
กสทช. คำตอบสุดท้าย โทรคมนาคมไทย
พลันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง นั่นหมายความว่าการประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์ เคลื่อนที่ 3จี ต้องปิดฉากลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ ศาลปกครองสูงสุดยังให้รอคำตัดสินเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. อีกด้วยว่า มีอำนาจในการออกใบอนุญาตดังกล่าวหรือไม่ หรือต้องรอให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. ก็ไม่รู้ว่าต้องรอออกไปอีกเมื่อใด เพราะวันนี้ร่าง พ.ร.บ.กสทช.ยังวนอยู่ในขั้นตอนของสภา
วิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวว่า การชะลอการประมูล 3จี จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมแน่นอน เพราะทำให้ประเทศและประชาชนเสียโอกาสนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพ ในแง่บริษัทเองก็ต้องสูญเสียโอกาสทางธุรกิจไปด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการดำเนินงานของเอไอเอสต่อจากนี้จะไม่ลงทุนอัพเกรด 2จี เป็น 3จี บนคลื่นเดิม หรือเอชเอสพีเอ เพราะไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ เนื่องจากสัมปทานที่เหลือเพียง 5 ปีเท่านั้น ส่วนการที่รัฐบาลพยายามดัน พ.ร.บ.กสทช. พ.ศ.... เป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะรัฐบาลให้น้ำหนักเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่กลับเลื่อนโหวต พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวไปเรื่อยๆ
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่อง 3จี แต่เป็นปัญหาของรัฐที่ฟ้องรัฐด้วยกันเองในความไม่ชัดเจนของนโยบายทำให้เอกชนสับสน หากยังไม่แก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้อุตสาหกรรมก็ไม่สามารถที่จะเดินไปได้ เพราะในอนาคตก็จะมีการออกมาฟ้องกันต่อไปอีก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการใช้โครงข่ายร่วมระหว่างรัฐ เรื่องอำนาจของ กสทช. ความเป็นความตายของทีโอที และ กสทฯ แม้ว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ สิ่งที่หวังมากที่สุด คือ พ.ร.บ.กสทช.ที่สภาให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมใน 1 เดือนนั้น ร่างที่จะประกาศใช้ควรจะออกมาอย่างรัดกุมและคำนึงถึงผลประโยชน์ของสาธารณชนมากกว่ากลุ่มผลประโยชน์ใดกลุ่มหนึ่ง ที่สำคัญ กสทช. มีบทเรียนจากเรื่อง 3จี มาแล้ว ซึ่งครั้งนี้อาจจะเป็นโอกาสในวิกฤต แต่ถ้า พ.ร.บ.ดังกล่าวยังไม่รัดกุมก็คงจะมีการฟ้องร้องตามมาอีก
นายธนา กล่าวว่า หลังจากการประมูล 3จี ถูกระงับลง ก็ควรผลักดันให้เอชเอสพีเอ เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยเฉพาะคณะกรรมการมาตรา 22 ซึ่งขณะนี้ดีแทคเองก็กำลังรอการประชุมของคณะกรรมการชุดนี้อยู่
“3
จี เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น แต่ข้างใต้ยังมีปัญหาใต้น้ำอีกมากรออยู่ ก็ได้แต่หวังร่าง พ.ร.บ.กสทช. จะทำให้โครงสร้างทุกอย่างมันชัดเจนขึ้น ที่สำคัญเป็นห่วงเรื่องอุบัติเหตุทางการเมือง เพราะอีกไม่กี่วันก็จะมีเรื่องของการยุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุการเมืองขึ้นตอนนี้ ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อร่าง กสทช.” นายธนา กล่าวนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ขณะนี้เกมอยู่ในมือของรัฐบาลแล้ว อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนว่าแผนการขยาย 3จี ทั่วประเทศจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการยุติสัมปทานแล้วเปลี่ยนเป็นไลเซนส์ 3จี หรือการอนุมัติให้บริการเอชเอสพีเอเพื่อที่เอกชนต้องดูด้วยว่าคุ้มค่าที่จะลงทุนต่อมากน้อยแค่ไหน เพราะสัมปทานใกล้จะสิ้นสุดแล้ว
การไม่มี 3จี ส่งผลให้ประเทศไทยต้องล้าหลังประเทศอื่นๆ เช่น ลาว กัมพูชา ทั้งที่ประเทศไทยเริ่มดำเนินการมาก่อน และ 3จี ไม่ใช่แค่การใช้โทรศัพท์มือถือ แต่เป็นเทคโนโลยีที่จะทำให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และช่วยให้อินเทอร์เน็ตเข้าถึงประชาชนได้เท่าเทียมกันทั้งหมด
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือซีพี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในทรู กล่าวว่า แม้ว่าให้บริการ 3จี ในประเทศไทยต้องล่าช้าออกไป แต่เชื่อว่าประเทศไทยต้องมี 3จี เกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นให้ระงับการประมูล 3จี กสทฯ ก็จะเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการพัฒนา 3จี บนคลื่นความถี่เดิมต่อ จากที่ก่อนหน้านี้มีปัญหาทำให้ต้องหยุดการพัฒนามาระยะหนึ่ง ทั้งนี้ กสทฯ จะเร่งทำการตลาดและเตรียมข้อมูลตัวเลขเพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลในการดำเนินการดังกล่าวด้วย







