posttoday
โจทย์ใหญ่ปฏิรูปตำรวจ ผบ.ตร.ต้องเป็นอิสระ การเมืองห้ามยุ่ง

โจทย์ใหญ่ปฏิรูปตำรวจ ผบ.ตร.ต้องเป็นอิสระ การเมืองห้ามยุ่ง

27 สิงหาคม 2560

ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์การปฏิรูปตำรวจกำลังเดินหน้า มีกำหนดเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ ด้วยข้อเสนอหลากหลาย ทั้งการให้พนักงานสอบสวนเป็นอิสระ ที่มาการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ปราศจากการครอบงำทางการเมือง การแต่งตั้งโยกย้าย การสังกัดของหน่วยงานต่างๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นทั่วประเทศบนโจทย์ที่ว่าปฏิรูปตำรวจ ประชาชนต้องได้ประโยชน์

ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

การปฏิรูปตำรวจกำลังเดินหน้า มีกำหนดเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ ด้วยข้อเสนอหลากหลาย ทั้งการให้พนักงานสอบสวนเป็นอิสระ ที่มาการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ปราศจากการครอบงำทางการเมือง การแต่งตั้งโยกย้าย การสังกัดของหน่วยงานต่างๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นทั่วประเทศบนโจทย์ที่ว่าปฏิรูปตำรวจ ประชาชนต้องได้ประโยชน์

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การปฏิรูปตำรวจประสบความสำเร็จคือการปฏิรูประบบกับคน เพราะปัญหาทุกวันนี้มาจากการเมืองเข้ามาก้าวก่ายทั้งสิ้น นายกรัฐมนตรีไม่ควรเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เนื่องจากมีอำนาจตั้ง ผบ.ตร. ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่การเมืองก็สามารถเข้ามาข้องเกี่ยวได้เหมือนเดิม

สำหรับทางออก ควรให้อดีต ผบ.ตร.สมัครคัดเลือกเป็นประธาน ก.ตร. และให้ระดับผู้กำกับการ (ผกก.) เลือกตั้ง ผบ.ตร.กันเอง ถือว่าเป็นประชาธิปไตยไม่มีใครแทรกแซงได้ เช่นเดียวกับการแต่งตั้งประธานศาลฎีกา ที่ให้ตุลาการเลือกกันเองไม่มีใครกล้าเข้าไปแทรกแซง พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.สส. ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจกล้าทำหรือไม่

ประเด็นที่ว่า ตำรวจควรแยกงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า งานตำรวจเป็นเรื่องความเชี่ยวชาญมีภูมิองค์ความรู้ หากให้หน่วยงานอื่นมาทำงานสอบสวนคงทำไม่ได้แน่นอน เชื่อมั่นว่าไม่มีหน่วยงานใดสอบสวนได้ดีเท่ากับตำรวจได้

"พนักงานสอบสวนจึงควรอยู่กับสำนักงานตำรวจฯ ต่อไป เนื่องจากมีองค์ความรู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญมานาน และตำรวจต้องไม่ไปขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะเชื่อว่ายังไงก็คงมีการแทรกแซงทางการเมืองอยู่ดี เละเทะแน่นอน"

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังสะท้อนทัศนะการขาดแคลนพนักงานสอบสวนในปัจจุบันว่า ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นปัญหาเรื้อรังยาวนานที่นายตำรวจทุกคนรับทราบดีว่ากำลังพลที่มีอยู่ไม่สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะแม้แต่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ยอมรับเช่นกันว่าหลายพื้นที่มีปัญหาขาดแคลนพนักงานสอบสวน

ต้นเหตุความขาดแคลนพนักงานสอบสวนมาจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งมาตรา 44 ที่ 6/2559 ให้ยุบเลิกตำแหน่งและเงินประจำตำแหน่งพนักงานสอบสวน ทำให้พนักงานสอบสวนไม่อยากทำงานตรงนี้ จึงย้ายไปทำงานในสายอื่นแทน เช่น ปราบปราม สืบสวน และจราจร

ทั้งนี้ ตำแหน่งพนักงานสอบสวนต้องคลุกคลีทำงานอยู่กับสำนวนคดี เดิมที่มีการกำหนดตำแหน่งสายงานพนักงานสอบสวนไว้ คือ พนักงานสอบสวน (สบ 1) เทียบเท่ารองสารวัตร พนักงานสอบสวน (สบ 2) เทียบเท่าสารวัตร พนักงานสอบสวน (สบ 3) เทียบเท่ารองผู้กำกับการ พนักงานสอบสวน (สบ 4) เทียบเท่าผู้กำกับการ พนักงานสอบสวน (สบ 5) เทียบเท่ารองผู้บังคับการ ต่อมามีการปรับเปลี่ยนเป็นพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ แต่เมื่อยุบเลิกตำแหน่งจึงทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนตามมา ตำรวจคนอื่นๆ ก็ไม่อยากเป็น

"พอยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน หลายคนเลยขอย้ายแต่ผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้สนใจอะไร ถ้าเป็นประชาชนคงโวยแน่ แต่เป็นตำรวจมีระเบียบวินัยเลยไม่กล้าโวย พนักงานสอบสวนทำงานหนักขึ้น เหนื่อยขึ้น ก็ต้องยอมรับสภาพ ส่วนค่าตอบแทนก็เท่าเดิม ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป"

อดีต ผบ.ตร.ย้อนถามกลับถึงผู้มีอำนาจดูแลตำรวจว่า ทำไมถึงปล่อยให้พนักงานสอบขาดแคลนกลายเป็นปัญหา อย่างกรณี สน.พลับพลาไชย 2 พบว่ามีพนักงานสอบสวนทำงานแค่ 3 คนเท่านั้น แล้วคนอื่นหายไปไหนหมด จึงมองว่าผู้บังคับบัญชาไม่ให้ความสนใจบริหารจัดการอย่างจริงจัง เพื่อให้กำลังพลพร้อมปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชน

แน่นอนปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมกระทบกับประชาชนเช่นกัน ในการเข้าไปใช้บริการแจ้งความคดีต่างๆ เรื่องนี้ทางผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ไข ควรเข้าไปบริหารจัดการโรงพักที่ประสบปัญหาอย่างเร่งด่วนก่อน และเสนอขอให้ยกเลิกคำสั่งมาตรา 44 ที่ 6/2559 เพราะเป็นต้นเหตุของปัญหาพนักงานสอบสวนขาดแคลนเช่นกัน

"พนักงานสอบสวนนั้น ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ประจำตามโรงพัก ไม่ใช่ว่าตำรวจสอบสวนเสร็จแล้วส่งอัยการเท่านั้น แต่มีคดีเล็กใหญ่แตกต่างกันออกไป อย่างคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาใน จ.สงขลา ก็ต้องใช้ตำรวจระดับสูงเข้ามาทำคดี โดยไม่ใช่การทำคดีของพนักงานสอบสวนระดับสถานีตำรวจ เพราะพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจ คือพนักงานสอบสวนเบื้องต้นที่อาจยังมีความรู้ความสามารถไม่มาก" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน