posttoday
ไทยติดท็อปเทนเจอเนสส์ฯเร่งลุยตลาด

ไทยติดท็อปเทนเจอเนสส์ฯเร่งลุยตลาด

16 สิงหาคม 2560

พลพัต สาเลยยกานนท์ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สำคัญในการทำการตลาดในหลากหลายผลิตภัณฑ์ชั้นนำ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล มองเห็นเช่นเดียวกัน

พลพัต สาเลยยกานนท์

ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สำคัญในการทำการตลาดในหลากหลายผลิตภัณฑ์ชั้นนำ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล มองเห็นเช่นเดียวกัน

คริส คูเปอร์ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอฟริกา ตะวันออกกลางและอินเดีย บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล กล่าวว่า ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่สำคัญอีกตลาดหนึ่งของการดำเนินธุรกิจสำหรับบริษัท โดยจากการเก็บข้อมูลตัวเลขตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยปี 2559 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 2.1 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในจำนวนดังกล่าวกว่า 83% เป็นมูลค่าของสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย

ทั้งนี้ สอดคล้องกับทิศทางของตลาดเครื่องสำอางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง โดยภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้น 13% จากปีก่อน

"ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เจอเนสส์ฯ ประเทศไทยสามารถสร้างยอดรายได้มากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยเติบโตขึ้นจากเดือน มิ.ย. กว่า 66% ซึ่งมองว่าหลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จะสามารถสร้างยอดขายให้สมาชิกได้อีกหลายเท่าตัว และคาดว่ามูลค่ารวมทั่วโลกของเจอเนสส์ฯ จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ"

ขณะที่บริษัทมีแผนการขยายฐานใหม่สู่ตลาดเครื่องสำอางด้วยการเปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์เอ็นวี (NVTM) ในกลุ่ม เมกอัพ ซึ่งใช้เทคโนโลยีพิเศษ ไมโคร มิสต์ (Micro-Mist) ในผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 ตัว เพื่อการใช้งานที่เหมือนมืออาชีพในรูปแบบสเปรย์แอร์บรัช

นอกจากนี้ ด้วยประสบการณ์ด้านผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชื่อดังระดับโลกของ เจอเนสส์ฯ ต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์เมกอัพ เพื่อการบำรุงผิวที่มากกว่าการแต่งหน้า ประกอบด้วย เอ็นวี ไพรเมอร์ (NVPrimer) เอ็นวี บีบี เพอร์เฟคชิ่ง มิสต์ ฟาวเดชั่น (NV BB Perfecting Mist Foundation) รองพื้นแบบละอองสเปรย์เนื้อบางเบา เอ็นวี บรอนเซอร์ (NV Bronzer) บรอนเซอร์เนื้อละเอียด และเอ็นวี ชิมเมอร์ (NV Shimmer)

ด้านศักยภาพและการขยายตลาดของผลิตภัณฑ์เอ็นวีในครั้งนี้ ซึ่งตลาดเครื่องสำอางเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงแห่งเดียวมีมูลค่ากว่า 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้บริษัทเล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ของการขยายตลาดเข้าสู่แวดวงความงาม

ดังนั้น จึงมุ่งสร้างเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมารองรับและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องสำอางเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและตัวแทนจำหน่ายของเราที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งเป็นเจ้าแรกในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ปัจจุบัน เริ่มเปิดตลาดในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และทยอยเปิดตลาดอื่นๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะในโซนเอเชีย

นาธาน นิวแมน ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ผู้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์เอ็นวี กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เอ็นวี ใช้เทคโนโลยี Youth Enhancement System ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ เจอเนสส์ฯ เช่นเดียวกับในชุดผลิตภัณฑ์ ลูมิเนสส์ (Luminesce) ที่ออกมาก่อนหน้านี้

สำหรับครั้งนี้พัฒนาเป็นเครื่องสำอางในบรรจุภัณฑ์ขนาด 50 มล. เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวหน้า และทุกสีผิวสามารถใช้ได้อย่างแน่นอน โดยเน้นผลิตภัณฑ์ออยล์ฟรี ให้ความชุ่มชื่นและดูแลผิวได้ทุกวัน ซึ่งเทคโนโลยีของการแต่งหน้าในแบบฉบับของเจอเนสส์ฯ เปิดตัวสู่สาธารณะครั้งแรกในงานประชุมประจำปีของบริษัท จัดโดยสำนักงานใหญ่ ณ เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

การจัดงานดังกล่าวมีจุดเด่นอยู่ที่การไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊ก และรวมถึงการสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์จริงบนเวทีโดย เมกอัพอาร์ติสต์ชื่อดังระดับโลก ก่อนจะเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการผ่านทางเว็บไซต์ของเจอเนสส์และเปิดตัวในประเทศไทย

เทคโนโลยีใหม่ของเจอเนสส์ฯ นี้น่าจะช่วยสร้างจุดเด่นความแตกต่างได้เป็นอย่างดีเพื่อบรรลุเป้าหมาย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน