบริษัทได้ตระหนักว่า ในช่วงวันข้างขึ้นโดยเฉพาะวัน พระจันทร์เต็มดวง ให้พึงระวังการเกิดอุบัติเหตุในโรงงานเป็นพิเศษ
ไม่ว่าใครจะมองเรื่องนี้อย่างไร แต่สำหรับผมแล้ว เมื่อมองย้อนเวลาไป 23 ปี โดยที่เวลานั้นคำว่าบิ๊กดาต้ายังไม่ปรากฏ เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเก็บข้อมูลยังไม่มี แต่พวกเขายังสามารถหยิบข้อมูลบิ๊กดาต้าที่ไหลอยู่รอบตัวเข้ามาวิเคราะห์ แล้วนำไปใช้ทำนายได้อย่างน่าทึ่ง







