
ลีสซิ่งกสิกรโชว์กำไรโต70%
ลีสซิ่งกสิกร ครึ่งปีแรกกำไร 576 ล้าน ยอดขายรถป้ายแดงหนุนส่ง ปีนี้ปล่อยกู้ 7.7 หมื่นล้าน
ลีสซิ่งกสิกร ครึ่งปีแรกกำไร 576 ล้าน ยอดขายรถป้ายแดงหนุนส่ง ปีนี้ปล่อยกู้ 7.7 หมื่นล้าน
นายศาศวัต วีระปรีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรอยู่ที่ 576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสามารถปล่อยสินเชื่อได้ 4.08 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ แบ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเช่าใช้รถยนต์ (ลีสซิ่ง) และสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถยนต์ 1.87 หมื่นบาท เติบโต 6.5% สูงกว่าภาพรวมของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของระบบธนาคารพาณิชย์ที่เติบโตประมาณ 4.5% ส่วนสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ของบริษัทมียอดรวม 2.21 หมื่นล้านบาท ทำให้มียอดสินเชื่อคงค้างรวม 9.29 หมื่นบาท เพิ่มขึ้น 4 % ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก็ลดลงมาอยู่ที่ 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 1.54%
สำหรับภาพรวมสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อรถยนต์ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ คาดว่าจะรักษาการเติบโตในเกณฑ์ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากยอดขายรถใหม่ที่ดีกว่าที่คาดไว้เดิม ซึ่งทำให้คาดว่าสินเชื่อสุทธิในปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% เทียบประมาณการเดิมอยู่ที่ 3% และสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 1% เมื่อเทียบกับในช่วง 2 ปีก่อนหน้า
"รถที่คาดว่ายังขายดีต่อเนื่อง เป็นรถยนต์นั่งในเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะรถอีโคคาร์ และรถขนาดกลาง รวมไปถึงรถครอบครัวแบบเอ็มพีวีและรถยนต์หรู ทำให้เรามั่นใจว่าปีนี้จะปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าอยู่ที่ 7.7 หมื่นล้านบาท" นายศาศวัต กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า คุณภาพหนี้ของสินเชื่อเช่าซื้อยังเป็นประเด็นน่าติดตาม เนื่องจากในไตรมาส 2 ที่ผานมา เอ็นพีแอลของสินเชื่อเช่าซื้อของระบบธนาคารพาณิชย์ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.66% เทียบกับ 1.63% ณ สิ้นไตรมาสแรกที่ผ่านมา อีกทั้งสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ ยังมีทิศทางที่ขยับขึ้นต่อเช่นกัน เนื่องจากยังมีเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้ เช่น หนี้ครัวเรือน ที่ยังกดดันอำนาจซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อฯ
สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศรวมครึ่งปีแรกที่ผ่านมาอยู่ที่ 4 แสนคัน เติบโต 10.7% และครึ่งปีหลังคาดว่ามียอดขาย 4.1-4.3 แสนคัน เติบโต 2-7% ทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศทั้งปีนี้อยู่ที่ 8.2-8.4 แสนคัน เติบโต 6-9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดรถยนต์มีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี และการตอบรับของตลาดต่อรถยนต์ที่ทยอยเปิดตัวออกมาใหม่หลายรุ่น รวมทั้งคาดว่าเศรษฐกิจในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดี
อย่างไรก็ดี ด้านตลาดรถมือสองในปีนี้อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น จากการทยอยเปิดตัวรถยนต์ใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดปี







