posttoday
ลงมือทำวันนี้ ขยัน อดออม เพื่อชีวิตเกษียณสำราญ

ลงมือทำวันนี้ ขยัน อดออม เพื่อชีวิตเกษียณสำราญ

23 สิงหาคม 2560

ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์มีไม่มากนักที่วัยเข้าสู่เกษียณจะลุกขึ้นมาสมัคร "ไตรกีฬา" ที่ต้องแข่งทั้งว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และวิ่ง ไม่เพียงร่างกายเท่านั้นที่ต้องพร้อม ใจก็ต้องเกิน 100%

ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

มีไม่มากนักที่วัยเข้าสู่เกษียณจะลุกขึ้นมาสมัคร "ไตรกีฬา" ที่ต้องแข่งทั้งว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และวิ่ง ไม่เพียงร่างกายเท่านั้นที่ต้องพร้อม ใจก็ต้องเกิน 100%

ทวีศักดิ์ ทศพลไพศาล อายุ 58 ปี ที่ลุกขึ้นมาประกาศท้าทายความฟิตของตัวเอง สมัครเข้าร่วมโครงการ ไตรกีฬา Exclusive Triathlon Training by CIMB Preferred จากการฝึกซ้อม "ทวีศักดิ์" ทำสถิติวิ่ง ว่าย ปั่น ได้ดีกว่าคนหนุ่มคนสาวหลายคนเสียอีก

ทวีศักดิ์ เล่าว่า ชีวิตที่เริ่มต้นจาก "ไม่มี" และสร้างเนื้อสร้างตัวจน "มี" ชีวิตวัยเกษียณที่ดี คือ มีเงินเหลือ อยู่ได้สบายๆ ไม่ลำบาก มีเวลาเหลือเพื่อดูแลตัวเอง เจ็บไข้ได้ป่วยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลและมีความสุขกับชีวิต

เคล็ดลับคือ "ขยัน" และ "อดออม" สองคำที่ฟังดูไม่ยาก แต่พิสูจน์ออกมาแล้วว่า ถ้าทำได้จริง คุณจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี

"ผมเกิดในครอบครัวที่ฐานะไม่ดีนัก จึงไม่ได้ร่ำเรียนสูง เริ่มทำงานในโรงงานกางเกงยีนส์ตั้งแต่เด็ก สะสมประสบการณ์ทำงานมา 13 ปี ทำงาน เรียนรู้ทุกอย่าง"

จนเศรษฐกิจไม่ดี ทวีศักดิ์จึงเปลี่ยนไปเป็นเซลส์แมนโรงงานรองเท้า และตัดสินใจลาออกมาทำเองเมื่ออายุ 28 ปี แบบซื้อมาขายไป ขณะเดียวกันที่บ้านก็ตัดกางเกงขายด้วย

แต่เมื่อทำไปได้ระยะหนึ่ง ได้เห็นความแตกต่างระหว่างธุรกิจซื้อมาขายไปรองเท้า ที่กำหนดราคาไม่ได้ จึงตัดสินใจทิ้งธุรกิจรองเท้า หันมาจริงจังกับธุรกิจกางเกงที่ตัวเองชำนาญ เริ่มจากห้องแถวเล็กๆ ขยับขยายจนมีโรงงานกางเกงยีนส์ชื่อว่า Micro Jeans ชีวิตและการงานดีขึ้นกว่าเดิมมาก

"การทำในสิ่งที่ถนัดเวลาเจอปัญหาเราจะแก้ได้ง่าย ยุคนั้นตลาดดี แรงงานดี ผลิตเท่าไรก็ขายหมด แต่ทุกวันนี้ทุกอย่างสวนทาง มีจีนเข้ามาเป็นคู่แข่ง แรงงานค่าแรงสูง ตลาดไม่ดี พฤติกรรมลูกค้าก็เปลี่ยน เดิมผลิตกางเกง 1 แบบขายได้ 5 ปี เดี๋ยวนี้กางเกง 1 แบบบางทีขายได้แค่ 3 เดือนก็ต้องเปลี่ยนแบบแล้ว ทุกอย่างยากขึ้น"

กิจการที่เคย Sunrise กลายเป็นธุรกิจ Sunset แต่ทวีศักดิ์ได้เตรียมเกษียณการทำงานเร็วๆ นี้ พร้อมส่งต่อธุรกิจให้ลูกไปพัฒนาต่อยอด นั่นเพราะได้ปูพื้นฐานและได้เริ่มเก็บออมมาทั้งชีวิต

ทวีศักดิ์ มีแนวคิดว่า เราควรรู้จักเก็บก่อนใช้เสมอ เพราะชีวิตเคยลำบากถึงขั้นไม่มีเงินซื้อข้าวกินทำให้ไม่ฟุ้งเฟ้อและเห็นค่าของเงิน

"ผมเคยผ่านช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ธนาคารที่ฝากเงินไว้ถูกปิดกิจการไป 3 แห่ง แม้ได้รับเงินฝากคืนครบ แต่เป็นจุดที่เริ่มมองหาการลงทุนนอกเหนือจากเงินฝาก เริ่มศึกษาตลาดหุ้นและลงทุนในหุ้น ก่อนจะได้รับบทเรียนอีกครั้งช่วงการก่อวินาศกรรมเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดตลาดหุ้นดิ่ง มูลค่าหุ้นหายไป 50%

ช่วงนั้นบอกตัวเองให้นิ่ง ทำใจเย็นๆ เชื่อมั่นว่าถ้าเลือกหุ้นพื้นฐานดี ต่อไปราคาก็จะขึ้นเอง บทเรียนรอบนี้ถูกกลับมาใช้อีกครั้งตอนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ซึ่งหุ้นลงหนักกว่าเดิม

นอกจากทำใจให้นิ่งแล้ว เพิ่มเติมคือ เลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดีในจังหวะที่ราคาถูก มีปันผล และไม่เน้นหุ้นเก็งกำไร แม้หุ้นที่ลงจะไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกตัว แต่ภาพรวมได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนหุ้น

"ส่วนตัวผมชอบหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลและโรงไฟฟ้า รวมถึงลงทุนหุ้นกู้หรือตราสารหนี้โดยเลือกอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า BBB- แต่ปัจจุบันไม่แน่ใจว่าอันดับเท่านี้จะคุ้มเสี่ยงหรือไม่"

ทวีศักดิ์ บอกว่า ซื้อประกันตั้งแต่ยังหนุ่มทำให้ปัจจุบันได้รับเงินคืนจากประกันสะสมทรัพย์แล้ว และเข้าโรงพยาบาลแต่ละครั้งไม่เสียเงินหรือจ่ายน้อยมากเพราะซื้อประกันสุขภาพ

"การขยันทำงานช่วงวัยหนุ่ม ทำให้ตอนนี้มีเวลากับชีวิตมากขึ้น ก่อนรู้จักไตรกีฬา คิดว่าเกษียณแล้วจะใช้ชีวิตสบายๆ อยู่เฉยๆ แต่พอได้รู้จักไตรกีฬาทำให้ได้รู้สึกค้นพบความพิเศษ คือได้รู้จักร่างกายตัวเอง ได้เห็นความสำคัญของสุขภาพ ก่อนฝึกไตรกีฬา ผมมีโรคความดันสูง และคอเลสเตอรอลสูง แต่ปัจจุบันสุขภาแข็งแรง"

ทวีศักดิ์ ฝากแนะนำคนหนุ่มคนสาวว่า ช่วงวัยทำงานต้องทำงานให้เต็มที่ และเก็บออมหากหาเงินเพียงพอแล้ว ต้องรู้จักดูแลสุขภาพตัวเอง เข้านอนเร็ว และตื่นเช้า เพื่อออกกำลังกาย อย่ารอให้ถึงอายุ 50 ปี เพราะคุณอาจไม่โชคดีและเวลาไม่สามารถย้อนกลับได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน