
จำนำข้าวพ่นพิษ ปิดทางประชานิยม
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงการตัดสินคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากทำให้ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกจำคุกคนละหลายสิบปีแล้ว
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
การตัดสินคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากทำให้ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกจำคุกคนละหลายสิบปีแล้ว
นอกจากนี้ ยังอาจจะส่งผล ถึงการตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมืองกรณีที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกฟ้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวทำให้ประเทศเสียหาย โดยไม่ยอมยับยั้งหรือแก้ไข ซึ่งยิ่งลักษณ์ไม่มารับฟังคำตัดสิน จนถูกยึดเงินประกันและออกหมายจับให้มาฟังคำตัดสินในวันที่ 27 ก.ย. 2560
ไม่ว่าผลการตัดสินคดียิ่งลักษณ์จะออกมาอย่างไร แต่โครงการรับจำนำข้าวถือเป็นบทเรียนสำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทย เพราะโครงการนี้นอกจากทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก มีการทุจริตตั้งแต่ เชิงนโยบายลงไปถึงขั้นปฏิบัติการ ซึ่งมีเอกชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีแล้ว
โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากเป็นอันดับ 2 รองจากความเสียหายจากวิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 ที่รัฐบาลต้องใช้เงินเข้าไปอุ้มสถาบันการเงินเป็นเงินสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท โดยถึงวันนี้ยังเป็นหนี้ที่รัฐบาลต้องชำระอีกกว่า 9 แสนล้านบาท
สำหรับโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีการใช้เงินในการดำเนินการกว่า 9 แสนล้านบาท มีผลขาดทุนจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวกว่า 5 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ยังเป็นหนี้ที่รัฐบาลยังไม่สามารถชำระได้อีก 4 แสนล้านบาท เสียดอกเบี้ยปีละประมาณ 3% เป็นเงินกว่า 1 หมื่นล้าน บาท/ปี ทำให้ความ เสียหายเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกระทรวงการคลังประเมินว่าต้องใช้ระยะเวลาการชำระหนี้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ถึงจะชำระได้หมด
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจำนวนมากเพราะโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งควรต้องซื้อข้าวราคาถูกกว่าราคาตลาด แต่การปฏิบัติจริงกลับเป็นการซื้อข้าวราคาแพงกว่าราคาตลาด เช่น รับจำนำข้าวเปลือกที่ตันละ 1.5 หมื่นบาท จากราคาตลาดไม่ถึง 1 หมื่นบาท และข้าวหอมรับจำนำตันละ 2 หมื่นล้านบาท จากราคาตลาด ที่ประมาณ 1 หมื่นบาทต้นๆ ทำให้ไม่มีชาวนาไถ่ถอนข้าวคืน โครงการรับจำนำข้าวจึงเป็นโครงการซื้อข้าวราคาแพงจากชาวนานั่นเอง แต่เมื่อ มีการระบายข้าวออกไปกลับได้ราคา ที่ต่ำมาก โดยข้าวส่วนใหญ่ที่ระบาย ออกไปขายได้ราคาต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง ของต้นทุน
นอกจากนี้ ความเสียหาย ยังมาจากการทุจริตในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายทาง ตั้งแต่รับจำนำข้าวคุณภาพต่ำกว่าที่ระบุไว้ การรับจำนำข้าวลมไม่มีข้าวจริงมีแต่ตัวเลข การระบายข้าวที่ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงหาประโยชน์ล้วนทำให้เกิดความเสียจำนวนมาก และนำมาสู่การดำเนินคดีอาญาจนมีคำตัดสินจำคุกอย่าง ที่เห็นล่าสุด
แม้ว่ารัฐบาลยังดำเนินการให้ บุญทรงและพวกต้องชดใช้ความ เสียหายจากการระบายข้าวแบบ รัฐต่อรัฐไม่เป็นจริง 2 หมื่นล้านบาท ส่วนยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้ความเสียหาย 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการตรวจทรัพย์ เพื่อส่งให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์มาชำระความเสียหาย ซึ่งอายุความ การยึดทรัพย์มีเวลานานถึง 10 ปี
หากพิเคราะห์ว่าโครงการรับ จำนำข้าวสร้างความเสียหายให้กับประเทศจำนวนมาก และการดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องชดใช้ความเสียหาย ในแง่ของตัวเงินคงทำได้ไม่มาก เพราะบุญทรงแจ้งบัญชีทรัพย์สินกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีทรัพย์สินรวม 17 ล้านบาท เป็นของบุญทรง 3.9 ล้านบาท ที่เหลือเป็นของภริยาและบุตร ขณะที่ ยิ่งลักษณ์แจ้งบัญชีทรัพย์สินที่รวม คู่สมรสและบุตร มีทรัพย์สินทั้งหมด 693 ล้านบาท เป็นของยิ่งลักษณ์ 615 ล้านบาท ถึงให้ยึดทรัพย์ของทั้งสองคนก็ยังไม่ถึง 1% ของความ เสียหายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งสุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องใช้เงินภาษีประชาชนชดใช้ความเสียหาย
ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานออกมาเตือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่าโครงการรับจำนำข้าวทำให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ทำหนังสือไปถึงรัฐบาลเตือนเรื่องการทุจริตจำนวนมาก หรือจะเป็นสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ออกมาเตือนว่าความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวมีส่วนน้อยเท่านั้นที่ชาวนาได้รับ แต่ความ เสียหายของโครงการส่วนใหญ่เป็นผลประโยชน์ที่ตกอยู่ในมือของโรงสี นายทุน พ่อค้าคนกลาง และนักการเมือง แต่รัฐบาลก็เมินคำเตือน จนสุดท้ายหนีไม้พ้นความผิดจนถูกดำเนินคดีและให้ชดใช้ความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม โครงการรับจำนำข้าวแม้ว่าจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งเท่ากับงบลงทุนของประเทศ 1 ปี สามารถไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจำนวนมาก สายรถไฟฟ้า ในเมืองได้หลายสาย สร้างรถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ได้ทั้งเส้นโดยที่ไม่ต้องกู้เงิน แต่ในอีกด้านหนึ่งโครงการรับจำนำข้าวจะเป็นเครื่องเตือนสตินักการเมืองและรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศในอนาคตว่าการดำเนินโครงการประชานิยมที่หลุดกรอบหลุดโลกเหมือนโครงการรับจำนำข้าว จะหนีความผิดทั้งอาญาและแพ่งไม่พ้น ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการ เอกชนที่เกี่ยวข้อง ต่างต้องรับโทษอย่างสาหัส ถือเป็นการปิดประตูโครงการประชานิยมไปได้อย่างมาก
ทั้งนี้ แม้ว่าโครงการรับจำนำข้าวอาจจะปิดทางประตูโครงการประชานิยมไม่ได้ทั้งหมด แต่โครงการประชานิยมในอนาคตก็จะต้องมีความรอบคอบมากขึ้น ตั้งแต่ระดับนโยบายลงไปจนถึงฝ่ายปฏิบัติ โครงการประชานิยมจะต้องเป็นโครงการที่ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง มีการศึกษาผลดีผลเสียและความ คุ้มค่าของการใช้เงิน ที่สำคัญต้องมีการป้องกันการรั่วไหลและการทุจริตที่จะเกิดขึ้นให้มากที่สุด
นอกจากนี้ โครงการรับ จำนำข้าวที่พ่นพิษยังจะทำให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทำโครงการประชานิยมในอนาคต กล้าแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะตรงไปตรงมามากขึ้น เพื่อไม่ให้ มีความผิดมีส่วนร่วมทำให้เกิด ความเสียหายในภายหลัง
ขณะที่เอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการประชานิยมในอนาคต ก็ต้องคิดให้รอบคอบเพราะหากถูกดำเนินคดีขึ้นมา เอกชนก็หนีความผิดไม่พ้นเหมือนกับคดีรับจำนำข้าวเช่นกัน
ดังนั้น พิษของโครงการรับจำนำข้าวแม้ว่าจะมากมายมหาศาล แต่ก็จะเป็นโล่ป้องกันเศรษฐกิจของประเทศให้พ้นจากโครงการประชานิยมที่สร้างความเสียหายกับเศรษฐกิจ ที่นักการเมืองและพรรคพวกหวังใช้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงว่าประเทศชาติจะเสียหายมากขนาดไหน







