
สุริยุปราคา กับไฟฟ้าบนโลก
อานิกสุริยุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับคนทุกยุคสมัยด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2560 มีสุริยุปราคาที่เห็นได้ในแถบสหรัฐ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ทศวรรษที่เห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์แบบเต็มดวง (Total Eclipse) ในทวีปนั้น
อานิก
สุริยุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับคนทุกยุคสมัยด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2560 มีสุริยุปราคาที่เห็นได้ในแถบสหรัฐ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ทศวรรษที่เห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์แบบเต็มดวง (Total Eclipse) ในทวีปนั้น
คนโบราณซึ่งไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นมักจะตกใจที่ในเวลากลางวัน แสกๆ จู่ๆ ฟ้าก็มืดหม่นจนน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง แม้ในปัจจุบันนักดาราศาสตร์ อย่าง ดร.ฟรานซิสโก ดีเอโก จากมหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนมาบังดวงอาทิตย์ใกล้จะเต็ม 100% ระดับแสงสว่างจะลดลงอย่างพรวดพราด เราจะเห็นเงาดำของดวงจันทร์พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วหลายพันกิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะรู้อยู่ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่การสัมผัสเหตุการณ์จริงตรงนั้นยังทำให้เกิดความกลัวได้
คนโบราณในหลากหลายวัฒนธรรมมักส่งเสียงดังตีหม้อกระทะไล่ดวงจันทร์ หรือตัวร้ายอะไรที่เขาคิดว่ากำลัง "อม" ดวงอาทิตย์อยู่ให้ออกไปเสีย คนไทยไล่ "ราหู" คนจีนไล่ "มังกร" บางแห่งก็ว่าไล่หมาป่า
คนปัจจุบันมีความรู้ว่าสุริยุปราคาเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติและ ยังรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด เห็นได้จากจุดไหนบนพื้นโลก อย่างเช่นที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงคำนวณว่าจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2411 ที่ ต.หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าสำหรับสมัยนั้น และเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยเป็นครั้งแรก
แม้รู้แล้วก็ยังตื่นเต้น เพราะในชั่วชีวิตของคนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ ณ จุดเล็กๆ ที่ใดที่หนึ่งบนพื้นโลก อาจจะได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงเพียงครั้งเดียว หรืออาจไม่เห็นเลย ถึงแม้ว่าจะมีปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทั่วโลกเฉลี่ย 2 ครั้งใน 3 ปีก็ตาม เมื่อจะเกิดขึ้นจึงเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ บางคนถึงกับเดินทางไปดู แต่ก็ต้องเตรียมความพร้อมและระมัดระวังในการเชยชม เพราะการจับจ้องดวงอาทิตย์ทำให้ดวงตารับรังสีต่างๆ มากจนอาจทำลายสายตาได้ ต้องเตรียมหาอุปกรณ์กรองแสงที่ปลอดภัย ซึ่งองค์การ NASA ย้ำว่าต้องให้ได้มาตรฐาน ISO 12312-2 หรืออาจทำอุปกรณ์ดูภาพเงาสะท้อนเองก็ได้ (Pinhole Projection) ซึ่งเว็บไซต์ NASA ก็มีข้อมูลแนะนำเช่นกัน
แต่ในสุริยุปราคาครั้งล่าสุดของโลกที่สหรัฐ นอกจากประชาชนทั่วไปที่เตรียมหาอุปกรณ์ชม และนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาวิจัย Corona บรรยากาศชั้นนอกสุดซึ่งร้อนที่สุดของดวงอาทิตย์ที่คอยจังหวะจะเห็น Corona ฟุ้งอยู่รอบเงากลมของดวงจันทร์เมื่อเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงแล้ว ยังมีคนอีกกลุ่มที่ต้องเตรียมตัว คือ ในแวดวงพลังงานที่ต้องดูแลระบบไฟฟ้าไม่ให้ตกดับ
ปัจจุบันมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์กันมาก เมื่อเกิดสุริยุปราคาแสงแดดจะลดหรือหดหายไปในตอนกลางวัน ในกรณีนี้สุริยุปราคาเต็มดวงจะเคลื่อนตัวปรากฏบนเส้นทางพาดผ่านแผ่นดินของสหรัฐรวม 1 ชั่วโมง 33 นาที ไม่นับช่วงสุริยุปราคาเสี้ยวก่อนและหลัง โดยจุดที่เห็นมากที่สุดจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเพียง 160 วินาที ฟังดูไม่นานเลย แต่หากไม่ระวังก็อาจเกิดฟ้าตกดับได้
ถึงแม้ในภาพรวมจะดูไม่มีปัญหา นิตยสาร Economist รายงานว่าสุริยุปราคาจะกระทบเพียง 20 กิกะวัตต์ (GW) ของกำลังติดตั้งทั้งหมด 43 GW ในสหรัฐ และกำลังผลิตสำรองจากโรงไฟฟ้าก๊าซยังมีเพียงพอ แต่สุริยุปราคาก็ยังจะมีผลกระทบต่อการผลิตและการบริโภคไฟฟ้าในบางพื้นที่
รัฐแคลิฟอร์เนียมีกำลังผลิตโซลาร์สูงสุดในสหรัฐที่ 18.9 กิกะวัตต์ และจะถูกกระทบเพียง 5.6 กิกะวัตต์ คือเฉพาะในบริเวณชายแดนเม็กซิโกที่เกิดสุริยุปราคาเสี้ยว แต่ถึงกระนั้นเรกูเลเตอร์ หรือองค์กรกำกับดูแล North America Electric Reliability Corp (NERC) ก็สั่งให้มีการเตรียม ความพร้อมเสมือนว่าจะขาดไฟฟ้าจาก 2 ใน 3 ของปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งหนึ่งในรัฐแอริโซนาซึ่งอยู่ติดกัน
ในยุโรปเมื่อเดือน มี.ค. 2555 ได้เกิดสุริยุปราคาที่นานถึง 3 ชั่วโมง และมีกำลังผลิตโซลาร์ได้รับผลกระทบมากถึง 90 กิกะวัตต์ แต่การบริหารระบบไฟฟ้าก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ซึ่งผู้บริหารระบบสายส่งทั่วโลกก็เรียนรู้จากประสบการณ์ของกันและกัน กว่าจะถึงสุริยุปราคาครั้งต่อไปในปี 2567 ประเทศที่จะได้ชมปรากฏการณ์อาจจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าโซลาร์มากขึ้นกว่าวันนี้ 3 เท่า ก็จะต้องมีการเตรียมพร้อมล่วงหน้า และยังต้องศึกษาผลกระทบให้กว้างขึ้น เช่น ลมจะเปลี่ยนแปลงช่วงที่เกิดสุริยุปราคา เพื่อทำแผนรองรับกรณีกระทบต่อพลังงานลมด้วย
ประชาชนทั่วไปก็จะต้องเตรียมตัวมากกว่าอุปกรณ์ปกป้องสายตา แต่ต้องลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงนั้นด้วย ดังเช่นในกรณีสหรัฐรอบที่ผ่านมามีการขอความร่วมมือ เช่น ให้ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นระหว่างเกิดสุริยุปราคา รวมทั้งให้เปิดแอร์เตรียมบ้านให้เย็นล่วงหน้า ในช่วงเกิดสุริยุปราคาจะได้ไม่ต้องเปิด เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อแบตเตอรี่เก็บไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนพัฒนาศักยภาพสูงขึ้นและราคาถูกลง การเตรียมพร้อมก็จะง่ายขึ้น
ผู้บริโภคไฟฟ้าควรรู้จักที่จะใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและคิดจัดลำดับความสำคัญในบ้านหรือสถานประกอบการว่าการใช้ไฟฟ้าจุดไหนจำเป็นมากน้อยกว่ากัน เผื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าขาดที่ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าอย่างสุริยุปราคาได้ เช่น วิบัติภัยที่ทำลายระบบสายส่งหรือโรงไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือสึนามิ ก็จะสามารถรับกับสถานการณ์ได้โดยไม่ลำบากนัก







