
เป๊ปซี่ฟุ้งครองตลาดน้ำอัดลม
เป๊ปซี่ ตีกปีกยอดขายปีนี้โตกว่า 10% สูงสุดในรอบ 5 ปี ยืนยันยังเป็นผู้นำตลาดยากที่คู่แข่งใหม่และเก่าจะโค่น
เป๊ปซี่ ตีกปีกยอดขายปีนี้โตกว่า 10% สูงสุดในรอบ 5 ปี ยืนยันยังเป็นผู้นำตลาดยากที่คู่แข่งใหม่และเก่าจะโค่น
นายปริญญา เพิ่มพานิช ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการขาย บริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม เป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่น อัพ เปิดเผยว่า ผลประกอบการในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมาพบว่ามีอัตราการเติบโตมากกว่า 10% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตทางด้านยอดขายที่สูงสุดในรอบ 5 ปี จากปกติที่บริษัทจะมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียว และเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ อันเป็นผลมาจากแคมเปญการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่บริษัทเปิดตัวไปเมื่อช่วงไตรมาสที่ 2 ประกอบสภาพอากาศของประเทศไทยที่ร้อนเร็ว ร้อนนาน และแม้จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วอากาศก็ยังร้อนอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด บริษัทได้ใช้งบเป็นเงิน 80 ล้านบาท เปิดตัวมิวสิคแคมเปญใหม่ในช่วงไตรมาส 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ เป๊ปซี่ ดนตรีเต็มที่ด้วยกันได้ โดยนำนักร้องที่เป็นไอดอลที่คนไทยชื่นชอบ 4 คนมาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ได้แก่ ตูนและวงบอดี้สแลม, ดา เอ็นโดรฟิน, ชิน ชินวุฒิ และฟีฟี่ เบลค มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ และการสนับสนุนเทศกาลดนตรี บิ๊กเมาน์เทน มิวสิค เฟสติวัล 2 จากแคมเปญนี้ บริษัทคาดว่าจะผลักดันให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 5% และจะส่งผลให้ยอดขายรวมของปีนี้เติบโตมากกว่า 10% หรือเป็นตัวเลข 2 หลัก
สำหรับตลาดรวมเครื่องดื่มน้ำอัดลมทั้งหมดทั้งน้ำสีและน้ำดำในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตทั้งปีที่ 7 – 8% จากปัจจุบันมีอัตราการเติบโตแล้ว 6% หรือคิดเป็นมูลค่า 3.7 หมื่นล้านบาท นับว่าเป็นปีที่ดีของตลาดน้ำอัดลมที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่าปกติที่จะเติบโตประมาณ 5% ซึ่งเมื่อบริษัทมีอัตราการเติบโตทางด้านยอดขายมากกว่าตลาดรวมหมายความว่า เป๊ปซี่จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% ดังนั้นจึงถือได้ว่าเป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลมในประเทศไทยต่อไป
ส่วนปัญหาราคาน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะนี้ไม่มีผลกระทบต่อบริษัทมากนักเพราะราคาเริ่มทรงตัวแล้ว แต่บริษัทกังวลเครื่องราคาค่าขนส่งหรือน้ำมันมากกว่า ซึ่งบริษัทต้องติดตามความเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่าจะไม่ปรับราคาขายขึ้นแน่นอน เพราะสินค้าเครื่องดื่มน้ำอัดลมถือเป็นสินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์
นายปริญญา เผยถึงความคืบหน้ากรณีที่บริษัท บริษัท สตาร์ทีจิคเจส เบฟเวอร์เรจเจส (ประเทศไทย) และเป๊ปซี่โค ที่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) นั้นพบว่า บริษัทเสริมสุขไม่ได้เสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่ บริษัทเป๊ปซี่โค และบริษัท สตาร์ทีจิคเจส เบฟเวอร์เรจเจส ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อการบริหารงานของบริษัทในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะทั้งเสริมสุขและเป๊ปซี่โค สามารถบริหารงานร่วมกันได้ต่อไป และที่ผ่านมายอดขายของบริษัทก็เติบโตสูงมาตลอด







