
ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก
วรเชษฐ์ บุญปลอดวันที่ 1 ก.ย. 2560 ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่สุดดวงหนึ่งในบรรดาดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากที่มีวงโคจรเฉียดใกล้โลก จะเคลื่อนผ่านโลกที่ระยะห่าง 7 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 18 เท่าของระยะห่างเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงจันทร์ คาดว่าความสว่างจะมากพอให้สังเกตได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์ของนักดาราศาสตร์สมัครเล่น
วรเชษฐ์ บุญปลอด
วันที่ 1 ก.ย. 2560 ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่สุดดวงหนึ่งในบรรดาดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากที่มีวงโคจรเฉียดใกล้โลก จะเคลื่อนผ่านโลกที่ระยะห่าง 7 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 18 เท่าของระยะห่างเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงจันทร์ คาดว่าความสว่างจะมากพอให้สังเกตได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์ของนักดาราศาสตร์สมัครเล่น
ดาวเคราะห์น้อยมีอยู่เป็นจำนวนมากในระบบสุริยะ ปัจจุบันมีดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบแล้วมากกว่า 7 แสนดวง ได้รับการยืนยันวงโคจรแล้วเกือบ 5 แสนดวง ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่าหมื่นดวงจัดอยู่ในกลุ่มของดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก ไม่ได้หมายความว่ามันอยู่ใกล้โลกตลอดเวลา แต่หมายถึงดาวเคราะห์น้อยที่มีส่วนหนึ่งของวงโคจรเฉียดใกล้วงโคจรของโลก จึงมีโอกาสที่จะชนโลกได้ในอนาคตเมื่อโลกและดาวเคราะห์น้อยดวงนั้นเคลื่อนมาอยู่ ณ ที่เดียวกันในเวลาเดียวกัน ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกส่วนใหญ่ที่เคยเฉียดใกล้โลกมาแล้วในอดีตมีขนาดเล็กในหลักสิบหรือร้อยเมตร ดวงที่มีขนาดในหลักสิบเมตรหากชนโลกจะสร้างความเสียหายอยู่ในวงแคบ อย่างดาวเคราะห์น้อยที่เข้าสู่บรรยากาศโลกเหนือเมืองเชลยาบินสค์ในรัสเซียเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2556 ซึ่งปรากฏเป็นลูกไฟระเบิดสว่างกว่าดวงอาทิตย์ และพบซากเป็นอุกกาบาต รวมทั้งก่อให้เกิดคลื่นกระแทกในอากาศซึ่งทำให้คนนับพันได้รับบาดเจ็บ
ดาวเคราะห์น้อยดวงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกในระดับตั้งแต่ร้อยเมตรถึงเกินกว่าหนึ่งกิโลเมตร หากชนโลกสามารถสร้างความเสียหายตั้งแต่ระดับภูมิภาคไปจนถึงระดับโลก ทำให้สิ่งมีชีวิตจำนวนมากสูญพันธุ์ได้ อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับไดโนเสาร์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน
ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกหมายถึงดาวเคราะห์น้อยที่มีจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดบนวงโคจรต่ำกว่า 1.3 หน่วยดาราศาสตร์ (หน่วยดาราศาสตร์คือระยะห่างเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์) นอกจากนี้ ยังจะ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาส เป็นภัยต่อโลกเมื่อดาวเคราะห์น้อยดวงนั้นมีระยะ ห่างของจุดที่ใกล้วงโคจรโลกที่สุดต่ำกว่า 0.05 หน่วย ดาราศาสตร์ และมีขนาดประมาณ 140 เมตรขึ้นไป
ข้อมูลถึงวันที่ 24 ส.ค. 2560 รวบรวมโดยศูนย์ศึกษาวัตถุใกล้โลก (Center for Near Earth Object Studies) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดขององค์การนาซ่า ระบุว่ามีดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกที่พบ แล้วจำนวน 16,448 ดวง เป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดต่ำกว่า 30 เมตร จำนวน 2,990 ดวง มีขนาดระหว่าง 30-100 เมตร จำนวน 4,549 ดวง มีขนาดระหว่าง 100-300 เมตร จำนวน 4,185 ดวง มีขนาดระหว่าง 300-1,000 เมตร จำนวน 3,843 ดวง และมีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 1 กิโลเมตรขึ้นไปจำนวน 881 ดวง ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้ ถูกจัดเป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสเป็นภัยต่อโลกจำนวน 157 ดวง
ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า 3122 Florence โดยตัวเลขนำหน้าชื่อคือหมายเลขในลำดับบัญชีดาวเคราะห์น้อย ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ปี ค.ศ. 1981 ตั้งชื่อตามฟลอเรนซ์ ไนติงเกล สตรีชาวอังกฤษผู้บุกเบิกด้านพยาบาลศาสตร์ยุคใหม่ ก็เป็นหนึ่งในดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสเป็นภัยต่อโลกเนื่องจากสมบัติ 2 ประการ ด้วยระยะห่างและขนาดดังที่กล่าวมา
ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีด้วยคาบ 2.35 ปี สามารถผ่านใกล้โลกได้ขณะอยู่บริเวณจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวงโคจร และเคลื่อนไกลออกไปที่ระยะห่างราว 2.5 หน่วยดาราศาสตร์ที่จุดไกลดวงอาทิตย์ที่สุด ข้อมูลการวัดความสว่างพบว่าอาจมีขนาดประมาณ 4-5 กิโลเมตร หมุนรอบตัวเองด้วยคาบ 2.36 ชั่วโมง แม้ฟลอเรนซ์จะเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสเป็นภัยต่อโลก แต่ข้อมูลการสังเกตการณ์ด้วยระยะเวลานานหลายสิบปีช่วยให้เราทราบวงโคจรที่มีความแม่นยำสูง การคำนวณพบว่าฟลอเรนซ์ยังไม่มีโอกาสชนโลกอย่างน้อยภายใน 100 ปีข้างหน้า
วันศุกร์ที่ 1 ก.ย. 2560 เวลาประมาณ 19.05 น. ตามเวลาประเทศไทย ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์ จะผ่านใกล้โลกที่ระยะห่าง 0.047 หน่วยดาราศาสตร์ หรือประมาณ 7 ล้านกิโลเมตร คิดเป็นระยะทางราว 18 เท่าของระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ขณะสว่างที่สุดคาดว่าจะสว่างราวโชติมาตร 9 นักดาราศาสตร์บอกความสว่างของวัตถุท้องฟ้าด้วยตัวเลขซึ่งยิ่งมีค่ามากยิ่งสว่าง ดาวจางที่สุดที่ตาเปล่า ของมนุษย์มองเห็นภายฟ้ามืดมีโชติมาตรประมาณ 6.5 ฟลอเรนซ์ จึงไม่สว่างพอจะเห็นด้วยตาเปล่า แต่ความสว่างระดับนี้สามารถสังเกตได้ไม่ยากด้วยกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กหากท้องฟ้าเปิด อยู่ในสถานที่ซึ่งไม่มีแสงรบกวน และทราบตำแหน่งที่แน่นอนบนท้องฟ้า หรือแม้แต่กล้องสองตาที่มีฐานยึดไม่ให้ภาพสั่นไหวก็น่าจะพอเห็นได้จางๆ
ศูนย์ศึกษาวัตถุใกล้โลกระบุว่าครั้งนี้เป็นการเข้าใกล้มากที่สุดสำหรับดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ระดับนี้ในประวัติศาสตร์กว่าหนึ่งศตวรรษของการค้นพบดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก และจะใช้โอกาสนี้ในการศึกษาด้วยเรดาร์ ซึ่งจะทำให้ทราบรูปร่างที่แท้จริง และเห็นพื้นผิวของฟลอเรนซ์ที่ความละเอียดสูงราว 10 เมตร หลังจากครั้งนี้ ดาวเคราะห์น้อยฟลอเรนซ์จะผ่านใกล้โลกเป็นพิเศษอีกครั้งที่ระยะ 0.05 หน่วยดาราศาสตร์ ในวันที่ 2 ก.ย.ปี ค.ศ. 2600
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (27 ส.ค.-3 ก.ย.)
ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์สองดวงที่อยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว เวลาประมาณ 1 ทุ่ม อยู่สูงเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่มุมเงยประมาณ 30 องศา โดยปรากฏอยู่ทางขวามือของดาวรวงข้าว ซึ่งเป็นดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวนี้ หลังจากนั้นเคลื่อนต่ำจนตกลับขอบฟ้าในเวลา 3 ทุ่ม
ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวนี้คั่นอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับคนยิงธนู เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ดาวเสาร์อยู่ที่จุดสูงสุดบนท้องฟ้าด้านทิศใต้ด้วยมุมเงยประมาณ 50-60 องศา หลังจากนั้นเคลื่อนต่ำลงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตกลับขอบฟ้าในเวลาเที่ยงคืนครึ่ง
ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์สว่างโดดเด่นบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด สัปดานี้เข้าสู่กลุ่มดาวปู เริ่มเห็นเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกตั้งแต่เวลาก่อนตี 4 เล็กน้อย จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้น มีมุมเงยเหนือขอบฟ้าประมาณ 25 องศา เมื่อถึงเวลาตี 5 ครึ่ง เช้ามืดวันที่ 2 ก.ย.ดาวศุกร์จะอยู่ใกล้กระจุกดาวรังผึ้งซึ่งเป็นกระจุกดาวเปิดที่ระยะห่าง 1.2 องศา
สัปดาห์นี้เป็นข้างขึ้น ดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ โดยช่วงแรกเป็นเสี้ยว วันที่ 29 ส.ค.ทำมุม 90 องศา กับดวงอาทิตย์ จึงเห็นสว่างครึ่งดวง หัวค่ำวันที่ 30 ส.ค. มองเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวเสาร์ที่ระยะ 3 องศา สถานีอวกาศนานาชาติโคจรรอบโลกที่ความสูง ประมาณ 400 กิโลเมตร ปรากฏให้เห็นได้ด้วย ตาเปล่าเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ โดยมีลักษณะเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า สัปดาห์นี้ มีโอกาสเห็นได้หลายครั้ง ที่น่าสนใจมีดังนี้เช้ามืด วันจันทร์ที่ 28 ส.ค. 2560 กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเห็นสถานีอวกาศเริ่มปรากฏขณะออกจากเงามืดของโลกเหนือขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 05.12 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางซ้าย ผ่านจุดสูงสุดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 05.15 น. ที่มุมเงย 75 องศา จากนั้นเคลื่อนต่ำลงจนสิ้นสุดการมองเห็นใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 05.18 น.
เช้ามืดวันพุธที่ 30 ส.ค. 2560 สถานีอวกาศเริ่มปรากฏขณะออกจากเงามืดของโลกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 05.06 น. หลังจากนั้นราว 1 นาที จะถึงจุดสูงสุดที่มุมเงย 26 องศา แล้วเคลื่อนต่ำลงไปทางขวา สิ้นสุดการมองเห็นใกล้ขอบฟ้าทิศเหนือในเวลา 05.09 น. n







