
โอกาสสะสมหุ้น DTAC-ADVANC
.....เจียรนัย อุตะมะ
หุ้นกลุ่มสื่อสารเสี่ยงสูงภายหลังศาลปกครองสูงสุดสั่งระงับประมูลโทร.มือถือระบบ 3จี ตามศาลปกครองกลาง แต่หุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ราคาลงมากจนเกินไปแล้ว จึงแนะนำให้ซื้อสะสม
เช้าวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางในการระงับการประมูลใบอนุญาต 3จี ทำให้การเปิดประมูลจะต้องรอการประกาศ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และการจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลใหม่ กสทช. อันจะทำให้การออกใบอนุญาต 3จี มีแนวโน้มล่าช้าไปเป็นภายหลังปี 2554
นักวิเคราะห์เชื่อว่าข่าวนี้มีแนวโน้มกดดันราคาหุ้นกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ให้ความเห็นว่าการที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลางการประมูล 3จี จะถูกยกเลิกไปทันที และรอจนกว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะผ่านร่าง พ.ร.บ.กสทช. และสรรหากรรมการ ซึ่งการประมูล 3จี จะเกิดขึ้นภายใต้ กสทช. คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี หรืออาจจะต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภาก่อนเพื่อพิจารณาร่างดังกล่าว ซึ่งทำให้คาดว่าจะไม่สามารถจบได้ในเร็วๆ นี้
ดังนั้น จึงยังคงเป็นความเสี่ยงต่อการลงทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการประมูล 3จี ทั้ง 3 บริษัทคือ ADVANC, DTAC และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)
อย่างไรก็ดี เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมาแล้ว 627% หลังคำตัดสินของศาลปกครองกลาง และราคาหุ้นปัจจุบัน ADVANC กับ DTAC มีระดับต่ำกว่าราคาเหมาะสมแบบไม่รวม 3จี ดัวย การปรับตัวขึ้น 1326% จึงไม่มีผลมากนักต่อน้ำหนักการลงทุนหุ้นสื่อสาร
นักวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มมุมมองของกลุ่มสื่อสารจาก ลบ เป็นกลาง ผลจากการที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางในการระงับการประมูลใบอนุญาต 3จี ทำให้การเปิดประมูลจะต้องรอการประกาศ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และการจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลใหม่ กสทช. อันจะทำให้การออกใบอนุญาต 3จี มีแนวโน้มล่าช้าไปเป็นภายหลังปี 2554
“
เราเชื่อว่าข่าวนี้มีแนวโน้มกดดันราคาหุ้นกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ อย่างไรก็ดีเนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมาแล้ว 627% หลังคำตัดสินของศาลปกครองกลาง และราคาหุ้นปัจจุบัน ADVANC กับ DTAC มีระดับต่ำกว่าราคาเหมาะสมแบบไม่รวม 3จี ดัวย”ทั้งนี้ ราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวลง แต่จะสร้างโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง คาดว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลงจากข่าวดังกล่าว แต่หุ้นที่มีความแข็งแกร่งจะฟื้นตัวได้ในภายหลัง ได้แก่ ADVANC (ฐานะการเงินดีที่สุด และมีโอกาสจ่ายเงินปันผลพิเศษอีกครั้งในต้นปีหน้า จากที่ปกติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรก 3 บาท และครึ่งปีหลัง 3.3 บาท) และ DTAC (คาดกำไรสร้างสถิติใหม่ในไตรมาส 3/2553 ทั้งจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและการบันทึกรายได้ค่าเชื่อมโยงโครงข่ายย้อนหลังกับ ฮัทช์ เป็นจำนวน 650 ล้านบาท และกำไรจากการขายอาคารสำนักงานเดิม 150 ล้านบาท)
นักวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง ปรับหุ้นที่แนะนำลงทุนสูงสุดในกลุ่มเป็น DTAC จากเดิมเป็น ADVANC (ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ซื้อเมื่ออ่อนตัว เป็น ซื้อ) เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันให้เปอร์เซ็นต์ปรับขึ้นสูงที่สุดทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับราคาเหมาะสมแบบไม่รวม 3จี และเมื่อเทียบกับราคาหุ้นก่อนมีการประกาศหลักเกณฑ์ 3จี ในราชกิจจานุเบกษา
พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มีโอกาสประกาศใช้ในเดือน พ.ย. 2553 เป็นอย่างเร็ว
รัฐบาลจะเร่งพิจารณากฎหมายใหม่ โดยคาดว่าจะประกาศ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ภายในเดือน พ.ย. 2553 ได้เป็นอย่างเร็ว อันจะนำมาสู่การจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลใหม่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนหรือราวกลางปี 2554
กรณีที่กระทำได้โดยมีข้อโต้แย้งน้อยที่สุดทั้งด้านข้อกฎหมายและความเหมาะสม คือรอให้ กสทช. ใหม่จัดประมูลใบอนุญาต 3จี ซึ่งเราคาดว่าจะดำเนินการได้ภายหลังจากปี 2554 ไปแล้ว
อย่างไรก็ดี บทเฉพาะกาล ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ระบุให้ กทช. ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปในฐานะ กสทช. ตาม พ.ร.บ.นี้จนกว่าจะมีการแต่งตั้ง กสทช. ดังนั้นช่วงดังกล่าวก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ กทช. จะผลักดันการประมูลใบอนุญาต 3จี แต่จะมีแรงค้านเรื่องความเหมาะสมอย่างแน่นอน เพราะกรรมการ กทช. 3 ท่านที่หมดวาระลงเมื่อสิ้นเดือน ก.ย. 2553 อาจยังอยู่ในช่วงรักษาการ อีกทั้งจะมีความเห็นว่าควรรอ กสทช.
รัฐบาลจะผลักดันหลายโครงการเพื่อทดแทน
การแปลงสัญญาสัมปทานเป็นใบอนุญาต
n หากทำสำเร็จ ให้ประโยชน์ทุกราย แต่ผู้ที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากที่สุดคือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เพราะอายุสัมปทานของทรูมูฟจะหมดลงในอีกเพียง 3 ปีข้างหน้า
n แต่ บล.กิมเอ็ง ประเมินโอกาสสำเร็จน้อย เนื่องจากจะต้องเป็นการตกลงเห็นพ้องต้องกันจากทุกฝ่าย โดยมี ประการแรก การจ่ายเงินก้อนค่าแปลงสัมปทาน ประการที่สอง การเจรจาตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งทรูมูฟและ DTAC ต่างมีข้อพิพาทกับ กสท โทรคมนาคม ประการที่สาม การตกลงค่าเช่าโครงข่ายจาก กสทฯ/ทีโอที และประการที่สี่ การออกใบอนุญาตจาก กทช. ซึ่งยังมีความไม่ชัดเจนด้านกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายุใบอนุญาตในช่วงหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน
การปรับปรุงโครงข่ายปัจจุบันเป็น 3จี บนความถี่เดิมและสัญญาสัมปทานเดิม
n ไม่ให้ประโยชน์ด้านการประหยัดต้นทุนต่อหน่วยเหมือนการประมูลใบอนุญาตใหม่ เนื่องจากยังอยู่ภายใต้สัมปทาน แต่ให้ประโยชน์ด้านการต่อยอดธุรกิจด้าน Mobile Internet/Data เราประเมินว่า DTAC มีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีความถี่เหลือมากที่สุด (ย่าน 850 MHz) ส่วนทรูมูฟนั้นปัจจุบันให้บริการอยู่แล้วในลักษณะทดลองใช้ (แถมให้กับลูกค้า) แต่ก็จะช่วยขยายบริการเพิ่มเติม สำหรับ ADVANC นั้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ความถี่ย่าน 900MHz ค่อนข้างเต็มแล้วแต่คาดว่าจะใช้ประโยชน์จากการ Roaming โครงข่าย 3จี ของทีโอทีเข้ามาเสริม
ขยายบริการบรอดแบนด์
n คาดว่าจะมีการลงทุนขยายบริการบรอดแบนด์ของทีโอที (อันจะส่งผลบวกต่อบริษัทที่ทำธุรกิจด้านงานโครงการ เช่น บริษัท สามารถเทเลคอม (SAMTEL) บริษัท จัสมิน เทเลคอมซิสเต็มส์ (JTS) บริษัท ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY)
n รัฐบาลมีแนวคิดการนำเคเบิลใยแก้วนำแสงของการไฟฟ้ามาเปิดให้ผู้ประกอบการเช่าเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อันจะช่วยบรรเทาภาระของผู้ประกอบการในการขยายบริการทั่วประเทศ คาดว่าจะให้ประโยชน์ผู้ประกอบการปัจจุบัน TRUE, JAS ในการขยายบริการ แต่ในทางกลับกันก็จะมีการแข่งขันมากขึ้นจากผู้ประกอบการใหม่อื่นด้วย







