
ความหวังกับ การปฏิรูปประเทศ
ดร.ธรณ์ ธำรงนาสวัสดิ์อาจารย์ประจำคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ช่วงนี้หลายคนพูดถึงคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ พร้อมสงสัยว่ามันจะเป็นจริงได้แค่ไหน ในฐานะกรรมการปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมจึงถือโอกาสนี้มาเล่าแนวคิดให้ฟัง
ดร.ธรณ์ ธำรงนาสวัสดิ์อาจารย์ประจำคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ช่วงนี้หลายคนพูดถึงคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ พร้อมสงสัยว่ามันจะเป็นจริงได้แค่ไหน ในฐานะกรรมการปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมจึงถือโอกาสนี้มาเล่าแนวคิดให้ฟัง
การปฏิรูปประเทศต้องดำเนินตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่ผ่านการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยุทธศาสตร์จำเป็นต้องมีแนวทาง วิธีการ และที่สำคัญคือผลลัพธ์ กรรมการปฏิรูปประเทศจะเข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนี้ ในส่วนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีเรื่องที่เกี่ยวพันกันหลายเรื่อง เช่น การจัดการน้ำ ป่าไม้ ทะเล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งครอบทุกอย่างไว้หมด เพราะประเทศไทยก็เข้าร่วม SDG17 ที่ประกาศ โดยองค์การสหประชาชาติ
ผมเชี่ยวชาญด้านทะเล จึงขอยกทะเลมาเป็นตัวอย่าง ที่ผ่านมาไม่ว่าเราจะมีนโยบายหรือยุทธศาสตร์ใด คงต้องยอมรับความจริงจากตัวชี้วัดว่า เรายังไม่บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน อันหมายถึง "ได้ประโยชน์สูงสุด ลดผลกระทบให้มากที่สุด" อีกทั้งยังต้องดำเนินตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง
ตัวอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวของเราเพิ่มมหาศาล แต่ทะเลอันเป็นทรัพยากรที่ถูกใช้งานด้านการท่องเที่ยวมากที่สุด (ร้อยละ 75.5 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติไปทะเล) กลับอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างต่อเนื่อง รายงานจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ล่าสุดระบุว่าเรามีปะการังสมบูรณ์เหลือเพียงร้อยละ 6 ของพื้นที่ และไม่ว่าเราจะปลูกปะการังมากมายเพียงใด ตัวเลขนี้ก็ไม่ได้ดีขึ้น คงที่อยู่มาหลายปี
หากมองดูตัวเลขเหล่านี้ เราอาจต้องคิดว่า ดัชนีชี้วัดไม่ใช่เป็นแค่เราปลูกปะการังไปแค่ไหน? แต่จะเป็นว่าเรามีพื้นที่แนวปะการังที่สมบูรณ์ตามธรรมชาติมากขึ้นหรือเปล่า ลักษณะนี้เรียกว่า Mislead หรือการใช้ตัวชี้วัดที่ผิดพลาด ทำให้ผู้คนบ่นกันระนาวว่าปะการังแย่ลง ตรงนั้นพังตรงนี้ทรุดโทรม
ยังมีดัชนีที่ชี้วัดความจริง แต่บางครั้งอาจเป็นความจริงที่น่าเจ็บปวด เช่น เราบำบัดน้ำเสียได้ไม่ถึงร้อยละ 20 เราติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก หรือแม้แต่ปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ (น้ำเปลี่ยนสี) ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและถี่ขึ้น ไปจนถึงเรื่องสัตว์ทะเลหายากที่ตายอย่างต่อเนื่อง เช่น เต่าทะเล ซึ่งอาจจะส่งผล กระทบทำให้แมงกะพรุนพิษร้ายแรง เช่น แมงกะพรุนกล่อง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
ปัญหาที่สะสมมานาน ทำให้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม กลายเป็นประเด็นต่อเนื่องไปถึงเรื่องความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรต่อไปถึงความไม่เข้าใจกันในสังคม และการไม่ยอมรับการพัฒนาที่อาจจำเป็นในด้านเศรษฐกิจ แต่ไม่สามารถกระทำได้อย่างราบรื่น เนื่องจากความเสื่อมโทรมมีให้เห็นอยู่ทั่วไป
ยังไม่กล่าวถึงโลกยุคใหม่ที่คนเป็นห่วงและหวงแหนธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนท่าที ข้อตกลง และอนุสัญญาต่างๆ ที่เราไปทำกับนานาชาติ ที่เริ่มส่งผลมากขึ้นทุกที หากเราไม่สามารถปรับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้สอดคล้องกับกระแสโลกได้ทัน
ในฐานะที่ทำงานด้านนี้มาตลอด ผมบอกได้ว่าเหนื่อยแน่ครับ และมันไม่มีทางสำเร็จได้ในพริบตา หลายต่อหลายอย่างสะสมกันมาหลายต่อหลายปี ไม่ใช่เพิ่งเกิดและสามารถจบลงได้ในระยะเวลาอันสั้น หลายต่อหลายอย่างไม่มีอำนาจใดที่สามารถจะแก้ไขได้เพียงลำพัง ยกเว้นแต่พวกเราจะร่วมมือกัน การกระทำต้องไปเป็นหน้ากระดาน เพราะสมัยที่ธรรมชาติถูกทำลาย ก็โดนทำลายเป็นหน้ากระดานเช่นกัน การแก้ปัญหาเพียงจุดสองจุดไม่มีทางสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม หลักการปฏิรูปสำหรับผมแล้ว "ความหวังคือสิ่งสำคัญสุด" และความหวังจะเกิดได้ มิใช่ด้วยยุทธศาสตร์หรือคำพูดใด ความหวังจะเกิดจากสิ่งที่เรามองเห็น เรารู้สึกได้
โจทย์ข้อแรกที่ยากสุดสำหรับกรรมการปฏิรูปประเทศ สำหรับผมแล้ว คือ การสร้างความหวังที่เห็นได้ให้คนไทยครับ







